ชีวิตวัยรุ่น—คัมภีร์ไบเบิลช่วยฉันได้ยังไง?
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:08
ตั้งแต่ผมเกิดมาพ่อแม่ก็เป็นพยานฯ แล้ว00:00:11
00:00:12
ผมก็เลยได้เรียนคัมภีร์ไบเบิล00:00:15
00:00:15
ไปประชุม ไปประกาศกับพ่อแม่ 00:00:18
00:00:18
การที่ฉันโตในความจริงทำให้รู้ว่า
มาตรฐานของพระยะโฮวาดีที่สุดสำหรับฉัน00:00:24
00:00:24
และพ่อแม่ของฉันก็กระตือรือร้นในความจริงมาก00:00:28
00:00:29
พอนึกย้อนไป00:00:30
00:00:30
ตอนนั้นฉันก็แค่ไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวัง 00:00:33
00:00:34
การทำตามหลักการในไบเบิล00:00:36
00:00:36
ไม่ได้ทำให้ชีวิตเรายุ่งยาก00:00:38
00:00:39
จริงๆ แล้วถ้าเราทำตามที่ไบเบิลบอก00:00:42
00:00:42
ตัวเราเองนี่แหละจะได้ประโยชน์ 00:00:44
00:00:45
แต่ตอนนั้นฉันก็อยากรู้ว่า
ชีวิตจะเป็นยังไงถ้าไม่ได้อยู่ในความจริง00:00:50
00:00:51
เวลาอยู่กับเพื่อนที่โรงเรียนเนี่ย00:00:53
00:00:53
มันสนุกมากเลย 00:00:54
00:00:54
ตอนอยู่ที่โรงเรียนผมก็ชอบนะ00:00:57
00:00:58
ผมไม่มีปัญหากับเพื่อน00:00:59
00:01:00
แถมคุณครูก็ยังชอบผมด้วย00:01:02
00:01:02
มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีเหมือนกัน 00:01:04
00:01:05
พ่อแม่มักจะบอกฉันว่า00:01:07
00:01:07
อย่าสนิทกับเพื่อนที่โรงเรียนมากเกินไป00:01:10
00:01:10
แต่ฉันคิดว่า00:01:11
00:01:12
พวกเขาก็เป็นคนดีและนิสัยดีนะ00:01:15
00:01:15
ฉันก็ไม่เข้าใจว่าพ่อแม่จะกังวลทำไม 00:01:18
00:01:18
ตอนที่ผมเรียน ม.ปลาย00:01:20
00:01:20
เด็กหลายคนก็ไปโบสถ์00:01:22
00:01:22
และคุณครูก็นับถือศาสนาไม่เหมือนกันด้วย00:01:25
00:01:26
แล้ววันนึงก็มีเหตุการณ์ที่
ทำให้ทั้งโรงเรียนรู้ว่าผมเป็นพยานฯ00:01:31
00:01:31
ผมรู้อยู่แล้วว่าบางคนไม่ชอบพยานพระยะโฮวา00:01:35
00:01:35
แต่ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า
ทุกคนจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ 00:01:39
00:01:40
ฉันเริ่มใช้เวลากับเพื่อนที่โรงเรียนมากขึ้น00:01:43
00:01:44
พอทำแบบนั้นฉันก็ยิ่งเห็นว่า00:01:46
00:01:46
เราใช้ชีวิตไม่เหมือนกันเลย00:01:48
00:01:49
พวกเขาชอบคุยกันว่าเสาร์อาทิตย์ไปเที่ยวไหนมา00:01:52
00:01:52
ไปช็อปปิ้งอะไรมาบ้าง00:01:54
00:01:55
แต่ฉันกลับไปประชุมและออกประกาศ00:01:58
00:01:58
ชีวิตพวกเขาดูสนุกกว่าฉันมาก 00:02:01
00:02:01
ผมรู้สึกเหงา00:02:02
00:02:02
รู้สึกว่าไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนกับผมเลย00:02:05
00:02:05
ผมรู้ว่าหลักการในไบเบิลถูกต้องและมีประโยชน์00:02:08
00:02:09
แต่พอเจอเรื่องแบบนี้00:02:10
00:02:10
ผมก็เลยไม่มั่นใจว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า 00:02:13
00:02:16
พอเทียบกับเพื่อนแล้วฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เก๋เลย00:02:20
00:02:20
เวลาที่เพื่อนๆ พูดถึงเป้าหมายชีวิต00:02:23
00:02:23
ฉันก็รู้สึกอายที่จะบอกเป้าหมายของฉัน 00:02:26
00:02:27
ผมเลยเริ่มคิดว่า00:02:29
00:02:29
‘ผมควรทำตัวยังไงดี?’00:02:31
00:02:32
การคุยกับพ่อแม่มันช่วยผมได้มากจริงๆ00:02:35
00:02:36
เราเลยคุยเรื่องนี้กันในการนมัสการประจำครอบครัว00:02:40
00:02:41
เราอ่านมัทธิว 5:11 00:02:43
00:02:44
“เมื่อคุณโดนคนอื่นข่มเหง ด่าว่า00:02:48
00:02:48
และใส่ร้ายเพราะติดตามผม คุณก็มีความสุข”00:02:52
00:02:52
ผมก็เลยคิดว่าเราจะมีความสุขได้ยังไง00:02:55
00:02:55
ทั้งๆ ที่ถูกข่มเหง00:02:57
00:02:57
แถมตอนนี้ผมก็ไม่มีความสุขด้วย 00:03:00
00:03:00
แม่ให้ฉันดูที่มาระโก 8:38 00:03:03
00:03:03
ข้อนั้นบอกว่า ถ้าเราอาย
เพราะเป็นสาวกของพระเยซู00:03:07
00:03:07
ท่านก็จะอายที่จะยอมรับเราด้วย00:03:10
00:03:10
มันโดนใจฉันมาก00:03:11
00:03:12
เพราะที่ผ่านมาฉันอายที่เป็นพยานพระยะโฮวา 00:03:15
00:03:16
ตอนที่ผมกำลังมีปัญหา00:03:18
00:03:18
ในคำบรรยายสาธารณะ00:03:20
00:03:20
ผู้บรรยายอ่านมัทธิว 19:29 00:03:23
00:03:23
ที่นั่นบอกว่าทุกคนที่ยอมสละ
สิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเองเพื่อพระยะโฮวา00:03:30
00:03:30
เขาจะได้คืน 100 เท่า00:03:32
00:03:32
ผมเลยตัดสินใจทิ้งสิ่งที่คิดว่าสำคัญ00:03:36
00:03:36
และรอดูว่าผมจะได้รับพรอะไรบ้าง 00:03:39
00:03:40
ช่วงนั้นพ่อแม่ช่วยให้ฉันเป็นเพื่อนกับพี่น้อง00:03:43
00:03:43
ที่รับใช้เต็มเวลาในหลายๆ รูปแบบ00:03:46
00:03:47
เลยทำให้ฉันได้ฟังประสบการณ์ดีๆ
หลายอย่างจากพวกเขา00:03:51
00:03:52
นี่ช่วยให้ฉันตัดสินใจได้ว่าจะใช้ชีวิตแบบไหน 00:03:55
00:03:56
การตัดสินใจนี้ดีมากเลย00:03:59
00:03:59
เพราะทำให้ผมได้เจอพี่น้องที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน00:04:03
00:04:03
ผมเห็นว่ายังมีอีกหลายคน00:04:05
00:04:05
ที่ยังมีความคิดและเป้าหมายเหมือนกันกับผม00:04:09
00:04:09
พวกเขานี่แหละคือเพื่อนแท้ 00:04:11
00:04:11
พอเพื่อนๆ คุยกันเรื่องเป้าหมายในชีวิตอีกครั้ง00:04:15
00:04:15
ฉันก็พูดถึงเป้าหมายของฉันอย่างมั่นใจ00:04:18
00:04:18
ฉันขอบคุณพ่อแม่มากจริงๆ
ที่ช่วยให้ฉันกล้าทำแบบนั้น 00:04:22
00:04:22
พระยะโฮวารักษาสัญญาของพระองค์จริงๆ00:04:26
00:04:27
ผมรู้สึกว่าพระยะโฮวาให้ผมคืน 100 เท่า00:04:32
00:04:32
อย่างที่พระองค์บอกไว้00:04:33
00:04:33
เมื่อผมเลือกใช้ชีวิตตามหลักการในคัมภีร์ไบเบิล 00:04:37
00:04:38
ตอนนี้ฉันมีความสุขมากค่ะ00:04:40
00:04:40
และมั่นใจว่าถ้าตัดสินใจตามหลักการในคัมภีร์ไบเบิล00:04:45
00:04:45
ก็จะทำให้เกิดผลดีมากที่สุดเสมอ 00:04:48
ชีวิตวัยรุ่น—คัมภีร์ไบเบิลช่วยฉันได้ยังไง?
-
ชีวิตวัยรุ่น—คัมภีร์ไบเบิลช่วยฉันได้ยังไง?
ตั้งแต่ผมเกิดมาพ่อแม่ก็เป็นพยานฯ แล้ว
ผมก็เลยได้เรียนคัมภีร์ไบเบิล
ไปประชุม ไปประกาศกับพ่อแม่
การที่ฉันโตในความจริงทำให้รู้ว่า
มาตรฐานของพระยะโฮวาดีที่สุดสำหรับฉัน
และพ่อแม่ของฉันก็กระตือรือร้นในความจริงมาก
พอนึกย้อนไป
ตอนนั้นฉันก็แค่ไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวัง
การทำตามหลักการในไบเบิล
ไม่ได้ทำให้ชีวิตเรายุ่งยาก
จริงๆ แล้วถ้าเราทำตามที่ไบเบิลบอก
ตัวเราเองนี่แหละจะได้ประโยชน์
แต่ตอนนั้นฉันก็อยากรู้ว่า
ชีวิตจะเป็นยังไงถ้าไม่ได้อยู่ในความจริง
เวลาอยู่กับเพื่อนที่โรงเรียนเนี่ย
มันสนุกมากเลย
ตอนอยู่ที่โรงเรียนผมก็ชอบนะ
ผมไม่มีปัญหากับเพื่อน
แถมคุณครูก็ยังชอบผมด้วย
มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีเหมือนกัน
พ่อแม่มักจะบอกฉันว่า
อย่าสนิทกับเพื่อนที่โรงเรียนมากเกินไป
แต่ฉันคิดว่า
พวกเขาก็เป็นคนดีและนิสัยดีนะ
ฉันก็ไม่เข้าใจว่าพ่อแม่จะกังวลทำไม
ตอนที่ผมเรียน ม.ปลาย
เด็กหลายคนก็ไปโบสถ์
และคุณครูก็นับถือศาสนาไม่เหมือนกันด้วย
แล้ววันนึงก็มีเหตุการณ์ที่
ทำให้ทั้งโรงเรียนรู้ว่าผมเป็นพยานฯ
ผมรู้อยู่แล้วว่าบางคนไม่ชอบพยานพระยะโฮวา
แต่ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า
ทุกคนจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
ฉันเริ่มใช้เวลากับเพื่อนที่โรงเรียนมากขึ้น
พอทำแบบนั้นฉันก็ยิ่งเห็นว่า
เราใช้ชีวิตไม่เหมือนกันเลย
พวกเขาชอบคุยกันว่าเสาร์อาทิตย์ไปเที่ยวไหนมา
ไปช็อปปิ้งอะไรมาบ้าง
แต่ฉันกลับไปประชุมและออกประกาศ
ชีวิตพวกเขาดูสนุกกว่าฉันมาก
ผมรู้สึกเหงา
รู้สึกว่าไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนกับผมเลย
ผมรู้ว่าหลักการในไบเบิลถูกต้องและมีประโยชน์
แต่พอเจอเรื่องแบบนี้
ผมก็เลยไม่มั่นใจว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า
พอเทียบกับเพื่อนแล้วฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เก๋เลย
เวลาที่เพื่อนๆ พูดถึงเป้าหมายชีวิต
ฉันก็รู้สึกอายที่จะบอกเป้าหมายของฉัน
ผมเลยเริ่มคิดว่า
‘ผมควรทำตัวยังไงดี?’
การคุยกับพ่อแม่มันช่วยผมได้มากจริงๆ
เราเลยคุยเรื่องนี้กันในการนมัสการประจำครอบครัว
เราอ่านมัทธิว 5:11
“เมื่อคุณโดนคนอื่นข่มเหง ด่าว่า
และใส่ร้ายเพราะติดตามผม คุณก็มีความสุข”
ผมก็เลยคิดว่าเราจะมีความสุขได้ยังไง
ทั้งๆ ที่ถูกข่มเหง
แถมตอนนี้ผมก็ไม่มีความสุขด้วย
แม่ให้ฉันดูที่มาระโก 8:38
ข้อนั้นบอกว่า ถ้าเราอาย
เพราะเป็นสาวกของพระเยซู
ท่านก็จะอายที่จะยอมรับเราด้วย
มันโดนใจฉันมาก
เพราะที่ผ่านมาฉันอายที่เป็นพยานพระยะโฮวา
ตอนที่ผมกำลังมีปัญหา
ในคำบรรยายสาธารณะ
ผู้บรรยายอ่านมัทธิว 19:29
ที่นั่นบอกว่าทุกคนที่ยอมสละ
สิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเองเพื่อพระยะโฮวา
เขาจะได้คืน 100 เท่า
ผมเลยตัดสินใจทิ้งสิ่งที่คิดว่าสำคัญ
และรอดูว่าผมจะได้รับพรอะไรบ้าง
ช่วงนั้นพ่อแม่ช่วยให้ฉันเป็นเพื่อนกับพี่น้อง
ที่รับใช้เต็มเวลาในหลายๆ รูปแบบ
เลยทำให้ฉันได้ฟังประสบการณ์ดีๆ
หลายอย่างจากพวกเขา
นี่ช่วยให้ฉันตัดสินใจได้ว่าจะใช้ชีวิตแบบไหน
การตัดสินใจนี้ดีมากเลย
เพราะทำให้ผมได้เจอพี่น้องที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน
ผมเห็นว่ายังมีอีกหลายคน
ที่ยังมีความคิดและเป้าหมายเหมือนกันกับผม
พวกเขานี่แหละคือเพื่อนแท้
พอเพื่อนๆ คุยกันเรื่องเป้าหมายในชีวิตอีกครั้ง
ฉันก็พูดถึงเป้าหมายของฉันอย่างมั่นใจ
ฉันขอบคุณพ่อแม่มากจริงๆ
ที่ช่วยให้ฉันกล้าทำแบบนั้น
พระยะโฮวารักษาสัญญาของพระองค์จริงๆ
ผมรู้สึกว่าพระยะโฮวาให้ผมคืน 100 เท่า
อย่างที่พระองค์บอกไว้
เมื่อผมเลือกใช้ชีวิตตามหลักการในคัมภีร์ไบเบิล
ตอนนี้ฉันมีความสุขมากค่ะ
และมั่นใจว่าถ้าตัดสินใจตามหลักการในคัมภีร์ไบเบิล
ก็จะทำให้เกิดผลดีมากที่สุดเสมอ
-