เอ็ม. สตีเฟน เลตต์—อย่ายอมให้ซาตานมาทำให้คุณกลัว (เฉลยธรรมบัญญัติ 1:17)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
หัวเรื่องคำบรรยายนี้คือ 00:00:03
00:00:03
“อย่ายอมให้ซาตาน00:00:05
00:00:05
มาทำให้คุณกลัว” 00:00:07
00:00:07
การทำให้กลัวหมายถึง00:00:10
00:00:10
การบังคับคนอื่น 00:00:11
00:00:11
ให้ทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง 00:00:14
00:00:14
ทั้งโดยการข่มขู่และใช้กำลัง 00:00:17
00:00:17
ซาตานก็ชอบทำให้คนอื่นกลัว 00:00:20
00:00:20
เพื่อจะให้ผู้คนทำสิ่งที่มันต้องการ 00:00:23
00:00:23
แต่ตรงกันข้าม 00:00:24
00:00:24
พระยะโฮวาทำทุกอย่างด้วยความรักเสมอ00:00:27
00:00:27
ในข้อมูลสำหรับศึกษา00:00:28
00:00:28
มีการใช้คำที่เกี่ยวข้องกับการข่มขู่ 2 ครั้ง 00:00:33
00:00:33
และในคัมภีร์ไบเบิล00:00:34
00:00:34
ก็มีคำที่สื่อความหมายนี้00:00:37
00:00:37
อยู่ที่เฉลยธรรมบัญญัติ 1:17 00:00:40
00:00:40
ข้อนั้นบอกผู้พิพากษาที่ช่วยโมเสสว่า 00:00:43
00:00:43
“อย่าตัดสินด้วยความลำเอียง...00:00:45
00:00:45
อย่าเกรงกลัวใคร” 00:00:47
00:00:47
หรืออย่าให้ใครมาทำให้คุณกลัว00:00:49
00:00:50
ถึงแม้คัมภีร์ไบเบิล00:00:51
00:00:51
ไม่ได้ใช้คำใดคำหนึ่งเฉพาะเจาะจง 00:00:54
00:00:54
แต่ก็มีหลายครั้งที่พูดถึง
การข่มขู่และการทำให้กลัว 00:00:57
00:00:58
มาดูบางตัวอย่างด้วยกัน 00:00:59
00:00:59
คุณจำได้ไหม 00:01:01
00:01:01
ตอนที่โกลิอัทนักรบร่างยักษ์00:01:03
00:01:03
พูดจาข่มขู่ดาวิด ซึ่งยังเป็นเด็กหนุ่มอยู่00:01:06
00:01:06
ถ้าเราดูด้วยกันที่ 1 ซามูเอล 17:44 00:01:10
00:01:10
โกลิอัทพูดกับดาวิดว่า 00:01:13
00:01:13
“เข้ามาเลย!00:01:14
00:01:14
ข้าจะเอาเนื้อของแกให้นกบนฟ้า00:01:17
00:01:17
และสัตว์ป่าบนแผ่นดินได้กินกัน” 00:01:19
00:01:19
เหมือนเขากำลังพูดว่า “เข้ามาเลยไอ้หนู 00:01:21
00:01:21
เดี๋ยวข้าจะเอาศพของเจ้า
ให้อีแร้งกับไฮยีนากิน 00:01:25
00:01:25
เป็นคำขู่ที่น่ากลัวจริงๆ”00:01:28
00:01:28
ในสมัยเฮเซคียาห์ 00:01:29
00:01:29
ก็มีรับชาเคห์ซึ่งพูดภาษาฮีบรูได้คล่องแคล่ว 00:01:33
00:01:33
พยายามข่มขู่ชาวยิว 00:01:35
00:01:35
คุณจำสันบาลลัทกับโทบีอาห์ได้ไหม 00:01:38
00:01:38
พวกเขาเยาะเย้ยเนหะมีย์00:01:40
00:01:40
และชาวยิวที่กำลัง
สร้างกำแพงเมืองขึ้นมาใหม่ 00:01:43
00:01:43
และในคำอธิบายของหอสังเกตการณ์ วันนี้ 00:01:45
00:01:45
ก็พูดถึงอีกตัวอย่างหนึ่งด้วย 00:01:47
00:01:47
กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์00:01:49
00:01:49
พยายามบังคับหนุ่มฮีบรู 3 คน00:01:51
00:01:51
ให้ก้มกราบรูปเคารพ 00:01:53
00:01:53
เขาทำยังไงครับ?00:01:55
00:01:55
ที่ดาเนียล 3:1 บอกว่ากษัตริย์00:01:58
00:01:58
สร้างรูปเคารพทองคำ00:01:59
00:01:59
สูง 27.4 เมตร และกว้าง 2.7 เมตร 00:02:04
00:02:04
แค่ขนาดของมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว 00:02:07
00:02:07
แต่ไม่ใช่แค่นั้น ในข้อ 2 ยังบอกว่า 00:02:11
00:02:11
กษัตริย์ยังเรียกพวกผู้ปกครองรัฐ 00:02:13
00:02:13
ข้าราชการชั้นสูง เจ้าเมือง 00:02:15
00:02:15
ที่ปรึกษา ให้มารวมตัวกัน00:02:18
00:02:19
และในข้อ 4-6 00:02:20
00:02:20
มีการประกาศเสียงดังว่า 00:02:23
00:02:23
กษัตริย์มีคำสั่งว่า00:02:25
00:02:25
เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ยินเสียงแตรเขาสัตว์ 00:02:28
00:02:28
ทุกคนต้องก้มลงกราบรูปเคารพนี้ 00:02:31
00:02:31
และถ้าใครก็ตามที่ไม่ยอมก้มกราบ00:02:34
00:02:34
ก็จะถูกโยนเข้าไปในเตาไฟที่ร้อนแรงทันที 00:02:38
00:02:38
ฟังแล้วน่ากลัวมากเลยใช่ไหม?00:02:40
00:02:40
แต่ชายหนุ่มชาวฮีบรูทั้ง 3 คนนี้00:02:44
00:02:44
ไม่ได้กลัวเลย00:02:45
00:02:45
ทุกวันนี้00:02:47
00:02:47
ซาตานก็ยังพยายามข่มขู่
ให้เรากลัวด้วยเหมือนกัน 00:02:51
00:02:51
เช่น บางคนพูดกับเราว่า 00:02:53
00:02:53
ถ้าคุณไม่ยอมเติมเลือดคุณต้องตายแน่ๆ 00:02:56
00:02:56
ถ้าไม่ยอมทำงานนี้ 00:02:58
00:02:58
หมายถึงงานที่จะทำให้
คุณห่างจากพระยะโฮวา 00:03:01
00:03:01
ครอบครัวคุณจะไม่มีกิน 00:03:04
00:03:04
ทำไมไม่ยอมสูบบุหรี่ล่ะ 00:03:05
00:03:05
นายมันอ่อน กลัวรึไง?00:03:08
00:03:08
ผู้หญิงคนนั้นชอบนายนะ00:03:10
00:03:10
ทำไมไม่เป็นแฟนกับเธอละ 00:03:12
00:03:12
หรือนายไม่ชอบผู้หญิง?00:03:14
00:03:14
ทุกวันนี้ซาตานมันก็ยังข่มขู่เราไม่เลิก00:03:18
00:03:18
1 เปโตร 5:8 บอกว่า 00:03:20
00:03:20
มารเป็นเหมือนสิงโตคำราม 00:03:23
00:03:23
และซาตานก็กำลังทำแบบนั้น00:03:26
00:03:26
โดยขู่ให้เรากลัว 00:03:28
00:03:28
เหมือนที่สิงโตจริงๆ ชอบร้องคำราม 00:03:31
00:03:31
ในหนังสืออินไซต์บอกว่า ที่สิงโตคำราม
ก็เพื่อทำให้สัตว์ที่อยู่กันเป็นฝูงแตกตื่น 00:03:37
00:03:37
เพื่อสิงโตจะจู่โจมพวกมันได้ง่ายขึ้น00:03:40
00:03:41
ตอนนี้ให้เรามาดูกันว่า00:03:43
00:03:43
ตัวอย่างของชายหนุ่มชาวฮีบรู 3 คน00:03:46
00:03:46
สอนบทเรียนอะไรกับเรา00:03:48
00:03:48
เพื่อช่วยให้เราไม่กลัวคำข่มขู่ของซาตาน00:03:52
00:03:52
บทเรียนที่เราได้ก็คือหนึ่ง 00:03:55
00:03:55
ให้เราวางใจพระยะโฮวาสุดหัวใจต่อไป 00:03:58
00:03:58
แม้ว่าซาตานจะขู่คำรามใส่เรา00:04:01
00:04:01
ถ้าดูต่อที่ดาเนียลบท 3 00:04:04
00:04:04
เราจะเห็นว่าชายหนุ่มเหล่านี้
วางใจพระยะโฮวาขนาดไหน 00:04:08
00:04:08
ทั้งๆ ที่มีคนพยายามทำให้พวกเขากลัว 00:04:12
00:04:12
ในบท 3 ข้อ 16 อ่านว่า 00:04:14
00:04:14
“ชัดรัค เมชาค และ
อาเบดเนโกบอกกษัตริย์ว่า 00:04:18
00:04:19
‘พวกเราคงไม่ต้องตอบเรื่องนี้ 00:04:21
00:04:21
ถ้าพวกเราถูกโยนเข้าเตาไฟ00:04:24
00:04:24
พระเจ้าที่พวกเรานับถือจะช่วยพวกเรา00:04:26
00:04:26
ออกจากเตาไฟที่ร้อนแรงได้ 00:04:29
00:04:29
และจะช่วยให้พ้นมือกษัตริย์ได้’” 00:04:31
00:04:31
ขอสังเกตประโยคต่อไปนะครับเขาพูดยังไง 00:04:34
00:04:34
พวกเขาพูดต่อไปว่า 00:04:36
00:04:36
“แต่ถึงพระเจ้าไม่ช่วย 00:04:38
00:04:38
พวกเราก็จะไม่นับถือเทพเจ้าของท่าน00:04:41
00:04:41
หรือกราบไหว้รูปเคารพทองคำ00:04:44
00:04:44
ที่ท่านสร้างอยู่ดี” 00:04:46
00:04:46
พวกเขาวางใจพระเจ้าจริงๆ00:04:48
00:04:48
บทเรียนที่สองคือ 00:04:50
00:04:50
พลังบริสุทธิ์จะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนก 00:04:54
00:04:54
สงบใจ และทำให้รู้ว่าเราต้องพูดอะไร 00:04:58
00:04:58
จากข้อคัมภีร์ที่เราเพิ่งอ่านไปเมื่อกี้ 00:05:01
00:05:01
ชายหนุ่มทั้ง 3 คนนี้มีท่าทีสงบจริงๆ 00:05:05
00:05:05
และตอบได้ดีมากด้วย 00:05:07
00:05:07
พลังบริสุทธิ์ช่วยพวกเขาให้เป็นอย่างนั้นได้00:05:10
00:05:10
และก็จะช่วยพวกเราด้วยเหมือนกัน 00:05:12
00:05:12
ที่ลูกา 12:11,12 พระเยซูบอกว่า 00:05:16
00:05:16
เมื่อคุณถูกนำตัวไปสอบสวนในที่ประชุม 00:05:20
00:05:20
หรือยืนอยู่ต่อหน้าผู้ปกครองบ้านเมือง 00:05:22
00:05:22
ไม่ต้องกังวล...ว่าจะพูดอะไร 00:05:24
00:05:24
พลังบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะ
ทำให้คุณรู้ว่าต้องพูดอะไร”00:05:29
00:05:29
บทเรียนที่สาม 00:05:30
00:05:30
พระยะโฮวาใช้ทูตสวรรค์
ที่มีอำนาจของพระองค์ 00:05:34
00:05:34
เพื่อช่วยเราให้รอด00:05:36
00:05:36
จากสถานการณ์ที่น่ากลัวได้ 00:05:38
00:05:38
พระเจ้าช่วยชายทั้ง 3 คนนี้
ให้รอดอย่างน่าอัศจรรย์ 00:05:43
00:05:43
พอกษัตริย์มองเข้าไปในเตาไฟ 00:05:45
00:05:45
แทนที่เขาจะเห็นว่าชายหนุ่มฮีบรู
ทั้ง 3 คนนี้กำลังถูกเผา 00:05:49
00:05:49
แต่กษัตริย์กลับเห็นว่ามี 4 คนเดินอยู่ในเตา 00:05:53
00:05:53
ซึ่งคนที่ 4 ก็คือทูตสวรรค์นั่นเอง00:05:56
00:05:56
แล้วพอพวกเขาออกมาจากเตาไฟ00:05:59
00:05:59
พวกเขาไม่มีแม้แต่กลิ่นควันติดตัว 00:06:02
00:06:02
แม้แต่ผมสักเส้นก็ไม่ไหม้เลย 00:06:05
00:06:05
ถ้าเราอยู่ในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่00:06:08
00:06:08
กลิ่นควันมันก็ติดตัวเราง่ายใช่ไหม00:06:11
00:06:11
ถ้าพูดถึงเส้นผม 00:06:13
00:06:13
ปกติมันก็ไหม้ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว 00:06:15
00:06:15
มีอยู่ครั้งหนึ่งผมพยายามจุดเตาแก๊ส 00:06:18
00:06:18
ตอนนั้นผมใช้ไม้ขีด00:06:20
00:06:20
พอจุดได้ไฟมันก็ลุกพรึ่บขึ้นมา 00:06:23
00:06:24
ไฟมันก็เผาขนแขนผมไปครึ่งหนึ่งเลย 00:06:27
00:06:27
แต่ชายหนุ่มทั้ง 3 คนนี้ไม่มีแม้แต่
กลิ่นควัน ผมสักเส้นก็ไม่ไหม้00:06:32
00:06:32
ถึงแม้ในทุกวันนี้เราไม่คาดหมายว่า00:06:35
00:06:35
ทูตสวรรค์จะช่วยเราด้วยวิธีอัศจรรย์ 00:06:38
00:06:38
แต่พระยะโฮวาสามารถใช้พวกเขา00:06:40
00:06:40
ให้ช่วยเราเอาชนะปัญหาได้ 00:06:43
00:06:43
เช่น ช่วยให้เราเจองานที่ดูแลครอบครัวได้ 00:06:46
00:06:46
ช่วยให้เราเจอหมอที่ยินดีรักษาโดยไม่ใช้เลือด 00:06:51
00:06:51
หรือพระยะโฮวาอาจใช้ทูตสวรรค์00:06:53
00:06:53
เพื่อช่วยให้เราเข้มแข็ง00:06:55
00:06:55
และซื่อสัตย์ภักดี00:06:57
00:06:57
แม้จะเจอปัญหาที่หนักมาก00:07:00
00:07:00
ต่อไปบทเรียนที่สี่ 00:07:02
00:07:02
ความเชื่อในเรื่องการฟื้นขึ้นจากตาย00:07:05
00:07:05
จะช่วยเราให้ไม่กลัว 00:07:07
00:07:07
ถึงแม้ว่าเราจะถูกขู่ฆ่า 00:07:09
00:07:09
แน่นอนว่าหนุ่มชาวฮีบรู 3 คนนี้00:07:12
00:07:12
รู้จักคำพูดของโยบดี ที่โยบขอพระเจ้าว่า 00:07:16
00:07:16
ให้ซ่อนเขาไว้ในหลุมศพ 00:07:18
00:07:18
กำหนดเวลาให้กับเขา 00:07:20
00:07:20
แล้วปลุกเขาขึ้นมาอีกครั้ง 00:07:23
00:07:23
พวกเขาก็คงเคยได้ยิน00:07:25
00:07:25
ที่เอลียาห์กับเอลีชาปลุกคนตายให้ฟื้น 00:07:28
00:07:28
ถึงพระเจ้าจะไม่ช่วยพวกเขาอย่างอัศจรรย์ 00:07:30
00:07:30
แต่พวกเขาก็มั่นใจว่า00:07:32
00:07:32
พระองค์จะปลุกพวกเขาให้ฟื้นขึ้นจากตาย00:07:34
00:07:34
ถ้าพวกเขาซื่อสัตย์ 00:07:35
00:07:35
เราในทุกวันนี้ก็เหมือนกัน00:07:38
00:07:38
และความเชื่อในเรื่องการฟื้นขึ้นจากตาย 00:07:41
00:07:41
จะทำให้เราไม่กลัว 00:07:42
00:07:42
เมื่อซาตานใช้ความตาย มาขู่เรา 00:07:46
00:07:46
ความหวังนี่แหละ00:07:47
00:07:47
เป็นเหมือนอาวุธลับของเรา 00:07:49
00:07:49
ที่ช่วยให้เราเอาชนะซาตานได้00:07:51
00:07:52
และบทเรียนสุดท้ายก็คือ 00:07:54
00:07:54
ถ้าเราเข้มแข็งและไม่กลัว 00:07:57
00:07:57
คนอื่นที่เห็นก็จะสรรเสริญพระยะโฮวา 00:08:01
00:08:01
จำได้ไหมกษัตริย์พูดยังไง 00:08:02
00:08:02
ตอนที่หนุ่มชาวฮีบรู 3 คน
ออกมาจากเตาไฟ 00:08:06
00:08:06
เขาพูดว่า 00:08:07
00:08:07
“ขอสรรเสริญพระเจ้าของชัดรัค 00:08:09
00:08:09
เมชาค และอาเบดเนโก ...00:08:12
00:08:12
เพราะไม่มีเทพเจ้าองค์ไหน00:08:14
00:08:14
ที่ช่วยได้เหมือนพระเจ้าองค์นี้”00:08:17
00:08:17
ลองคิดดูนะครับ 00:08:19
00:08:19
สมมุติว่า00:08:20
00:08:20
เนบูคัสเนสซาร์และชาวบาบิโลน
ที่เห็นเหตุการณ์นี้ 00:08:23
00:08:23
ถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมา00:08:25
00:08:25
เพราะอยู่ในกลุ่มคนชั่วตามที่กิจการบอกไว้ 00:08:28
00:08:29
ประสบการณ์นี้00:08:30
00:08:30
คงทำให้พวกเขารู้จักพระยะโฮวา
มาใกล้ชิดกับพระองค์ในโลกใหม่ 00:08:35
00:08:35
และจำได้ไหม00:08:36
00:08:36
มีคนที่ตายเพราะโยนหนุ่มชาวฮีบรู 3 คน00:08:39
00:08:39
ลงไปในเตาไฟ 00:08:41
00:08:41
ถ้าพวกเขาถูกปลุกขึ้นมา 00:08:43
00:08:43
เขาก็จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขาตาย 00:08:46
00:08:46
และการรู้เรื่องนี้00:08:48
00:08:48
คงช่วยพวกเขาให้เข้ามาใกล้ชิด00:08:50
00:08:50
กับพระยะโฮวามากขึ้นในโลกใหม่00:08:53
00:08:53
ในทุกวันนี้ก็เหมือนกันครับ 00:08:55
00:08:55
เมื่อเรามั่นคงแน่วแน่และไม่กลัว 00:08:57
00:08:58
คนอื่นก็จะอยากรู้จักพระเจ้า 00:09:00
00:09:00
แล้วก็มีหลายคนเข้ามาเรียนความจริง00:09:03
00:09:03
เพราะเห็นว่าเราซื่อสัตย์ภักดี00:09:05
00:09:05
มีบทเรียน 5 อย่าง 00:09:07
00:09:07
ที่เราได้เรียนจากหนุ่มชาวฮีบรู 3 คน 00:09:10
00:09:10
ซึ่งพวกเขาไม่กลัวแม้จะถูกข่มขู่ 00:09:13
00:09:13
บทเรียนแรกคือ00:09:15
00:09:15
วางใจพระยะโฮวาต่อไป00:09:17
00:09:17
แม้ซาตานจะขู่เรา 00:09:19
00:09:19
อย่างที่ 2 พลังบริสุทธิ์จะช่วยเราให้สงบใจ 00:09:23
00:09:23
และรู้ว่าจะตอบยังไง 00:09:25
00:09:25
3 พระยะโฮวาสามารถใช้
ทูตสวรรค์ของพระองค์00:09:29
00:09:29
เพื่อช่วยเราให้รอด00:09:30
00:09:30
จากสถานการณ์ที่น่ากลัว 00:09:33
00:09:33
4 ความหวังในเรื่องการฟื้นขึ้นจากตาย00:09:37
00:09:37
จะช่วยให้เรามั่นคงเข้มแข็ง 00:09:39
00:09:39
แม้ว่าจะถูกขู่ฆ่าก็ตาม 00:09:42
00:09:42
และบทเรียนที่ 5 00:09:44
00:09:44
ถ้าเรามั่นคงแน่วแน่และไม่กลัว 00:09:47
00:09:47
คนอื่นจะอยากรู้จักพระยะโฮวา 00:09:50
00:09:50
ขอเราทุกคนเป็นเหมือนหนุ่มฮีบรู 3 คน00:09:54
00:09:54
ที่ตั้งใจ00:09:56
00:09:56
ไม่ยอมให้ซาตาน00:09:58
00:09:58
มาทำให้กลัว00:10:00
เอ็ม. สตีเฟน เลตต์—อย่ายอมให้ซาตานมาทำให้คุณกลัว (เฉลยธรรมบัญญัติ 1:17)
-
เอ็ม. สตีเฟน เลตต์—อย่ายอมให้ซาตานมาทำให้คุณกลัว (เฉลยธรรมบัญญัติ 1:17)
หัวเรื่องคำบรรยายนี้คือ
“อย่ายอมให้ซาตาน
มาทำให้คุณกลัว”
การทำให้กลัวหมายถึง
การบังคับคนอื่น
ให้ทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง
ทั้งโดยการข่มขู่และใช้กำลัง
ซาตานก็ชอบทำให้คนอื่นกลัว
เพื่อจะให้ผู้คนทำสิ่งที่มันต้องการ
แต่ตรงกันข้าม
พระยะโฮวาทำทุกอย่างด้วยความรักเสมอ
ในข้อมูลสำหรับศึกษา
มีการใช้คำที่เกี่ยวข้องกับการข่มขู่ 2 ครั้ง
และในคัมภีร์ไบเบิล
ก็มีคำที่สื่อความหมายนี้
อยู่ที่เฉลยธรรมบัญญัติ 1:17
ข้อนั้นบอกผู้พิพากษาที่ช่วยโมเสสว่า
“อย่าตัดสินด้วยความลำเอียง...
อย่าเกรงกลัวใคร”
หรืออย่าให้ใครมาทำให้คุณกลัว
ถึงแม้คัมภีร์ไบเบิล
ไม่ได้ใช้คำใดคำหนึ่งเฉพาะเจาะจง
แต่ก็มีหลายครั้งที่พูดถึง
การข่มขู่และการทำให้กลัว
มาดูบางตัวอย่างด้วยกัน
คุณจำได้ไหม
ตอนที่โกลิอัทนักรบร่างยักษ์
พูดจาข่มขู่ดาวิด ซึ่งยังเป็นเด็กหนุ่มอยู่
ถ้าเราดูด้วยกันที่ 1 ซามูเอล 17:44
โกลิอัทพูดกับดาวิดว่า
“เข้ามาเลย!
ข้าจะเอาเนื้อของแกให้นกบนฟ้า
และสัตว์ป่าบนแผ่นดินได้กินกัน”
เหมือนเขากำลังพูดว่า “เข้ามาเลยไอ้หนู
เดี๋ยวข้าจะเอาศพของเจ้า
ให้อีแร้งกับไฮยีนากิน
เป็นคำขู่ที่น่ากลัวจริงๆ”
ในสมัยเฮเซคียาห์
ก็มีรับชาเคห์ซึ่งพูดภาษาฮีบรูได้คล่องแคล่ว
พยายามข่มขู่ชาวยิว
คุณจำสันบาลลัทกับโทบีอาห์ได้ไหม
พวกเขาเยาะเย้ยเนหะมีย์
และชาวยิวที่กำลัง
สร้างกำแพงเมืองขึ้นมาใหม่
และในคำอธิบายของ<i>หอสังเกตการณ์</i><i> </i>วันนี้
ก็พูดถึงอีกตัวอย่างหนึ่งด้วย
กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์
พยายามบังคับหนุ่มฮีบรู 3 คน
ให้ก้มกราบรูปเคารพ
เขาทำยังไงครับ?
ที่ดาเนียล 3:1 บอกว่ากษัตริย์
สร้างรูปเคารพทองคำ
สูง 27.4 เมตร และกว้าง 2.7 เมตร
แค่ขนาดของมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว
แต่ไม่ใช่แค่นั้น ในข้อ 2 ยังบอกว่า
กษัตริย์ยังเรียกพวกผู้ปกครองรัฐ
ข้าราชการชั้นสูง เจ้าเมือง
ที่ปรึกษา ให้มารวมตัวกัน
และในข้อ 4-6
มีการประกาศเสียงดังว่า
กษัตริย์มีคำสั่งว่า
เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ยินเสียงแตรเขาสัตว์
ทุกคนต้องก้มลงกราบรูปเคารพนี้
และถ้าใครก็ตามที่ไม่ยอมก้มกราบ
ก็จะถูกโยนเข้าไปในเตาไฟที่ร้อนแรงทันที
ฟังแล้วน่ากลัวมากเลยใช่ไหม?
แต่ชายหนุ่มชาวฮีบรูทั้ง 3 คนนี้
ไม่ได้กลัวเลย
ทุกวันนี้
ซาตานก็ยังพยายามข่มขู่
ให้เรากลัวด้วยเหมือนกัน
เช่น บางคนพูดกับเราว่า
ถ้าคุณไม่ยอมเติมเลือดคุณต้องตายแน่ๆ
ถ้าไม่ยอมทำงานนี้
หมายถึงงานที่จะทำให้
คุณห่างจากพระยะโฮวา
ครอบครัวคุณจะไม่มีกิน
ทำไมไม่ยอมสูบบุหรี่ล่ะ
นายมันอ่อน กลัวรึไง?
ผู้หญิงคนนั้นชอบนายนะ
ทำไมไม่เป็นแฟนกับเธอละ
หรือนายไม่ชอบผู้หญิง?
ทุกวันนี้ซาตานมันก็ยังข่มขู่เราไม่เลิก
1 เปโตร 5:8 บอกว่า
มารเป็นเหมือนสิงโตคำราม
และซาตานก็กำลังทำแบบนั้น
โดยขู่ให้เรากลัว
เหมือนที่สิงโตจริงๆ ชอบร้องคำราม
ในหนังสืออินไซต์บอกว่า ที่สิงโตคำราม
ก็เพื่อทำให้สัตว์ที่อยู่กันเป็นฝูงแตกตื่น
เพื่อสิงโตจะจู่โจมพวกมันได้ง่ายขึ้น
ตอนนี้ให้เรามาดูกันว่า
ตัวอย่างของชายหนุ่มชาวฮีบรู 3 คน
สอนบทเรียนอะไรกับเรา
เพื่อช่วยให้เราไม่กลัวคำข่มขู่ของซาตาน
บทเรียนที่เราได้ก็คือหนึ่ง
ให้เราวางใจพระยะโฮวาสุดหัวใจต่อไป
แม้ว่าซาตานจะขู่คำรามใส่เรา
ถ้าดูต่อที่ดาเนียลบท 3
เราจะเห็นว่าชายหนุ่มเหล่านี้
วางใจพระยะโฮวาขนาดไหน
ทั้งๆ ที่มีคนพยายามทำให้พวกเขากลัว
ในบท 3 ข้อ 16 อ่านว่า
“ชัดรัค เมชาค และ
อาเบดเนโกบอกกษัตริย์ว่า
‘พวกเราคงไม่ต้องตอบเรื่องนี้
ถ้าพวกเราถูกโยนเข้าเตาไฟ
พระเจ้าที่พวกเรานับถือจะช่วยพวกเรา
ออกจากเตาไฟที่ร้อนแรงได้
และจะช่วยให้พ้นมือกษัตริย์ได้’”
ขอสังเกตประโยคต่อไปนะครับเขาพูดยังไง
พวกเขาพูดต่อไปว่า
“แต่ถึงพระเจ้าไม่ช่วย
พวกเราก็จะไม่นับถือเทพเจ้าของท่าน
หรือกราบไหว้รูปเคารพทองคำ
ที่ท่านสร้างอยู่ดี”
พวกเขาวางใจพระเจ้าจริงๆ
บทเรียนที่สองคือ
พลังบริสุทธิ์จะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนก
สงบใจ และทำให้รู้ว่าเราต้องพูดอะไร
จากข้อคัมภีร์ที่เราเพิ่งอ่านไปเมื่อกี้
ชายหนุ่มทั้ง 3 คนนี้มีท่าทีสงบจริงๆ
และตอบได้ดีมากด้วย
พลังบริสุทธิ์ช่วยพวกเขาให้เป็นอย่างนั้นได้
และก็จะช่วยพวกเราด้วยเหมือนกัน
ที่ลูกา 12:11,12 พระเยซูบอกว่า
เมื่อคุณถูกนำตัวไปสอบสวนในที่ประชุม
หรือยืนอยู่ต่อหน้าผู้ปกครองบ้านเมือง
ไม่ต้องกังวล...ว่าจะพูดอะไร
พลังบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะ
ทำให้คุณรู้ว่าต้องพูดอะไร”
บทเรียนที่สาม
พระยะโฮวาใช้ทูตสวรรค์
ที่มีอำนาจของพระองค์
เพื่อช่วยเราให้รอด
จากสถานการณ์ที่น่ากลัวได้
พระเจ้าช่วยชายทั้ง 3 คนนี้
ให้รอดอย่างน่าอัศจรรย์
พอกษัตริย์มองเข้าไปในเตาไฟ
แทนที่เขาจะเห็นว่าชายหนุ่มฮีบรู
ทั้ง 3 คนนี้กำลังถูกเผา
แต่กษัตริย์กลับเห็นว่ามี 4 คนเดินอยู่ในเตา
ซึ่งคนที่ 4 ก็คือทูตสวรรค์นั่นเอง
แล้วพอพวกเขาออกมาจากเตาไฟ
พวกเขาไม่มีแม้แต่กลิ่นควันติดตัว
แม้แต่ผมสักเส้นก็ไม่ไหม้เลย
ถ้าเราอยู่ในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่
กลิ่นควันมันก็ติดตัวเราง่ายใช่ไหม
ถ้าพูดถึงเส้นผม
ปกติมันก็ไหม้ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว
มีอยู่ครั้งหนึ่งผมพยายามจุดเตาแก๊ส
ตอนนั้นผมใช้ไม้ขีด
พอจุดได้ไฟมันก็ลุกพรึ่บขึ้นมา
ไฟมันก็เผาขนแขนผมไปครึ่งหนึ่งเลย
แต่ชายหนุ่มทั้ง 3 คนนี้ไม่มีแม้แต่
กลิ่นควัน ผมสักเส้นก็ไม่ไหม้
ถึงแม้ในทุกวันนี้เราไม่คาดหมายว่า
ทูตสวรรค์จะช่วยเราด้วยวิธีอัศจรรย์
แต่พระยะโฮวาสามารถใช้พวกเขา
ให้ช่วยเราเอาชนะปัญหาได้
เช่น ช่วยให้เราเจองานที่ดูแลครอบครัวได้
ช่วยให้เราเจอหมอที่ยินดีรักษาโดยไม่ใช้เลือด
หรือพระยะโฮวาอาจใช้ทูตสวรรค์
เพื่อช่วยให้เราเข้มแข็ง
และซื่อสัตย์ภักดี
แม้จะเจอปัญหาที่หนักมาก
ต่อไปบทเรียนที่สี่
ความเชื่อในเรื่องการฟื้นขึ้นจากตาย
จะช่วยเราให้ไม่กลัว
ถึงแม้ว่าเราจะถูกขู่ฆ่า
แน่นอนว่าหนุ่มชาวฮีบรู 3 คนนี้
รู้จักคำพูดของโยบดี ที่โยบขอพระเจ้าว่า
ให้ซ่อนเขาไว้ในหลุมศพ
กำหนดเวลาให้กับเขา
แล้วปลุกเขาขึ้นมาอีกครั้ง
พวกเขาก็คงเคยได้ยิน
ที่เอลียาห์กับเอลีชาปลุกคนตายให้ฟื้น
ถึงพระเจ้าจะไม่ช่วยพวกเขาอย่างอัศจรรย์
แต่พวกเขาก็มั่นใจว่า
พระองค์จะปลุกพวกเขาให้ฟื้นขึ้นจากตาย
ถ้าพวกเขาซื่อสัตย์
เราในทุกวันนี้ก็เหมือนกัน
และความเชื่อในเรื่องการฟื้นขึ้นจากตาย
จะทำให้เราไม่กลัว
เมื่อซาตานใช้ความตาย มาขู่เรา
ความหวังนี่แหละ
เป็นเหมือนอาวุธลับของเรา
ที่ช่วยให้เราเอาชนะซาตานได้
และบทเรียนสุดท้ายก็คือ
ถ้าเราเข้มแข็งและไม่กลัว
คนอื่นที่เห็นก็จะสรรเสริญพระยะโฮวา
จำได้ไหมกษัตริย์พูดยังไง
ตอนที่หนุ่มชาวฮีบรู 3 คน
ออกมาจากเตาไฟ
เขาพูดว่า
“ขอสรรเสริญพระเจ้าของชัดรัค
เมชาค และอาเบดเนโก ...
เพราะไม่มีเทพเจ้าองค์ไหน
ที่ช่วยได้เหมือนพระเจ้าองค์นี้”
ลองคิดดูนะครับ
สมมุติว่า
เนบูคัสเนสซาร์และชาวบาบิโลน
ที่เห็นเหตุการณ์นี้
ถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมา
เพราะอยู่ในกลุ่มคนชั่วตามที่กิจการบอกไว้
ประสบการณ์นี้
คงทำให้พวกเขารู้จักพระยะโฮวา
มาใกล้ชิดกับพระองค์ในโลกใหม่
และจำได้ไหม
มีคนที่ตายเพราะโยนหนุ่มชาวฮีบรู 3 คน
ลงไปในเตาไฟ
ถ้าพวกเขาถูกปลุกขึ้นมา
เขาก็จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขาตาย
และการรู้เรื่องนี้
คงช่วยพวกเขาให้เข้ามาใกล้ชิด
กับพระยะโฮวามากขึ้นในโลกใหม่
ในทุกวันนี้ก็เหมือนกันครับ
เมื่อเรามั่นคงแน่วแน่และไม่กลัว
คนอื่นก็จะอยากรู้จักพระเจ้า
แล้วก็มีหลายคนเข้ามาเรียนความจริง
เพราะเห็นว่าเราซื่อสัตย์ภักดี
มีบทเรียน 5 อย่าง
ที่เราได้เรียนจากหนุ่มชาวฮีบรู 3 คน
ซึ่งพวกเขาไม่กลัวแม้จะถูกข่มขู่
บทเรียนแรกคือ
วางใจพระยะโฮวาต่อไป
แม้ซาตานจะขู่เรา
อย่างที่ 2 พลังบริสุทธิ์จะช่วยเราให้สงบใจ
และรู้ว่าจะตอบยังไง
3 พระยะโฮวาสามารถใช้
ทูตสวรรค์ของพระองค์
เพื่อช่วยเราให้รอด
จากสถานการณ์ที่น่ากลัว
4 ความหวังในเรื่องการฟื้นขึ้นจากตาย
จะช่วยให้เรามั่นคงเข้มแข็ง
แม้ว่าจะถูกขู่ฆ่าก็ตาม
และบทเรียนที่ 5
ถ้าเรามั่นคงแน่วแน่และไม่กลัว
คนอื่นจะอยากรู้จักพระยะโฮวา
ขอเราทุกคนเป็นเหมือนหนุ่มฮีบรู 3 คน
ที่ตั้งใจ
ไม่ยอมให้ซาตาน
มาทำให้กลัว
-