การค้นพบคัมภีร์ไบเบิลฉบับมักเดเบอร์เกอร์ที่ล้ำค่า
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
พยานพระยะโฮวารักคัมภีร์ไบเบิล 00:00:04
00:00:05
นานมาแล้ว
ก่อนที่เราจะเริ่มแปลคัมภีร์ไบเบิลเอง 00:00:08
00:00:09
เราได้รับอนุญาตให้พิมพ์คัมภีร์ไบเบิล
ฉบับแปลอื่นๆหลายฉบับ00:00:14
00:00:14
แล้วพอถึงทศวรรษ 1950 00:00:17
00:00:17
สมาคมวอชเทาเวอร์ ไบเบิล แอนด์ แทร็กต์00:00:19
00:00:19
ได้พิมพ์คัมภีร์ไบเบิลเล่มแรก
ที่แปลโดยพยานพระยะโฮวา 00:00:23
00:00:23
ซึ่งก็คือคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่00:00:26
00:00:27
เราคิดมาตลอดว่า นี่เป็นไบเบิลเล่มแรกที่เราแปล00:00:31
00:00:32
แต่ในเดือนกันยา ปี 2017 00:00:34
00:00:34
พี่น้องชายคนหนึ่งในเยอรมนี00:00:36
00:00:36
ได้บริจาคคัมภีร์ไบเบิลเล่มหนึ่ง
ให้กับแผนกพิพิธภัณฑ์ 00:00:40
00:00:40
เขาได้แนบจดหมายที่พูดถึง
พระคัมภีร์หายากฉบับหนึ่ง00:00:44
00:00:44
ที่พิมพ์ในปี 1934 ที่มักเดเบิร์ก00:00:48
00:00:48
ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานสาขาเยอรมนี00:00:52
00:00:52
และโรงพิมพ์ในเวลานั้น00:00:53
00:00:53
ไม่ค่อยมีใครรู้จักฉบับแปลนี้ 00:00:56
00:00:56
และสำหรับคนที่รู้จัก 00:00:57
00:00:57
ก็คิดว่าฉบับแปลนี้ไม่ได้รับการอนุมัติ
จากพี่น้อง เจ. เอฟ. รัทเทอร์ฟอร์ด00:01:02
00:01:02
นายกสมาคมในตอนนั้น 00:01:04
00:01:04
ในปี 1934 00:01:06
00:01:06
อะดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็เริ่มข่มเหงพยานพระยะโฮวา00:01:09
00:01:10
เราถูกห้ามทำกิจกรรมทางศาสนา00:01:13
00:01:13
หนังสือของเรา 65 ตัน00:01:15
00:01:15
ถูกเจ้าหน้าที่นาซียึดและเผาทิ้ง 00:01:18
00:01:18
มีหลายครั้ง00:01:19
00:01:19
ที่สำนักงานสาขากับโรงพิมพ์ในมักเดเบิร์ก
ถูกสั่งปิด00:01:23
00:01:23
และก็มีการอนุญาตให้เปิดใหม่อีก 00:01:25
00:01:26
นี่เลยเป็นเหตุผลที่ว่าคัมภีร์ไบเบิล
ฉบับมักเดเบอร์เกอร์00:01:30
00:01:30
ในหน้าแรกๆ ไม่ได้ใส่ข้อมูลว่าใครเป็นผู้พิมพ์ ผู้แปล 00:01:35
00:01:35
พิมพ์เมื่อไหร่ และที่ไหน 00:01:37
00:01:38
แต่ที่ด้านล่างสุดของหน้าสุดท้าย00:01:41
00:01:41
มีตัวอักษรขนาดเล็กแค่บรรทัดเดียว
ที่อ่านว่า 00:01:45
00:01:46
ผู้จัดพิมพ์00:01:47
00:01:47
สมาคมวอชเทาเวอร์ ไบเบิล แอนด์ แทร็กต์
มักเดเบิร์ก 00:01:51
00:01:51
ต่อมา ในวันที่ 13 กันยายน ปี 1934 00:01:56
00:01:56
กระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลเยอรมนี 00:01:59
00:01:59
ได้อนุญาตให้สำนักงานสาขาที่มักเดเบิร์ก 00:02:01
00:02:01
พิมพ์และแจกจ่ายพระคัมภีร์ต่อได้อีกครั้ง 00:02:04
00:02:06
แต่ทุกคนก็รู้ว่า00:02:08
00:02:08
โรงพิมพ์อาจจะถูกสั่งปิดอีกครั้ง
หรือโดนปิดถาวรเลยเมื่อไหร่ก็ได้ 00:02:13
00:02:13
พี่น้องของเราจะทำอะไรได้
ในเวลาสั้นๆแบบนั้น 00:02:16
00:02:16
สำนักงานสาขามักเดเบิร์ก00:02:18
00:02:18
แจ้งพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดว่า
พวกเขามีต้นฉบับพันธสัญญาใหม่00:02:23
00:02:23
ซึ่งพร้อมจะพิมพ์ได้เลย 00:02:24
00:02:24
ส่วนการแปลพันธสัญญาเดิม
ก็ใกล้จะเสร็จแล้ว 00:02:28
00:02:28
ในเดือนตุลาคม 1934 00:02:31
00:02:31
พี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดก็อนุมัติ
ให้มีการพิมพ์ฉบับแปลนี้ 00:02:34
00:02:34
100,000 เล่ม 00:02:35
00:02:35
แต่พวกเขามีเวลาไม่มากที่จะพิมพ์ 00:02:38
00:02:38
ต่อมาพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดได้รับจดหมาย
ลงวันที่ 6 สิงหาคม 193500:02:44
00:02:44
ในจดหมายเขียนว่า00:02:45
00:02:45
ตอนบ่ายของวันที่ 10 กรกฎาคม 00:02:48
00:02:48
มีเจ้าหน้าที่หน่วยตำรวจลับของเบอร์ลิน
กับมักเดเบิร์กบุกมาที่โรงพิมพ์ 00:02:53
00:02:53
พวกเขาสั่งปิดโรงพิมพ์
และสำนักงานสาขาที่มักเดเบิร์ก 00:02:58
00:02:58
และยังยึดอาคาร
และเงินของสมาคมฯไปด้วย 00:03:01
00:03:01
ในตอนนั้น
ไบเบิลหลายพันเล่มพิมพ์เสร็จแล้ว 00:03:04
00:03:04
แต่น่าเศร้า00:03:06
00:03:06
มีคัมภีร์ไบเบิลแค่ไม่กี่เล่ม
ที่เหลือรอดออกมาได้ 00:03:09
00:03:09
ในเดือนพฤศจิกา 2017 00:03:12
00:03:12
หลังจากที่เราค้นหาอย่างละเอียด 00:03:14
00:03:14
เราก็ได้เจอคัมภีร์ไบเบิล
ฉบับแปลมักเดเบอร์เกอร์ 3 เล่ม00:03:19
00:03:19
เราไม่คิดมาก่อนเลยว่า00:03:21
00:03:21
คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลนี้จะเป็นส่วนที่สำคัญมาก00:03:24
00:03:24
ของประวัติศาสตร์การแปล
และพิมพ์ไบเบิลขององค์การ 00:03:28
00:03:28
ฉบับแปลนี้ไม่ใช่แค่รวบรวมงานแปลที่มีอยู่แล้ว 00:03:33
00:03:33
แต่เป็นการแปลขึ้นมาใหม่
และไม่เหมือนกับฉบับอื่นๆ00:03:36
00:03:36
มีชื่อพระยะโฮวาอยู่ในหลายที่
ของพระคัมภีร์ภาคภาษาฮีบรู00:03:41
00:03:41
และในเชิงอรรถของพระคัมภีร์คริสเตียน
ภาคภาษากรีกด้วย00:03:44
00:03:45
หอสังเกตการณ์ภาษาเยอรมัน00:03:47
00:03:47
ก็เคยอ้างถึงฉบับแปลมักเดเบอร์เกอร์ด้วย00:03:51
00:03:51
แม้จะมีการแปลฉบับแปลนี้เกือบร้อยปีแล้ว 00:03:55
00:03:55
แต่ผู้อ่านในปัจจุบันก็ยังเข้าใจได้ง่าย 00:03:58
00:03:58
การแปลคัมภีร์ไบเบิลฉบับนี้00:04:00
00:04:00
เป็นเรื่องที่น่าประทับใจจริงๆ 00:04:02
00:04:02
ถ้าเทียบกับฉบับแปลอื่น00:04:05
00:04:05
ฉบับแปลนี้พิมพ์และแจกจ่ายน้อยมาก 00:04:08
00:04:08
แถมยังต้องพิมพ์ในเวลาจำกัด00:04:10
00:04:10
ภายใต้สภาพการณ์ที่อันตราย
และยากลำบากมาก 00:04:13
00:04:13
เราไม่รู้เรื่องราวของฉบับแปลนี้เลย00:04:16
00:04:16
จนกระทั่งมันถูกค้นพบอีกครั้ง 00:04:18
00:04:19
คัมภีร์ไบเบิลฉบับมักเดเบอร์เกอร์00:04:22
00:04:22
เป็นคัมภีร์ไบเบิลเล่มแรก00:04:23
00:04:23
ที่แปลและจัดพิมพ์โดยพยานพระยะโฮวา00:04:26
00:04:26
ซึ่งออกมาก่อนฉบับแปลโลกใหม่ซะอีก00:04:29
00:04:29
ฉบับแปลนี้อยู่รอดมาได้ 00:04:32
00:04:32
ถึงแม้จะมีการต่อต้านจากรัฐบาลนาซี 00:04:35
00:04:35
และตอนนี้มีอยู่ที่00:04:36
00:04:36
พิพิธภัณฑ์คัมภีร์ไบเบิลของเราที่วอร์วิก 00:04:39
00:04:39
คัมภีร์ฉบับนี้เป็นพยานยืนยันถ้อยคำ
ในอิสยาห์ 40:8 ที่บอกว่า00:04:45
การค้นพบคัมภีร์ไบเบิลฉบับมักเดเบอร์เกอร์ที่ล้ำค่า
-
การค้นพบคัมภีร์ไบเบิลฉบับมักเดเบอร์เกอร์ที่ล้ำค่า
พยานพระยะโฮวารักคัมภีร์ไบเบิล
นานมาแล้ว
ก่อนที่เราจะเริ่มแปลคัมภีร์ไบเบิลเอง
เราได้รับอนุญาตให้พิมพ์คัมภีร์ไบเบิล
ฉบับแปลอื่นๆหลายฉบับ
แล้วพอถึงทศวรรษ 1950
สมาคมวอชเทาเวอร์ ไบเบิล แอนด์ แทร็กต์
ได้พิมพ์คัมภีร์ไบเบิลเล่มแรก
ที่แปลโดยพยานพระยะโฮวา
ซึ่งก็คือคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่
เราคิดมาตลอดว่า นี่เป็นไบเบิลเล่มแรกที่เราแปล
แต่ในเดือนกันยา ปี 2017
พี่น้องชายคนหนึ่งในเยอรมนี
ได้บริจาคคัมภีร์ไบเบิลเล่มหนึ่ง
ให้กับแผนกพิพิธภัณฑ์
เขาได้แนบจดหมายที่พูดถึง
พระคัมภีร์หายากฉบับหนึ่ง
ที่พิมพ์ในปี 1934 ที่มักเดเบิร์ก
ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานสาขาเยอรมนี
และโรงพิมพ์ในเวลานั้น
ไม่ค่อยมีใครรู้จักฉบับแปลนี้
และสำหรับคนที่รู้จัก
ก็คิดว่าฉบับแปลนี้ไม่ได้รับการอนุมัติ
จากพี่น้อง เจ. เอฟ. รัทเทอร์ฟอร์ด
นายกสมาคมในตอนนั้น
ในปี 1934
อะดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็เริ่มข่มเหงพยานพระยะโฮวา
เราถูกห้ามทำกิจกรรมทางศาสนา
หนังสือของเรา 65 ตัน
ถูกเจ้าหน้าที่นาซียึดและเผาทิ้ง
มีหลายครั้ง
ที่สำนักงานสาขากับโรงพิมพ์ในมักเดเบิร์ก
ถูกสั่งปิด
และก็มีการอนุญาตให้เปิดใหม่อีก
นี่เลยเป็นเหตุผลที่ว่าคัมภีร์ไบเบิล
ฉบับมักเดเบอร์เกอร์
ในหน้าแรกๆ ไม่ได้ใส่ข้อมูลว่าใครเป็นผู้พิมพ์ ผู้แปล
พิมพ์เมื่อไหร่ และที่ไหน
แต่ที่ด้านล่างสุดของหน้าสุดท้าย
มีตัวอักษรขนาดเล็กแค่บรรทัดเดียว
ที่อ่านว่า
ผู้จัดพิมพ์
สมาคมวอชเทาเวอร์ ไบเบิล แอนด์ แทร็กต์
มักเดเบิร์ก
ต่อมา ในวันที่ 13 กันยายน ปี 1934
กระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลเยอรมนี
ได้อนุญาตให้สำนักงานสาขาที่มักเดเบิร์ก
พิมพ์และแจกจ่ายพระคัมภีร์ต่อได้อีกครั้ง
แต่ทุกคนก็รู้ว่า
โรงพิมพ์อาจจะถูกสั่งปิดอีกครั้ง
หรือโดนปิดถาวรเลยเมื่อไหร่ก็ได้
พี่น้องของเราจะทำอะไรได้
ในเวลาสั้นๆแบบนั้น
สำนักงานสาขามักเดเบิร์ก
แจ้งพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดว่า
พวกเขามีต้นฉบับพันธสัญญาใหม่
ซึ่งพร้อมจะพิมพ์ได้เลย
ส่วนการแปลพันธสัญญาเดิม
ก็ใกล้จะเสร็จแล้ว
ในเดือนตุลาคม 1934
พี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดก็อนุมัติ
ให้มีการพิมพ์ฉบับแปลนี้
100,000 เล่ม
แต่พวกเขามีเวลาไม่มากที่จะพิมพ์
ต่อมาพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดได้รับจดหมาย
ลงวันที่ 6 สิงหาคม 1935
ในจดหมายเขียนว่า
ตอนบ่ายของวันที่ 10 กรกฎาคม
มีเจ้าหน้าที่หน่วยตำรวจลับของเบอร์ลิน
กับมักเดเบิร์กบุกมาที่โรงพิมพ์
พวกเขาสั่งปิดโรงพิมพ์
และสำนักงานสาขาที่มักเดเบิร์ก
และยังยึดอาคาร
และเงินของสมาคมฯไปด้วย
ในตอนนั้น
ไบเบิลหลายพันเล่มพิมพ์เสร็จแล้ว
แต่น่าเศร้า
มีคัมภีร์ไบเบิลแค่ไม่กี่เล่ม
ที่เหลือรอดออกมาได้
ในเดือนพฤศจิกา 2017
หลังจากที่เราค้นหาอย่างละเอียด
เราก็ได้เจอคัมภีร์ไบเบิล
ฉบับแปลมักเดเบอร์เกอร์ 3 เล่ม
เราไม่คิดมาก่อนเลยว่า
คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลนี้จะเป็นส่วนที่สำคัญมาก
ของประวัติศาสตร์การแปล
และพิมพ์ไบเบิลขององค์การ
ฉบับแปลนี้ไม่ใช่แค่รวบรวมงานแปลที่มีอยู่แล้ว
แต่เป็นการแปลขึ้นมาใหม่
และไม่เหมือนกับฉบับอื่นๆ
มีชื่อพระยะโฮวาอยู่ในหลายที่
ของพระคัมภีร์ภาคภาษาฮีบรู
และในเชิงอรรถของพระคัมภีร์คริสเตียน
ภาคภาษากรีกด้วย
หอสังเกตการณ์ภาษาเยอรมัน
ก็เคยอ้างถึงฉบับแปลมักเดเบอร์เกอร์ด้วย
แม้จะมีการแปลฉบับแปลนี้เกือบร้อยปีแล้ว
แต่ผู้อ่านในปัจจุบันก็ยังเข้าใจได้ง่าย
การแปลคัมภีร์ไบเบิลฉบับนี้
เป็นเรื่องที่น่าประทับใจจริงๆ
ถ้าเทียบกับฉบับแปลอื่น
ฉบับแปลนี้พิมพ์และแจกจ่ายน้อยมาก
แถมยังต้องพิมพ์ในเวลาจำกัด
ภายใต้สภาพการณ์ที่อันตราย
และยากลำบากมาก
เราไม่รู้เรื่องราวของฉบับแปลนี้เลย
จนกระทั่งมันถูกค้นพบอีกครั้ง
คัมภีร์ไบเบิลฉบับมักเดเบอร์เกอร์
เป็นคัมภีร์ไบเบิลเล่มแรก
ที่แปลและจัดพิมพ์โดยพยานพระยะโฮวา
ซึ่งออกมาก่อนฉบับแปลโลกใหม่ซะอีก
ฉบับแปลนี้อยู่รอดมาได้
ถึงแม้จะมีการต่อต้านจากรัฐบาลนาซี
และตอนนี้มีอยู่ที่
พิพิธภัณฑ์คัมภีร์ไบเบิลของเราที่วอร์วิก
คัมภีร์ฉบับนี้เป็นพยานยืนยันถ้อยคำ
ในอิสยาห์ 40:8 ที่บอกว่า
-