เจมส์ แมนทซ์: ให้กำลังใจคนอื่นแม้ต้องรับมือกับ "ช่วงเวลาวิกฤติ"
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
ข้อคัมภีร์หลักของเรามาจาก00:00:03
00:00:03
2 โครินธ์ 1:3, 4 00:00:07
00:00:07
“ขอให้พระเจ้าผู้เป็นพ่อของพระเยซูคริสต์00:00:09
00:00:09
นายของเราได้รับการยกย่องสรรเสริญ 00:00:12
00:00:12
พระองค์เป็นพ่อที่มีความเมตตากรุณา00:00:15
00:00:15
และเป็นพระเจ้าที่คอย
ให้กำลังใจในทุกสถานการณ์ 00:00:18
00:00:18
พระองค์ให้กำลังใจเราทุกครั้ง
ที่เจอความยากลำบาก 00:00:22
00:00:22
เราจึงให้กำลังใจคนที่เจอ
ความยากลำบากทุกรูปแบบได้ 00:00:25
00:00:25
เหมือนที่เราเองได้รับกำลังใจจากพระเจ้า”00:00:28
00:00:29
ตั้งแต่เกิดมาเราทุกคน
.ก็ต้องการกำลังใจ 00:00:34
00:00:34
คุณอาจจำไม่ได้00:00:35
00:00:35
ว่าคุณร้องไห้ครั้งแรกเมื่อไหร่
ตอนที่คุณหิว 00:00:38
00:00:38
ไม่สบายตัว หรืออยากให้พ่อแม่อุ้ม 00:00:40
00:00:40
แต่คุณคงจำได้ว่าครั้งสุดท้าย
ที่คุณต้องการกำลังใจคือเมื่อไหร่ 00:00:45
00:00:45
และจริงๆแล้วมีหลายคน
ต้องการกำลังใจในตอนนี้ 00:00:50
00:00:50
เพราะมีหลายเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ใจ00:00:52
00:00:52
สดุดี 90:10 00:00:54
00:00:54
พูดถึงช่วงชีวิตของเราที่เป็นมนุษย์
ไม่สมบูรณ์แบบได้อย่างถูกต้องว่า 00:00:58
00:00:58
“ช่วงชีวิตของพวกเรามีแค่ 70 ปี 00:01:01
00:01:01
ถ้าแข็งแรงมากก็อยู่ได้ถึง 80 ปี 00:01:04
00:01:04
แต่ชีวิตก็เต็มไปด้วย
ความลำบากและความทุกข์ 00:01:07
00:01:07
ชีวิตผ่านไปเร็วมาก 00:01:09
00:01:09
แล้วพวกเราก็จากไป”00:01:11
00:01:11
มีปัญหาหลายอย่าง
ที่อาจทำให้เราเศร้าเสียใจ 00:01:15
00:01:15
ทุกข์ใจ ผิดหวัง หรือเจ็บปวด 00:01:19
00:01:19
บางอย่างก็เป็นเรื่องปกติ
ที่เราทุกคนต้องเจอ 00:01:22
00:01:22
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า
เราทุกคนไม่สมบูรณ์แบบ 00:01:26
00:01:26
เราเจ็บป่วย 00:01:27
00:01:27
แก่ลง 00:01:29
00:01:29
และคนที่เรารักตายจากไป00:01:32
00:01:32
ส่วนสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เราทุกข์ใจก็คือ 00:01:36
00:01:36
อุบัติเหตุ 00:01:38
00:01:38
ปัญหาเศรษฐกิจ 00:01:40
00:01:40
การหย่าร้างกัน 00:01:42
00:01:42
ภัยธรรมชาติ 00:01:44
00:01:44
ถูกทำร้ายร่างกาย
หรือเป็นเหยื่อของอาชญากรรม 00:01:48
00:01:48
ความไม่สงบในบ้านเมือง และสงคราม00:01:50
00:01:51
นอกจากนั้น เพื่อเราจะรับใช้ต่อไปได้
เราก็ต้องได้รับกำลังใจด้วย 00:01:56
00:01:56
เช่น เราอยู่ในครอบครัวที่ไม่มีความเชื่อ00:01:59
00:01:59
ถูกต่อต้าน หรือต้องติดคุกเพราะความเชื่อ 00:02:02
00:02:02
เราอาจถูกเยาะเย้ยในโรงเรียน หรือที่ทำงาน 00:02:07
00:02:07
หรือบางทีคนในครอบครัว 00:02:09
00:02:09
หรือเพื่อนสนิทของเราทิ้งพระยะโฮวาไป 00:02:12
00:02:12
หรือแม้แต่คนที่ทำผิดที่กลับใจแล้ว 00:02:15
00:02:15
เมื่อกลับมายังประชาคม
ก็ยังต้องการกำลังใจด้วย00:02:18
00:02:19
ไม่ว่าสาเหตุของความทุกข์ใจจะเกิดจากอะไร 00:02:22
00:02:22
อาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์บางอย่าง 00:02:24
00:02:24
หรือเพราะเรานมัสการพระเจ้า 00:02:26
00:02:26
เราทุกคนต้องการกำลังใจ 00:02:29
00:02:29
และคนทั่วโลกก็ต้องการกำลังใจด้วย 00:02:32
00:02:32
1 เปโตร 5:9 บอกเราว่า 00:02:35
00:02:35
“ทุกคนในสังคมพี่น้องคริสเตียนทั่วโลก00:02:39
00:02:39
ก็เจอความทุกข์แบบเดียวกัน”00:02:43
00:02:44
แต่ข้อ 6 และ 7 ในบทเดียวกันบอกเราว่า 00:02:47
00:02:47
ใครที่จะให้กำลังใจเราได้ 00:02:50
00:02:50
ที่นั่นบอกว่า 00:02:51
00:02:51
“ดังนั้น ให้ถ่อมตัวลงอยู่ใต้พระเจ้า
ที่มีฤทธิ์อำนาจยิ่งใหญ่ 00:02:56
00:02:56
เพื่อพระองค์จะได้ยกฐานะคุณขึ้นเมื่อถึงเวลา 00:02:59
00:02:59
และฝากความกังวลทั้งหมดไว้กับพระองค์ 00:03:02
00:03:02
เพราะพระองค์ห่วงใยคุณ”00:03:05
00:03:05
พระยะโฮวาเป็นแหล่ง
ที่ให้กำลังใจที่ดีที่สุดเสมอมา 00:03:10
00:03:10
โมเสสมั่นใจว่าพระยะโฮวาจะให้กำลังใจเขา 00:03:14
00:03:14
คอยช่วยเขาไม่ว่าจะเจอ
สถานการณ์อะไรก็ตาม 00:03:18
00:03:18
เขาเขียนเรื่องนี้ไว้00:03:19
00:03:19
ที่เฉลยธรรมบัญญัติ 33:27 ว่า 00:03:23
00:03:23
“พระเจ้าเป็นที่หลบภัยมาตั้งแต่สมัยโบราณ 00:03:27
00:03:27
แขนอันมั่นคงนิรันดร์ของพระองค์00:03:29
00:03:29
ประคับประคองคุณไว้” 00:03:31
00:03:32
เมื่อเราท้อใจและต้องการกำลังใจ 00:03:35
00:03:35
พระองค์จะเอาแขนของพระองค์
มาประคองเราไว้ 00:03:38
00:03:38
ค่อยๆยกเราขึ้น 00:03:40
00:03:40
ให้กลับมายืนได้อีก00:03:43
00:03:44
ในหนังสือสดุดี00:03:46
00:03:46
มีหลายครั้งที่บอกว่าพระยะโฮวารักเรา 00:03:48
00:03:48
ปลอบโยนเรา 00:03:50
00:03:50
อย่างเช่น ผู้เขียนหนังสือสดุดี 94:19 00:03:54
00:03:54
ได้แสดงความขอบคุณ
ต่อพระยะโฮวาโดยบอกว่า 00:03:57
00:03:57
“เมื่อผมวิตกกังวล 00:04:00
00:04:00
พระองค์ก็ปลอบผมและทำให้ผมสบายใจขึ้น” 00:04:03
00:04:03
โรม 15:4 ก็ยืนยันเรื่องนี้ที่ว่า 00:04:07
00:04:07
“ทุกสิ่งที่เขียนไว้นานมาแล้วในพระคัมภีร์00:04:10
00:04:10
ก็เขียนไว้เพื่อสอนเรา 00:04:13
00:04:13
เราจะได้มีความหวัง00:04:15
00:04:15
เพราะพระคัมภีร์ช่วยให้เราอดทนและมีกำลังใจ”00:04:19
00:04:19
ไม่ว่าเราจะทุกข์ใจเพราะเรื่องอะไร 00:04:21
00:04:21
เราก็สามารถที่จะพบ
ข้อคัมภีร์ที่ให้กำลังใจเราได้ 00:04:25
00:04:25
หนังสือข้อคัมภีร์สำหรับการใช้ชีวิตแบบคริสเตียน 00:04:29
00:04:29
ในหัวข้อ “กำลังใจจากคัมภีร์ไบเบิล” 00:04:31
00:04:31
จะพูดถึงสาเหตุต่างๆที่ทำให้เราท้อใจ 00:04:34
00:04:34
ที่นั่นไม่ได้ให้แค่ข้อคัมภีร์ที่พูดถึงความรัก 00:04:37
00:04:37
ความห่วงใยของพระยะโฮวาเท่านั้น 00:04:39
00:04:39
แต่ยังมีตัวอย่างของบางคนในคัมภีร์ไบเบิลด้วย00:04:42
00:04:42
ที่เจอปัญหาคล้ายๆกันกับเรา 00:04:45
00:04:45
และวิธีที่พระยะโฮวาช่วยเขา00:04:47
00:04:48
วิธีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง
ที่จะได้รับกำลังใจจากพระยะโฮวาก็คือ 00:04:52
00:04:52
ขอจากพระองค์ 00:04:54
00:04:55
ที่สดุดีบท 145 00:04:57
00:04:58
ดาวิดได้สรรเสริญพระยะโฮวา00:05:00
00:05:00
ที่พระองค์ตอบคำอธิษฐานของเขา 00:05:03
00:05:03
ให้เรามาอ่านด้วยกัน
ในข้อ 18 และ 19 ครับ 00:05:06
00:05:06
ดาวิดเขียนว่า 00:05:08
00:05:08
“พระยะโฮวาอยู่ใกล้ทุกคนที่ร้องเรียกพระองค์ 00:05:12
00:05:12
คือทุกคนที่ร้องเรียกพระองค์ด้วยความจริงใจ 00:05:15
00:05:15
พระองค์ให้คนที่เกรงกลัวพระองค์
ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ 00:05:19
00:05:19
พระองค์ฟังพวกเขาร้อง
ขอความช่วยเหลือและช่วยพวกเขา”00:05:23
00:05:23
พ่อแม่ที่รักลูกจะช่วยลูก 00:05:26
00:05:26
เมื่อลูกร้องไห้ขอความช่วยเหลือ 00:05:29
00:05:29
พระยะโฮวาก็จะฟังและช่วยเราเหมือนกัน 00:05:33
00:05:33
เมื่อเราต้องการความช่วยเหลือ00:05:35
00:05:36
ที่ 1 ซามูเอลบท 1 และ 2 พูดถึง00:05:39
00:05:39
ผู้หญิงชาวอิสราเอลคนหนึ่ง ชื่อฮันนา 00:05:43
00:05:43
เธอทุกข์ใจและเสียใจมากที่ไม่มีลูก00:05:46
00:05:46
จนไม่ยอมกินอะไร 00:05:48
00:05:49
และเมื่อเธอไปที่เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ของพระยะโฮวา 00:05:52
00:05:52
เธอก็ “อธิษฐาน...และร้องไห้สะอึกสะอื้น” 00:05:56
00:05:57
พระยะโฮวาก็ฟัง00:05:59
00:05:59
และตอบคำอธิษฐานของผู้หญิงที่ถ่อมคนนี้ 00:06:02
00:06:02
จากนั้น เธอก็ไป “และกินอาหาร 00:06:06
00:06:06
และหน้าตาก็ไม่เศร้าอีกต่อไป” 00:06:09
00:06:09
คล้ายกัน พระยะโฮวาจะปลอบโยนเราด้วย 00:06:13
00:06:13
ถ้าเราอธิษฐานระบาย
ความกังวลทุกอย่างกับพระองค์00:06:16
00:06:18
คัมภีร์ไบเบิลพูดถึงการให้กำลังใจหลายครั้ง 00:06:22
00:06:22
เลยไม่น่าแปลกใจที่เราเห็นว่ามีคำนี้00:06:25
00:06:25
ใน 2 โครินธ์ 1:3, 4 00:06:28
00:06:28
ให้เราดูข้อนี้ซึ่งเป็นข้อคัมภีร์หลักของเรา 00:06:30
00:06:30
เมื่อเราอ่านข้อนี้อีกครั้ง 00:06:33
00:06:33
ลองคิดดูว่าเราจะใช้ข้อนี้
ให้กำลังใจคนอื่นได้ยังไง 00:06:37
00:06:37
แม้ตอนนี้เราเองก็ยังต้องรับมือ00:06:40
00:06:40
กับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา00:06:44
00:06:44
2 โครินธ์ 1:3, 4 บอกว่า 00:06:48
00:06:48
“ขอให้พระเจ้าผู้เป็นพ่อของพระเยซูคริสต์00:06:51
00:06:51
นายของเราได้รับการยกย่องสรรเสริญ 00:06:54
00:06:54
พระองค์เป็นพ่อที่มีความเมตตากรุณา00:06:57
00:06:57
และเป็นพระเจ้าที่คอย
ห้กำลังใจในทุกสถานการณ์ 00:07:00
00:07:00
พระองค์ให้กำลังใจเราทุกครั้ง
ที่เจอความยากลำบาก 00:07:03
00:07:03
เราจึงให้กำลังใจคนที่เจอ
ความยากลำบากทุกรูปแบบได้ 00:07:08
00:07:08
เหมือนที่เราเองได้รับกำลังใจจากพระเจ้า” 00:07:11
00:07:11
คำว่า “เมตตากรุณา” 00:07:14
00:07:14
เป็นคำที่แสดงถึงความรู้สึกเศร้า00:07:16
00:07:16
เมื่อเห็นคนอื่นเจอกับความทุกข์ 00:07:19
00:07:19
คำนี้ทำให้เห็นว่าพระยะโฮวารู้สึกยังไง00:07:22
00:07:22
เมื่อเห็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์
ของพระองค์เจอความทุกข์00:07:26
00:07:26
เปาโลยังบอกต่อว่า00:07:28
00:07:28
พระยะโฮวา “เป็นพระเจ้าที่ให้กำลังใจ
ในทุกสถานการณ์”00:07:32
00:07:32
ดังนั้น การให้กำลังใจ
ที่แท้จริงมาจากพระยะโฮวา 00:07:36
00:07:37
ข้อ 4 ยังบอกวิธีที่พิเศษอีกอย่างหนึ่ง
ที่พระยะโฮวาใช้เพื่อให้กำลังใจเรา 00:07:42
00:07:42
นั่นก็คือโดยทางพี่น้องชายหญิงของเรา 00:07:45
00:07:45
ให้เราอ่านอีกครั้งครับ 00:07:47
00:07:47
ที่นั่นบอกว่า พระยะโฮวา00:07:49
00:07:49
“ให้กำลังใจเราทุกครั้งที่เจอความยากลำบาก 00:07:53
00:07:53
เราจึงให้กำลังใจคนที่เจอ
ความยากลำบากทุกรูปแบบได้ 00:07:58
00:07:58
เหมือนที่เราเองได้รับกำลังใจจากพระเจ้า”00:08:02
00:08:03
คุณสังเกตไหมข้อนี้บอกว่า00:08:05
00:08:05
เมื่อเราได้รับกำลังใจ00:08:08
00:08:08
เราก็สามารถจะให้กำลังใจคนอื่นได้ 00:08:11
00:08:11
พระยะโฮวาให้กำลังใจเรา 00:08:13
00:08:13
และเนื่องจากเราเป็นมนุษย์
ที่ถูกสร้างตามแบบพระองค์ 00:08:16
00:08:16
เราเลยถูกกระตุ้น
โดยพลังบริสุทธิ์ของพระองค์00:08:19
00:08:19
ที่จะให้กำลังใจคนอื่นได้00:08:22
00:08:22
ถึงอย่างนั้นคริสเตียน
ก็ไม่ได้ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม 00:08:27
00:08:27
กลุ่มหนึ่งให้กำลังใจ 00:08:28
00:08:28
อีกกลุ่มหนึ่งได้รับกำลังใจ 00:08:31
00:08:31
ไม่ใช่ครับ 00:08:32
00:08:32
เราทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบ
ที่จะให้กำลังใจกัน00:08:35
00:08:35
แม้เราเองก็ต้องการกำลังใจด้วย 00:08:39
00:08:40
เราจะทำอย่างนั้นได้ยังไง?00:08:41
00:08:42
ลองคิดถึงเปาโล 00:08:44
00:08:44
ในช่วงที่ติดคุกในโรมครั้งแรก 00:08:47
00:08:47
เปาโลบอกว่า เขาเห็นค่า00:08:50
00:08:50
และขอบคุณพี่น้องหลายคน
ที่ให้กำลังใจเขาอย่างมาก 00:08:53
00:08:54
ในโคโลสีบท 4 00:08:56
00:08:56
เขาพูดถึงชื่อของพี่น้องบางคนด้วย เช่น 00:08:59
00:08:59
อาริสทาร์คัส 00:09:00
00:09:00
ทีคิกัส 00:09:02
00:09:02
และมาระโก 00:09:04
00:09:04
แล้วเราจะได้ฟังเรื่องของ 3 คนนี้มากขึ้น
ในรายการทีวีเดือนนี้นะครับ00:09:08
00:09:09
เปาโลรู้สึกขอบคุณมาก00:09:11
00:09:11
ที่พี่น้องหลายคนพยายามมาเยี่ยมเขา 00:09:13
00:09:13
พูดให้กำลังใจเขา 00:09:15
00:09:15
และให้การช่วยเหลือเขาหลายอย่าง 00:09:18
00:09:18
แต่เปาโลก็ไม่ใช่แค่รับกำลังใจ
จากคนอื่นเท่านั้น 00:09:22
00:09:22
ตอนที่อยู่ในคุก 00:09:23
00:09:23
เขาใช้เวลาให้กำลังใจคนที่มาเยี่ยมเขาด้วย 00:09:26
00:09:26
และเขียนจดหมายหลายฉบับ00:09:28
00:09:28
เพื่อให้กำลังใจพี่น้องในประชาคมต่างๆ00:09:31
00:09:31
พี่น้องหญิงคนหนึ่งจากแอฟริกาใต้ ชื่อโคลดีน 00:09:35
00:09:35
เลียนแบบตัวอย่างของเปาโล00:09:37
00:09:37
หลังจากที่เธอต้องผ่าตัดใหญ่ 00:09:40
00:09:40
เนื่องจากโรคระบาดโควิด 19 00:09:43
00:09:43
ก็เลยไม่มีใครมาเยี่ยมเธอได้ 00:09:45
00:09:45
แต่โคลดีนไม่อยากจะคิดถึงแต่ตัวเอง 00:09:49
00:09:49
เธออธิษฐานขอให้พระยะโฮวา
ช่วยเธอให้เข้มแข็ง 00:09:53
00:09:53
เพื่อจะให้กำลังใจคนอื่นได้ 00:09:55
00:09:55
โคลดีนก็ติดต่อกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่เมื่อก่อนเคยศึกษา 00:09:59
00:09:59
ผู้หญิงคนนี้ก็กลับมาศึกษาอีก 00:10:01
00:10:01
และเข้าร่วมการประชุมทางออนไลน์00:10:04
00:10:04
จากนั้น โคลดีนก็เริ่มศึกษา
กับน้องสาวของผู้หญิงคนนี้ 00:10:08
00:10:08
ซึ่งเธอให้รายชื่อผู้หญิงอีก 4 คน
ที่อยากศึกษาด้วย 00:10:12
00:10:12
เพราะโคลดีนตั้งใจที่จะให้กำลังใจคนอื่น00:10:16
00:10:16
ทั้งๆที่เธอเองก็ป่วย 00:10:18
00:10:18
สรุปแล้ว โคลดีนเริ่มศึกษา
คัมภีร์ไบเบิลกับผู้หญิงถึง 16 คน00:10:23
00:10:24
บางครั้งคนที่ทุกข์ใจและต้องการกำลังใจ00:10:28
00:10:28
อาจลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ 00:10:31
00:10:31
ตัวอย่างเช่น หลังจากที่โมเสส
บอกชาวอิสราเอลว่า 00:10:34
00:10:34
พระเจ้าสัญญาจะช่วยพวกเขาออกจาก
การเป็นทาสของอียิปต์ 00:10:38
00:10:38
ตอนแรกพวกเขาไม่ฟังโมเสส 00:10:40
00:10:40
เพราะพวกเขาท้อใจ 00:10:43
00:10:43
แต่ต่อมาพวกเขาก็ฟังโมเสส00:10:46
00:10:46
และนาโอมีซึ่งชื่อของเธอหมายความว่า00:10:48
00:10:48
“ความชื่นใจของฉัน” 00:10:50
00:10:50
ต้องไปอาศัยในต่างแดน
เพราะเกิดขาดแคลนอาหารที่อิสราเอล 00:10:54
00:10:54
เธอกลายเป็นม่าย 00:10:55
00:10:55
และต่อมาลูกชาย 2 คนของเธอก็ตาย 00:10:59
00:10:59
ตอนที่เธอกลับมาที่อิสราเอล 00:11:01
00:11:01
ผู้หญิงในเมืองเบธเลเฮมก็ทักเธอว่า 00:11:04
00:11:04
“นี่นาโอมีหรือ” 00:11:06
00:11:06
เนื่องจากคิดว่าพระยะโฮวา
ทำให้ชีวิตของเธอขมขื่น 00:11:10
00:11:10
เธอเลยตอบด้วยความเจ็บปวดว่า 00:11:13
00:11:13
“อย่าเรียกฉันว่านาโอมีเลย 00:11:15
00:11:15
เรียกว่ามาราเถอะ 00:11:17
00:11:17
เพราะผู้มีพลังอำนาจสูงสุด
ทำให้ชีวิตฉันขมขื่นจริงๆ” 00:11:21
00:11:21
แต่ไม่นานหลังจากนั้นนาโอมีก็เข้ามา
ใกล้ชิดกับคนของพระเจ้า 00:11:26
00:11:26
และยอมรับการช่วยเหลือ 00:11:28
00:11:28
แล้วความยินดีก็เข้ามาแทนที่
ความขมขื่นของเธอ00:11:33
00:11:33
ถ้าคุณกำลังทุกข์ใจ 00:11:35
00:11:35
คุณอาจอยากอยู่คนเดียว 00:11:36
00:11:36
แต่ขออย่าทำอย่างนั้น 00:11:38
00:11:38
ให้คุณพยายามอยู่กับคนอื่นครับ 00:11:41
00:11:41
การทำแบบนี้อาจจะยาก 00:11:43
00:11:43
แต่จากประสบการณ์ของ
หลายคนทำให้เราเห็นว่า 00:11:46
00:11:46
ถ้าเราพยายามใช้เวลากับพี่น้อง00:11:49
00:11:49
ก็จะเปิดโอกาสให้เราได้รับกำลังใจ
จากพระยะโฮวา 00:11:53
00:11:53
ผ่านทางพี่น้องที่พูด 00:11:55
00:11:55
และทำอะไรบางอย่างที่ให้กำลังใจเรา00:11:58
00:11:58
ตอนที่พระยะโฮวาช่วยเรา
ให้รับมือกับปัญหาต่างๆ 00:12:02
00:12:02
เราก็จะรู้วิธีช่วยเหลือคนอื่นที่ต้องการ
ความช่วยเหลือได้ด้วยเหมือนกัน 00:12:06
00:12:06
และนั่นเป็นขั้นตอนแรกของการให้กำลังใจ 00:12:10
00:12:10
ให้เราตื่นตัว 00:12:12
00:12:12
และดูว่ามีใครบ้างที่ต้องการกำลังใจ 00:12:16
00:12:16
หลายครั้งเราก็เห็นชัดว่าใครต้องการกำลังใจ 00:12:20
00:12:20
อาจเป็นพี่น้องที่เจออุบัติเหตุ 00:12:22
00:12:22
พี่น้องที่ตกงาน 00:12:24
00:12:24
พี่น้องที่มีเพื่อนหรือคนในครอบครัวเสียชีวิต 00:12:27
00:12:28
สำหรับบางคน 00:12:30
00:12:30
เราอาจจะไม่รู้ว่าเขากำลังเจอปัญหาอยู่ 00:12:32
00:12:32
แต่เราอาจสังเกตว่าเขามีบางอย่างเปลี่ยนไป 00:12:35
00:12:35
หรือมีสีหน้าเศร้าๆ 00:12:37
00:12:37
ซึ่งอาจทำให้เรารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ 00:12:40
00:12:40
เราไม่อยากไปซักไซ้เขา 00:12:42
00:12:42
แต่จะคอยอยู่ใกล้ๆ00:12:44
00:12:44
จนกว่าเขาจะสบายใจแล้วเล่าให้เราฟัง 00:12:47
00:12:47
บางคนอาจต้องการเวลาสักพัก00:12:49
00:12:49
ก่อนจะเล่าความรู้สึกของเขาให้เราฟัง 00:12:52
00:12:52
ดังนั้น ให้เราอดทนครับ00:12:54
00:12:55
ขั้นตอนที่ 2 ที่จะให้กำลังใจก็คือ
การอธิษฐาน 00:12:59
00:12:59
ขอให้พระยะโฮวาช่วยเรา
ให้เห็นวิธีช่วยคนอื่น 00:13:02
00:13:02
บางครั้งเราอาจจะช่วยเขาแก้ปัญหาไม่ได้ 00:13:05
00:13:05
หรืออาจจะช่วยเขาได้นิดหน่อยเท่านั้น 00:13:07
00:13:07
อย่างเช่น มิชชันนารีคนหนึ่งที่
ภรรยาเขาเสียชีวิตไป บอกว่า00:13:11
00:13:11
“ผมไม่ได้อยากลืมภรรยา 00:13:14
00:13:14
ผมแค่อยากรู้วิธีรับมือกับความเศร้า”00:13:17
00:13:17
เป็นเรื่องสำคัญ00:13:19
00:13:19
ที่เราจะเอาคำแนะนำที่
สุภาษิต 3:27 มาใช้ 00:13:23
00:13:23
“อย่ากีดกันสิ่งดีๆไว้จากคนที่สมควรได้รับ 00:13:27
00:13:27
ในเมื่อลูกมีกำลังที่จะช่วยเขาได้”00:13:31
00:13:31
บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่าจะพูดหรือทำอะไร 00:13:36
00:13:37
ถ้าคุณเป็นอย่างนั้น 00:13:38
00:13:38
ขอให้คิดถึงความหมาย
ตามตัวอักษรของคำว่า 00:13:41
00:13:41
“ปลอบโยน” ในภาษากรีก 00:13:43
00:13:43
แปลตรงตัวว่า “การเรียกให้มาอยู่ข้างๆ” 00:13:47
00:13:47
ดังนั้น ขั้นตอนที่ 3 ที่เราต้องทำก็คือ 00:13:51
00:13:51
ให้คนอื่นรู้ว่าเราพร้อมจะช่วย00:13:54
00:13:54
คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก 00:13:57
00:13:57
พี่น้องของเราแค่อยากให้มีคนมาใส่ใจ 00:14:01
00:14:01
และการที่เราไปอยู่กับเขา
ก็ให้กำลังใจมากแล้ว 00:14:04
00:14:04
เขาอาจจะแค่อยากให้มีคนมาคุยด้วย 00:14:08
00:14:08
ถ้าอย่างนั้นก็ให้ตั้งใจฟัง 00:14:11
00:14:11
ถ้าคุณอ่านคัมภีร์ไบเบิลด้วยกัน 00:14:14
00:14:14
ให้เน้นคำต่างๆที่แสดงว่าพระยะโฮวา
รู้สึกยังไงกับคนที่เจอความทุกข์00:14:19
00:14:19
ไม่ว่าคุณจะพูดหรือทำอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ00:14:22
00:14:22
การที่คุณเข้าใจว่าเขากำลังเจอความทุกข์อยู่ 00:14:26
00:14:26
และคุณก็แสดงความเห็นอกเห็นใจเขา 00:14:29
00:14:29
อย่างเช่น 00:14:31
00:14:31
พี่น้องหญิงคนหนึ่ง
ที่รับใช้ในสำนักงานใหญ่ 00:14:33
00:14:33
ได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่
ในช่วงที่โควิดระบาด 00:14:37
00:14:37
หลังจากอยู่กับแม่ที่ใกล้
จะเสียชีวิตทั้งวันที่โรงพยาบาล 00:14:40
00:14:40
พอเธอกลับมาก็เห็นพี่น้อง
ที่ทำงานที่เบเธลด้วยกัน00:14:44
00:14:44
เอาผลไม้ตะกร้าใหญ่
มาวางไว้หน้าห้องของเธอ00:14:47
00:14:47
เธอบอกว่า 00:14:48
00:14:48
“สิ่งที่ให้กำลังใจฉันไม่ใช่ผลไม้ 00:14:51
00:14:51
เพราะฉันกินมาหลายครั้งแล้ว 00:14:53
00:14:53
หรือตะกร้าที่ตกแต่งมาอย่างสวยงาม 00:14:56
00:14:56
แต่เป็นเพราะความรัก00:14:58
00:14:58
และการเอาใจใส่ของพี่น้อง00:15:01
00:15:01
ที่เตรียมผลไม้เหล่านี้มาให้ฉัน 00:15:03
00:15:03
นี่ทำให้ฉันมีความสุข
ในช่วงที่มีความทุกข์มากที่สุดในชีวิต”00:15:07
00:15:08
ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่
และสึนามิทางภาคตะวันออกของญี่ปุ่น00:15:11
00:15:11
ในเดือนมีนาคมปี 2011 00:15:13
00:15:13
พี่น้องในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ
ก็ให้ความช่วยเหลือทันที 00:15:18
00:15:18
หลังจากนั้นสองปีครึ่ง 00:15:20
00:15:20
ผมกับภรรยาได้ไปเยี่ยม
ประชาคมต่างๆในเขตนั้น 00:15:23
00:15:23
แล้วเราก็ได้ยินว่า00:15:25
00:15:25
พี่น้องเนปาล00:15:27
00:15:27
ได้เขียนข้อความให้กำลังใจกับประชาคมหนึ่ง00:15:29
00:15:29
น้องอีกประชาคมหนึ่ง
ให้เราดูข้อความมากมาย00:15:33
00:15:34
ที่เขียนด้วยภาษาต่างๆจากฟิลิปปินส์ 00:15:36
00:15:36
พี่น้องบอกว่า 00:15:37
00:15:37
“เราไม่เข้าใจว่าเขาเขียนอะไรบ้าง 00:15:40
00:15:40
แต่เรารู้ว่าพวกเขาให้กำลังใจ” 00:15:42
00:15:42
ข้อความสั้นๆเหล่านี้ที่พี่น้องเขียนมา 00:15:45
00:15:45
ให้กำลังใจพี่น้องญี่ปุ่นมากจริงๆ 00:15:48
00:15:48
ตอนที่เราอยู่ที่นั่น 00:15:49
00:15:49
พายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนกำลังพัดถล่มฟิลิปปินส์00:15:53
00:15:54
พอพายุไต้ฝุ่นเกิดขึ้นพี่น้องญี่ปุ่นก็พูดว่า 00:15:57
00:15:57
“ทีนี้ถึงตาเราบ้าง
ที่จะให้กำลังใจพี่น้องฟิลิปปินส์” 00:16:02
00:16:04
ยิ่งเราเข้าใกล้จุดจบของโลกนี้มากเท่าไหร่ 00:16:08
00:16:08
เราก็ยิ่งต้องการกำลังใจมากขึ้นเท่านั้น 00:16:11
00:16:11
เราดีใจที่พระยะโฮวา 00:16:14
00:16:14
“พ่อที่มีความเมตตากรุณา00:16:16
00:16:16
และเป็นพระเจ้าที่คอย
ให้กำลังใจในทุกสถานการณ์” 00:16:20
00:16:20
ได้ให้การในอธิษฐาน
เป็นเหมือนของขวัญกับเรา 00:16:23
00:16:23
และมีคำพูดมากมาย
ที่ให้กำลังใจในคัมภีร์ไบเบิล 00:16:26
00:16:26
รวมทั้งสังคมพี่น้องทั่วโลก
ที่ให้กำลังใจเราด้วย00:16:30
00:16:31
เมื่อเรารับประโยชน์จาก
การจัดเตรียมด้วยความรักเหล่านี้ 00:16:34
00:16:34
ขอเราพยายามมองหาคนที่ต้องการกำลังใจ 00:16:39
00:16:39
คิดถึงวิธีต่างๆที่จะช่วยเขา 00:16:42
00:16:42
และให้กำลังใจเขา 00:16:44
00:16:44
ขณะที่เราก็ต้องรับมือ00:16:47
00:16:47
กับช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ด้วย00:16:50
เจมส์ แมนทซ์: ให้กำลังใจคนอื่นแม้ต้องรับมือกับ "ช่วงเวลาวิกฤติ"
-
เจมส์ แมนทซ์: ให้กำลังใจคนอื่นแม้ต้องรับมือกับ "ช่วงเวลาวิกฤติ"
ข้อคัมภีร์หลักของเรามาจาก
2 โครินธ์ 1:3, 4
“ขอให้พระเจ้าผู้เป็นพ่อของพระเยซูคริสต์
นายของเราได้รับการยกย่องสรรเสริญ
พระองค์เป็นพ่อที่มีความเมตตากรุณา
และเป็นพระเจ้าที่คอย
ให้กำลังใจในทุกสถานการณ์
พระองค์ให้กำลังใจเราทุกครั้ง
ที่เจอความยากลำบาก
เราจึงให้กำลังใจคนที่เจอ
ความยากลำบากทุกรูปแบบได้
เหมือนที่เราเองได้รับกำลังใจจากพระเจ้า”
ตั้งแต่เกิดมาเราทุกคน
.ก็ต้องการกำลังใจ
คุณอาจจำไม่ได้
ว่าคุณร้องไห้ครั้งแรกเมื่อไหร่
ตอนที่คุณหิว
ไม่สบายตัว หรืออยากให้พ่อแม่อุ้ม
แต่คุณคงจำได้ว่าครั้งสุดท้าย
ที่คุณต้องการกำลังใจคือเมื่อไหร่
และจริงๆแล้วมีหลายคน
ต้องการกำลังใจในตอนนี้
เพราะมีหลายเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ใจ
สดุดี 90:10
พูดถึงช่วงชีวิตของเราที่เป็นมนุษย์
ไม่สมบูรณ์แบบได้อย่างถูกต้องว่า
“ช่วงชีวิตของพวกเรามีแค่ 70 ปี
ถ้าแข็งแรงมากก็อยู่ได้ถึง 80 ปี
แต่ชีวิตก็เต็มไปด้วย
ความลำบากและความทุกข์
ชีวิตผ่านไปเร็วมาก
แล้วพวกเราก็จากไป”
มีปัญหาหลายอย่าง
ที่อาจทำให้เราเศร้าเสียใจ
ทุกข์ใจ ผิดหวัง หรือเจ็บปวด
บางอย่างก็เป็นเรื่องปกติ
ที่เราทุกคนต้องเจอ
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า
เราทุกคนไม่สมบูรณ์แบบ
เราเจ็บป่วย
แก่ลง
และคนที่เรารักตายจากไป
ส่วนสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เราทุกข์ใจก็คือ
อุบัติเหตุ
ปัญหาเศรษฐกิจ
การหย่าร้างกัน
ภัยธรรมชาติ
ถูกทำร้ายร่างกาย
หรือเป็นเหยื่อของอาชญากรรม
ความไม่สงบในบ้านเมือง และสงคราม
นอกจากนั้น เพื่อเราจะรับใช้ต่อไปได้
เราก็ต้องได้รับกำลังใจด้วย
เช่น เราอยู่ในครอบครัวที่ไม่มีความเชื่อ
ถูกต่อต้าน หรือต้องติดคุกเพราะความเชื่อ
เราอาจถูกเยาะเย้ยในโรงเรียน หรือที่ทำงาน
หรือบางทีคนในครอบครัว
หรือเพื่อนสนิทของเราทิ้งพระยะโฮวาไป
หรือแม้แต่คนที่ทำผิดที่กลับใจแล้ว
เมื่อกลับมายังประชาคม
ก็ยังต้องการกำลังใจด้วย
ไม่ว่าสาเหตุของความทุกข์ใจจะเกิดจากอะไร
อาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์บางอย่าง
หรือเพราะเรานมัสการพระเจ้า
เราทุกคนต้องการกำลังใจ
และคนทั่วโลกก็ต้องการกำลังใจด้วย
1 เปโตร 5:9 บอกเราว่า
“ทุกคนในสังคมพี่น้องคริสเตียนทั่วโลก
ก็เจอความทุกข์แบบเดียวกัน”
แต่ข้อ 6 และ 7 ในบทเดียวกันบอกเราว่า
ใครที่จะให้กำลังใจเราได้
ที่นั่นบอกว่า
“ดังนั้น ให้ถ่อมตัวลงอยู่ใต้พระเจ้า
ที่มีฤทธิ์อำนาจยิ่งใหญ่
เพื่อพระองค์จะได้ยกฐานะคุณขึ้นเมื่อถึงเวลา
และฝากความกังวลทั้งหมดไว้กับพระองค์
เพราะพระองค์ห่วงใยคุณ”
พระยะโฮวาเป็นแหล่ง
ที่ให้กำลังใจที่ดีที่สุดเสมอมา
โมเสสมั่นใจว่าพระยะโฮวาจะให้กำลังใจเขา
คอยช่วยเขาไม่ว่าจะเจอ
สถานการณ์อะไรก็ตาม
เขาเขียนเรื่องนี้ไว้
ที่เฉลยธรรมบัญญัติ 33:27 ว่า
“พระเจ้าเป็นที่หลบภัยมาตั้งแต่สมัยโบราณ
แขนอันมั่นคงนิรันดร์ของพระองค์
ประคับประคองคุณไว้”
เมื่อเราท้อใจและต้องการกำลังใจ
พระองค์จะเอาแขนของพระองค์
มาประคองเราไว้
ค่อยๆยกเราขึ้น
ให้กลับมายืนได้อีก
ในหนังสือสดุดี
มีหลายครั้งที่บอกว่าพระยะโฮวารักเรา
ปลอบโยนเรา
อย่างเช่น ผู้เขียนหนังสือสดุดี 94:19
ได้แสดงความขอบคุณ
ต่อพระยะโฮวาโดยบอกว่า
“เมื่อผมวิตกกังวล
พระองค์ก็ปลอบผมและทำให้ผมสบายใจขึ้น”
โรม 15:4 ก็ยืนยันเรื่องนี้ที่ว่า
“ทุกสิ่งที่เขียนไว้นานมาแล้วในพระคัมภีร์
ก็เขียนไว้เพื่อสอนเรา
เราจะได้มีความหวัง
เพราะพระคัมภีร์ช่วยให้เราอดทนและมีกำลังใจ”
ไม่ว่าเราจะทุกข์ใจเพราะเรื่องอะไร
เราก็สามารถที่จะพบ
ข้อคัมภีร์ที่ให้กำลังใจเราได้
หนังสือ<i>ข้อคัมภีร์สำหรับการใช้ชีวิตแบบคริสเตียน</i>
ในหัวข้อ “กำลังใจจากคัมภีร์ไบเบิล”
จะพูดถึงสาเหตุต่างๆที่ทำให้เราท้อใจ
ที่นั่นไม่ได้ให้แค่ข้อคัมภีร์ที่พูดถึงความรัก
ความห่วงใยของพระยะโฮวาเท่านั้น
แต่ยังมีตัวอย่างของบางคนในคัมภีร์ไบเบิลด้วย
ที่เจอปัญหาคล้ายๆกันกับเรา
และวิธีที่พระยะโฮวาช่วยเขา
วิธีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง
ที่จะได้รับกำลังใจจากพระยะโฮวาก็คือ
ขอจากพระองค์
ที่สดุดีบท 145
ดาวิดได้สรรเสริญพระยะโฮวา
ที่พระองค์ตอบคำอธิษฐานของเขา
ให้เรามาอ่านด้วยกัน
ในข้อ 18 และ 19 ครับ
ดาวิดเขียนว่า
“พระยะโฮวาอยู่ใกล้ทุกคนที่ร้องเรียกพระองค์
คือทุกคนที่ร้องเรียกพระองค์ด้วยความจริงใจ
พระองค์ให้คนที่เกรงกลัวพระองค์
ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ
พระองค์ฟังพวกเขาร้อง
ขอความช่วยเหลือและช่วยพวกเขา”
พ่อแม่ที่รักลูกจะช่วยลูก
เมื่อลูกร้องไห้ขอความช่วยเหลือ
พระยะโฮวาก็จะฟังและช่วยเราเหมือนกัน
เมื่อเราต้องการความช่วยเหลือ
ที่ 1 ซามูเอลบท 1 และ 2 พูดถึง
ผู้หญิงชาวอิสราเอลคนหนึ่ง ชื่อฮันนา
เธอทุกข์ใจและเสียใจมากที่ไม่มีลูก
จนไม่ยอมกินอะไร
และเมื่อเธอไปที่เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ของพระยะโฮวา
เธอก็ “อธิษฐาน...และร้องไห้สะอึกสะอื้น”
พระยะโฮวาก็ฟัง
และตอบคำอธิษฐานของผู้หญิงที่ถ่อมคนนี้
จากนั้น เธอก็ไป “และกินอาหาร
และหน้าตาก็ไม่เศร้าอีกต่อไป”
คล้ายกัน พระยะโฮวาจะปลอบโยนเราด้วย
ถ้าเราอธิษฐานระบาย
ความกังวลทุกอย่างกับพระองค์
คัมภีร์ไบเบิลพูดถึงการให้กำลังใจหลายครั้ง
เลยไม่น่าแปลกใจที่เราเห็นว่ามีคำนี้
ใน 2 โครินธ์ 1:3, 4
ให้เราดูข้อนี้ซึ่งเป็นข้อคัมภีร์หลักของเรา
เมื่อเราอ่านข้อนี้อีกครั้ง
ลองคิดดูว่าเราจะใช้ข้อนี้
ให้กำลังใจคนอื่นได้ยังไง
แม้ตอนนี้เราเองก็ยังต้องรับมือ
กับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา
2 โครินธ์ 1:3, 4 บอกว่า
“ขอให้พระเจ้าผู้เป็นพ่อของพระเยซูคริสต์
นายของเราได้รับการยกย่องสรรเสริญ
พระองค์เป็นพ่อที่มีความเมตตากรุณา
และเป็นพระเจ้าที่คอย
ห้กำลังใจในทุกสถานการณ์
พระองค์ให้กำลังใจเราทุกครั้ง
ที่เจอความยากลำบาก
เราจึงให้กำลังใจคนที่เจอ
ความยากลำบากทุกรูปแบบได้
เหมือนที่เราเองได้รับกำลังใจจากพระเจ้า”
คำว่า “เมตตากรุณา”
เป็นคำที่แสดงถึงความรู้สึกเศร้า
เมื่อเห็นคนอื่นเจอกับความทุกข์
คำนี้ทำให้เห็นว่าพระยะโฮวารู้สึกยังไง
เมื่อเห็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์
ของพระองค์เจอความทุกข์
เปาโลยังบอกต่อว่า
พระยะโฮวา “เป็นพระเจ้าที่ให้กำลังใจ
ในทุกสถานการณ์”
ดังนั้น การให้กำลังใจ
ที่แท้จริงมาจากพระยะโฮวา
ข้อ 4 ยังบอกวิธีที่พิเศษอีกอย่างหนึ่ง
ที่พระยะโฮวาใช้เพื่อให้กำลังใจเรา
นั่นก็คือโดยทางพี่น้องชายหญิงของเรา
ให้เราอ่านอีกครั้งครับ
ที่นั่นบอกว่า พระยะโฮวา
“ให้กำลังใจเราทุกครั้งที่เจอความยากลำบาก
เราจึงให้กำลังใจคนที่เจอ
ความยากลำบากทุกรูปแบบได้
เหมือนที่เราเองได้รับกำลังใจจากพระเจ้า”
คุณสังเกตไหมข้อนี้บอกว่า
เมื่อเราได้รับกำลังใจ
เราก็สามารถจะให้กำลังใจคนอื่นได้
พระยะโฮวาให้กำลังใจเรา
และเนื่องจากเราเป็นมนุษย์
ที่ถูกสร้างตามแบบพระองค์
เราเลยถูกกระตุ้น
โดยพลังบริสุทธิ์ของพระองค์
ที่จะให้กำลังใจคนอื่นได้
ถึงอย่างนั้นคริสเตียน
ก็ไม่ได้ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มหนึ่งให้กำลังใจ
อีกกลุ่มหนึ่งได้รับกำลังใจ
ไม่ใช่ครับ
เราทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบ
ที่จะให้กำลังใจกัน
แม้เราเองก็ต้องการกำลังใจด้วย
เราจะทำอย่างนั้นได้ยังไง?
ลองคิดถึงเปาโล
ในช่วงที่ติดคุกในโรมครั้งแรก
เปาโลบอกว่า เขาเห็นค่า
และขอบคุณพี่น้องหลายคน
ที่ให้กำลังใจเขาอย่างมาก
ในโคโลสีบท 4
เขาพูดถึงชื่อของพี่น้องบางคนด้วย เช่น
อาริสทาร์คัส
ทีคิกัส
และมาระโก
แล้วเราจะได้ฟังเรื่องของ 3 คนนี้มากขึ้น
ในรายการทีวีเดือนนี้นะครับ
เปาโลรู้สึกขอบคุณมาก
ที่พี่น้องหลายคนพยายามมาเยี่ยมเขา
พูดให้กำลังใจเขา
และให้การช่วยเหลือเขาหลายอย่าง
แต่เปาโลก็ไม่ใช่แค่รับกำลังใจ
จากคนอื่นเท่านั้น
ตอนที่อยู่ในคุก
เขาใช้เวลาให้กำลังใจคนที่มาเยี่ยมเขาด้วย
และเขียนจดหมายหลายฉบับ
เพื่อให้กำลังใจพี่น้องในประชาคมต่างๆ
พี่น้องหญิงคนหนึ่งจากแอฟริกาใต้ ชื่อโคลดีน
เลียนแบบตัวอย่างของเปาโล
หลังจากที่เธอต้องผ่าตัดใหญ่
เนื่องจากโรคระบาดโควิด 19
ก็เลยไม่มีใครมาเยี่ยมเธอได้
แต่โคลดีนไม่อยากจะคิดถึงแต่ตัวเอง
เธออธิษฐานขอให้พระยะโฮวา
ช่วยเธอให้เข้มแข็ง
เพื่อจะให้กำลังใจคนอื่นได้
โคลดีนก็ติดต่อกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่เมื่อก่อนเคยศึกษา
ผู้หญิงคนนี้ก็กลับมาศึกษาอีก
และเข้าร่วมการประชุมทางออนไลน์
จากนั้น โคลดีนก็เริ่มศึกษา
กับน้องสาวของผู้หญิงคนนี้
ซึ่งเธอให้รายชื่อผู้หญิงอีก 4 คน
ที่อยากศึกษาด้วย
เพราะโคลดีนตั้งใจที่จะให้กำลังใจคนอื่น
ทั้งๆที่เธอเองก็ป่วย
สรุปแล้ว โคลดีนเริ่มศึกษา
คัมภีร์ไบเบิลกับผู้หญิงถึง 16 คน
บางครั้งคนที่ทุกข์ใจและต้องการกำลังใจ
อาจลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ
ตัวอย่างเช่น หลังจากที่โมเสส
บอกชาวอิสราเอลว่า
พระเจ้าสัญญาจะช่วยพวกเขาออกจาก
การเป็นทาสของอียิปต์
ตอนแรกพวกเขาไม่ฟังโมเสส
เพราะพวกเขาท้อใจ
แต่ต่อมาพวกเขาก็ฟังโมเสส
และนาโอมีซึ่งชื่อของเธอหมายความว่า
“ความชื่นใจของฉัน”
ต้องไปอาศัยในต่างแดน
เพราะเกิดขาดแคลนอาหารที่อิสราเอล
เธอกลายเป็นม่าย
และต่อมาลูกชาย 2 คนของเธอก็ตาย
ตอนที่เธอกลับมาที่อิสราเอล
ผู้หญิงในเมืองเบธเลเฮมก็ทักเธอว่า
“นี่นาโอมีหรือ”
เนื่องจากคิดว่าพระยะโฮวา
ทำให้ชีวิตของเธอขมขื่น
เธอเลยตอบด้วยความเจ็บปวดว่า
“อย่าเรียกฉันว่านาโอมีเลย
เรียกว่ามาราเถอะ
เพราะผู้มีพลังอำนาจสูงสุด
ทำให้ชีวิตฉันขมขื่นจริงๆ”
แต่ไม่นานหลังจากนั้นนาโอมีก็เข้ามา
ใกล้ชิดกับคนของพระเจ้า
และยอมรับการช่วยเหลือ
แล้วความยินดีก็เข้ามาแทนที่
ความขมขื่นของเธอ
ถ้าคุณกำลังทุกข์ใจ
คุณอาจอยากอยู่คนเดียว
แต่ขออย่าทำอย่างนั้น
ให้คุณพยายามอยู่กับคนอื่นครับ
การทำแบบนี้อาจจะยาก
แต่จากประสบการณ์ของ
หลายคนทำให้เราเห็นว่า
ถ้าเราพยายามใช้เวลากับพี่น้อง
ก็จะเปิดโอกาสให้เราได้รับกำลังใจ
จากพระยะโฮวา
ผ่านทางพี่น้องที่พูด
และทำอะไรบางอย่างที่ให้กำลังใจเรา
ตอนที่พระยะโฮวาช่วยเรา
ให้รับมือกับปัญหาต่างๆ
เราก็จะรู้วิธีช่วยเหลือคนอื่นที่ต้องการ
ความช่วยเหลือได้ด้วยเหมือนกัน
และนั่นเป็นขั้นตอนแรกของการให้กำลังใจ
ให้เราตื่นตัว
และดูว่ามีใครบ้างที่ต้องการกำลังใจ
หลายครั้งเราก็เห็นชัดว่าใครต้องการกำลังใจ
อาจเป็นพี่น้องที่เจออุบัติเหตุ
พี่น้องที่ตกงาน
พี่น้องที่มีเพื่อนหรือคนในครอบครัวเสียชีวิต
สำหรับบางคน
เราอาจจะไม่รู้ว่าเขากำลังเจอปัญหาอยู่
แต่เราอาจสังเกตว่าเขามีบางอย่างเปลี่ยนไป
หรือมีสีหน้าเศร้าๆ
ซึ่งอาจทำให้เรารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เราไม่อยากไปซักไซ้เขา
แต่จะคอยอยู่ใกล้ๆ
จนกว่าเขาจะสบายใจแล้วเล่าให้เราฟัง
บางคนอาจต้องการเวลาสักพัก
ก่อนจะเล่าความรู้สึกของเขาให้เราฟัง
ดังนั้น ให้เราอดทนครับ
ขั้นตอนที่ 2 ที่จะให้กำลังใจก็คือ
การอธิษฐาน
ขอให้พระยะโฮวาช่วยเรา
ให้เห็นวิธีช่วยคนอื่น
บางครั้งเราอาจจะช่วยเขาแก้ปัญหาไม่ได้
หรืออาจจะช่วยเขาได้นิดหน่อยเท่านั้น
อย่างเช่น มิชชันนารีคนหนึ่งที่
ภรรยาเขาเสียชีวิตไป บอกว่า
“ผมไม่ได้อยากลืมภรรยา
ผมแค่อยากรู้วิธีรับมือกับความเศร้า”
เป็นเรื่องสำคัญ
ที่เราจะเอาคำแนะนำที่
สุภาษิต 3:27 มาใช้
“อย่ากีดกันสิ่งดีๆไว้จากคนที่สมควรได้รับ
ในเมื่อลูกมีกำลังที่จะช่วยเขาได้”
บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่าจะพูดหรือทำอะไร
ถ้าคุณเป็นอย่างนั้น
ขอให้คิดถึงความหมาย
ตามตัวอักษรของคำว่า
“ปลอบโยน” ในภาษากรีก
แปลตรงตัวว่า “การเรียกให้มาอยู่ข้างๆ”
ดังนั้น ขั้นตอนที่ 3 ที่เราต้องทำก็คือ
ให้คนอื่นรู้ว่าเราพร้อมจะช่วย
คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก
พี่น้องของเราแค่อยากให้มีคนมาใส่ใจ
และการที่เราไปอยู่กับเขา
ก็ให้กำลังใจมากแล้ว
เขาอาจจะแค่อยากให้มีคนมาคุยด้วย
ถ้าอย่างนั้นก็ให้ตั้งใจฟัง
ถ้าคุณอ่านคัมภีร์ไบเบิลด้วยกัน
ให้เน้นคำต่างๆที่แสดงว่าพระยะโฮวา
รู้สึกยังไงกับคนที่เจอความทุกข์
ไม่ว่าคุณจะพูดหรือทำอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ
การที่คุณเข้าใจว่าเขากำลังเจอความทุกข์อยู่
และคุณก็แสดงความเห็นอกเห็นใจเขา
อย่างเช่น
พี่น้องหญิงคนหนึ่ง
ที่รับใช้ในสำนักงานใหญ่
ได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่
ในช่วงที่โควิดระบาด
หลังจากอยู่กับแม่ที่ใกล้
จะเสียชีวิตทั้งวันที่โรงพยาบาล
พอเธอกลับมาก็เห็นพี่น้อง
ที่ทำงานที่เบเธลด้วยกัน
เอาผลไม้ตะกร้าใหญ่
มาวางไว้หน้าห้องของเธอ
เธอบอกว่า
“สิ่งที่ให้กำลังใจฉันไม่ใช่ผลไม้
เพราะฉันกินมาหลายครั้งแล้ว
หรือตะกร้าที่ตกแต่งมาอย่างสวยงาม
แต่เป็นเพราะความรัก
และการเอาใจใส่ของพี่น้อง
ที่เตรียมผลไม้เหล่านี้มาให้ฉัน
นี่ทำให้ฉันมีความสุข
ในช่วงที่มีความทุกข์มากที่สุดในชีวิต”
ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่
และสึนามิทางภาคตะวันออกของญี่ปุ่น
ในเดือนมีนาคมปี 2011
พี่น้องในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ
ก็ให้ความช่วยเหลือทันที
หลังจากนั้นสองปีครึ่ง
ผมกับภรรยาได้ไปเยี่ยม
ประชาคมต่างๆในเขตนั้น
แล้วเราก็ได้ยินว่า
พี่น้องเนปาล
ได้เขียนข้อความให้กำลังใจกับประชาคมหนึ่ง
น้องอีกประชาคมหนึ่ง
ให้เราดูข้อความมากมาย
ที่เขียนด้วยภาษาต่างๆจากฟิลิปปินส์
พี่น้องบอกว่า
“เราไม่เข้าใจว่าเขาเขียนอะไรบ้าง
แต่เรารู้ว่าพวกเขาให้กำลังใจ”
ข้อความสั้นๆเหล่านี้ที่พี่น้องเขียนมา
ให้กำลังใจพี่น้องญี่ปุ่นมากจริงๆ
ตอนที่เราอยู่ที่นั่น
พายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนกำลังพัดถล่มฟิลิปปินส์
พอพายุไต้ฝุ่นเกิดขึ้นพี่น้องญี่ปุ่นก็พูดว่า
“ทีนี้ถึงตาเราบ้าง
ที่จะให้กำลังใจพี่น้องฟิลิปปินส์”
ยิ่งเราเข้าใกล้จุดจบของโลกนี้มากเท่าไหร่
เราก็ยิ่งต้องการกำลังใจมากขึ้นเท่านั้น
เราดีใจที่พระยะโฮวา
“พ่อที่มีความเมตตากรุณา
และเป็นพระเจ้าที่คอย
ให้กำลังใจในทุกสถานการณ์”
ได้ให้การในอธิษฐาน
เป็นเหมือนของขวัญกับเรา
และมีคำพูดมากมาย
ที่ให้กำลังใจในคัมภีร์ไบเบิล
รวมทั้งสังคมพี่น้องทั่วโลก
ที่ให้กำลังใจเราด้วย
เมื่อเรารับประโยชน์จาก
การจัดเตรียมด้วยความรักเหล่านี้
ขอเราพยายามมองหาคนที่ต้องการกำลังใจ
คิดถึงวิธีต่างๆที่จะช่วยเขา
และให้กำลังใจเขา
ขณะที่เราก็ต้องรับมือ
กับช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ด้วย
-