โดเมนิค อเลสเซีย: แสวงหาความหวังแม้จะป่วยด้านจิตใจ
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:03
ผมมาจากครอบครัวที่อบอุ่น 00:00:05
00:00:06
พ่อแม่ก็รักผม 00:00:07
00:00:09
แต่ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป 00:00:12
00:00:12
ผมรู้สึกไม่มีความสุข00:00:17
00:00:22
ตอนเป็นเด็ก ผมชอบดนตรีมาก 00:00:25
00:00:31
ผมเริ่มร้องเพลงกับคณะนักร้องประสานเสียง00:00:34
00:00:34
และได้ไปแข่งขันหลายรายการ00:00:36
00:00:52
ตอนร้องเพลง 00:00:54
00:00:54
ผมรู้สึกว่าตัวเองพิเศษ 00:00:56
00:01:00
แล้วผมก็เริ่มคิดว่า 00:01:03
00:01:03
ถ้าไม่ได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง 00:01:06
00:01:06
ชีวิตผมคงไม่มีความสุข00:01:08
00:01:09
พอเริ่มโตขึ้น 00:01:11
00:01:11
ผมรู้สึกเศร้าอยู่ตลอดเวลา 00:01:14
00:01:15
ผมเลยไปหาจิตแพทย์ 00:01:16
00:01:16
แล้วเขาก็วินิจฉัยว่า 00:01:18
00:01:18
ผมเป็นโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง 00:01:21
00:01:22
ดนตรีก็เลยกลายเป็นสิ่งเดียวที่ผมสนใจ00:01:27
00:01:28
ถึงผมจะป่วย 00:01:30
00:01:30
แต่ผมก็เรียนร้องเพลงต่อไป 00:01:32
00:01:32
ครูที่สอนผม00:01:33
00:01:33
สนับสนุนผมให้ไปเรียนในโรงเรียนศิลปะ00:01:36
00:01:36
ของมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น 00:01:37
00:01:37
ผมได้แสดงโอเปร่าในโรงละครเล็กๆ 00:01:41
00:01:41
ตอนนั้นมันสนุกมาก 00:01:43
00:01:43
แล้วในที่สุด00:01:45
00:01:45
ผมก็จบหลักสูตรการแสดงโอเปร่า 00:01:48
00:01:48
แต่ถึงอย่างนั้น00:01:50
00:01:50
ผมก็ยังไม่มีความสุขอยู่ดี 00:01:53
00:01:54
ผมคิดอยู่ตลอดว่า00:01:55
00:01:55
ถ้าได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง 00:01:58
00:01:58
ชีวิตก็คงจะดีขึ้น 00:02:00
00:02:00
คงจะมีความสุขกว่านี้00:02:02
00:02:03
ในช่วงนั้นผมก็ไปออดิชั่น00:02:05
00:02:05
ที่โอเปร่าออสเตรเลีย 00:02:07
00:02:07
แล้วเขาก็รับผม 00:02:08
00:02:08
โอเปร่าออสเตรเลียมีชื่อเสียงมาก 00:02:11
00:02:11
พอทำงานที่นั่น00:02:13
00:02:13
ผมเลยได้เดินทางไปหลายประเทศ 00:02:15
00:02:15
เช่น สวิตเซอร์แลนด์ กรีซ ฮ่องกง00:02:19
00:02:20
ช่วงนั้นผมเริ่มเป็นโรค OCD 00:02:23
00:02:24
ซึ่งก็คือโรคย้ำคิดย้ำทำ 00:02:27
00:02:28
ผมมักจะสับสน 00:02:30
00:02:30
คิดอะไรไม่ค่อยออก 00:02:31
00:02:32
ผมชอบร้องเพลง 00:02:34
00:02:34
แต่ขณะเดียวกัน 00:02:36
00:02:36
ผมก็มองหาอย่างอื่นด้วย
ที่จะทำให้ผมมีความสุข00:02:39
00:02:39
แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร 00:02:41
00:02:41
แล้วมันก็มาถึงจุดที่ผมรับมือไม่ไหว00:02:44
00:02:47
ผมเลิกร้องโอเปร่า 00:02:49
00:02:49
ทิ้งทุกอย่างที่เคยชอบ 00:02:52
00:02:52
ผมแค่กินดื่มอยู่ไปวันๆ 00:02:55
00:02:55
ไม่มีเป้าหมายอะไร รู้สึกไร้ค่า 00:02:58
00:02:58
ผมอยู่เฉยๆ00:03:00
00:03:00
ไม่ทำอะไรเลย00:03:02
00:03:02
ประมาณ 10 ปี00:03:04
00:03:06
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา 00:03:08
00:03:08
พยานพระยะโฮวาเอาวารสารมาให้เรา 00:03:11
00:03:11
แล้วผมก็ลองอ่านดูบ้าง 00:03:14
00:03:15
พอได้อ่านก็รู้สึกว่ามันช่วยผมได้00:03:19
00:03:19
ตอนเด็กๆพ่อผมได้ศึกษาคัมภีร์ไบเบิล 00:03:22
00:03:23
ตอนที่ได้รู้ว่าเราสามารถมีชีวิตตลอดไป 00:03:26
00:03:26
และพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าที่รักเรา 00:03:29
00:03:29
มันเป็นสิ่งที่ผมจำเป็นต้องรู้ 00:03:31
00:03:31
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้คิดอะไร00:03:34
00:03:37
แล้ววันหนึ่งผมก็คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง00:03:39
00:03:39
ผมนั่งอ่านหนังสือแล้วก็พูดกับตัวเองว่า 00:03:42
00:03:42
‘โดเมนิก นายต้องไปประชุม’ 00:03:44
00:03:44
ผมรู้ว่าหอประชุมอยู่ที่ไหน 00:03:46
00:03:46
แต่ก็รู้สึกว่ายากมากที่จะไปหอประชุม 00:03:49
00:03:49
ผมไม่กล้าไปที่นั่น 00:03:50
00:03:50
แล้วผมก็อธิษฐานพระยะโฮวาว่า 00:03:52
00:03:52
“อย่าให้โรคที่ผมเป็น00:03:54
00:03:54
มาทำให้ผมไม่ใกล้ชิดกับพระองค์เลยครับ”00:03:56
00:03:56
และไม่นานหลังจากนั้น00:03:58
00:03:58
ผมก็ตัดสินใจไปประชุม 00:04:03
00:04:06
แล้วผมก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า 00:04:09
00:04:09
ผมไปอยู่ไหนมา 00:04:10
00:04:10
ทำไมต้องกลัวด้วย 00:04:11
00:04:11
ผมรู้สึกได้มาที่นี่แล้วสบายใจ 00:04:14
00:04:14
ยิ่งมาบ่อยก็ยิ่งรู้สึกดี00:04:16
00:04:17
ผมรับบัพติศมาในปี 2020 00:04:20
00:04:20
วันนั้นเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลย 00:04:25
00:04:25
ตอนเป็นเด็ก ผมรู้ว่ามีบางอย่างขาดหายไป 00:04:29
00:04:29
แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันคืออะไร 00:04:31
00:04:31
คือความจริง คือพระยะโฮวา00:04:34
00:04:34
ตอนนี้ผมสามารถรับมือ
กับโรคย้ำคิดย้ำทำได้แล้ว 00:04:38
00:04:38
แม้บางวันจะแย่และกังวลบ้าง 00:04:41
00:04:41
แต่ทันทีที่ผมคิดว่า00:04:42
00:04:42
ผมมีพี่น้องในประชาคมหลายคนที่รักผม 00:04:45
00:04:45
และที่สำคัญผมมีพระยะโฮวา 00:04:49
00:04:49
พอคิดแบบนี้ผมก็สงบใจได้00:04:51
00:04:53
ยิ่งผมไปประกาศมากขึ้น 00:04:56
00:04:56
ก็ทำให้ผมคิดถึงแต่คนอื่น 00:04:58
00:04:58
และคิดถึงปัญหาของตัวเองน้อยลง00:05:01
00:05:02
แม้การไปหาหมอและกินยา00:05:05
00:05:05
จะช่วยได้ 00:05:07
00:05:08
ยาช่วยให้ผมรู้สึกสงบขึ้น 00:05:11
00:05:11
แต่ก็มีบางสิ่งที่ยาให้ไม่ได้ 00:05:14
00:05:14
นั่นก็คือ ความหวัง 00:05:17
00:05:17
ยาไม่ได้ช่วยให้เราคิดว่าอนาคตจะดีขึ้น 00:05:21
00:05:23
ผมไม่คิดเลยว่า00:05:24
00:05:24
ผมจะมีความสุขอย่างที่เป็นตอนนี้ได้00:05:27
00:05:27
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะพระยะโฮวาช่วย 00:05:30
00:05:30
ลำพังผมเองคงเป็นแบบนี้ไม่ได้ 00:05:33
00:05:36
ตอนนี้ผมมีความสุขกับการร้องเพลงแล้ว00:05:39
โดเมนิค อเลสเซีย: แสวงหาความหวังแม้จะป่วยด้านจิตใจ
-
โดเมนิค อเลสเซีย: แสวงหาความหวังแม้จะป่วยด้านจิตใจ
ผมมาจากครอบครัวที่อบอุ่น
พ่อแม่ก็รักผม
แต่ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป
ผมรู้สึกไม่มีความสุข
ตอนเป็นเด็ก ผมชอบดนตรีมาก
ผมเริ่มร้องเพลงกับคณะนักร้องประสานเสียง
และได้ไปแข่งขันหลายรายการ
ตอนร้องเพลง
ผมรู้สึกว่าตัวเองพิเศษ
แล้วผมก็เริ่มคิดว่า
ถ้าไม่ได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง
ชีวิตผมคงไม่มีความสุข
พอเริ่มโตขึ้น
ผมรู้สึกเศร้าอยู่ตลอดเวลา
ผมเลยไปหาจิตแพทย์
แล้วเขาก็วินิจฉัยว่า
ผมเป็นโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง
ดนตรีก็เลยกลายเป็นสิ่งเดียวที่ผมสนใจ
ถึงผมจะป่วย
แต่ผมก็เรียนร้องเพลงต่อไป
ครูที่สอนผม
สนับสนุนผมให้ไปเรียนในโรงเรียนศิลปะ
ของมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น
ผมได้แสดงโอเปร่าในโรงละครเล็กๆ
ตอนนั้นมันสนุกมาก
แล้วในที่สุด
ผมก็จบหลักสูตรการแสดงโอเปร่า
แต่ถึงอย่างนั้น
ผมก็ยังไม่มีความสุขอยู่ดี
ผมคิดอยู่ตลอดว่า
ถ้าได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง
ชีวิตก็คงจะดีขึ้น
คงจะมีความสุขกว่านี้
ในช่วงนั้นผมก็ไปออดิชั่น
ที่โอเปร่าออสเตรเลีย
แล้วเขาก็รับผม
โอเปร่าออสเตรเลียมีชื่อเสียงมาก
พอทำงานที่นั่น
ผมเลยได้เดินทางไปหลายประเทศ
เช่น สวิตเซอร์แลนด์ กรีซ ฮ่องกง
ช่วงนั้นผมเริ่มเป็นโรค OCD
ซึ่งก็คือโรคย้ำคิดย้ำทำ
ผมมักจะสับสน
คิดอะไรไม่ค่อยออก
ผมชอบร้องเพลง
แต่ขณะเดียวกัน
ผมก็มองหาอย่างอื่นด้วย
ที่จะทำให้ผมมีความสุข
แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แล้วมันก็มาถึงจุดที่ผมรับมือไม่ไหว
ผมเลิกร้องโอเปร่า
ทิ้งทุกอย่างที่เคยชอบ
ผมแค่กินดื่มอยู่ไปวันๆ
ไม่มีเป้าหมายอะไร รู้สึกไร้ค่า
ผมอยู่เฉยๆ
ไม่ทำอะไรเลย
ประมาณ 10 ปี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
พยานพระยะโฮวาเอาวารสารมาให้เรา
แล้วผมก็ลองอ่านดูบ้าง
พอได้อ่านก็รู้สึกว่ามันช่วยผมได้
ตอนเด็กๆพ่อผมได้ศึกษาคัมภีร์ไบเบิล
ตอนที่ได้รู้ว่าเราสามารถมีชีวิตตลอดไป
และพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าที่รักเรา
มันเป็นสิ่งที่ผมจำเป็นต้องรู้
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้คิดอะไร
แล้ววันหนึ่งผมก็คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง
ผมนั่งอ่านหนังสือแล้วก็พูดกับตัวเองว่า
‘โดเมนิก นายต้องไปประชุม’
ผมรู้ว่าหอประชุมอยู่ที่ไหน
แต่ก็รู้สึกว่ายากมากที่จะไปหอประชุม
ผมไม่กล้าไปที่นั่น
แล้วผมก็อธิษฐานพระยะโฮวาว่า
“อย่าให้โรคที่ผมเป็น
มาทำให้ผมไม่ใกล้ชิดกับพระองค์เลยครับ”
และไม่นานหลังจากนั้น
ผมก็ตัดสินใจไปประชุม
แล้วผมก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า
ผมไปอยู่ไหนมา
ทำไมต้องกลัวด้วย
ผมรู้สึกได้มาที่นี่แล้วสบายใจ
ยิ่งมาบ่อยก็ยิ่งรู้สึกดี
ผมรับบัพติศมาในปี 2020
วันนั้นเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลย
ตอนเป็นเด็ก ผมรู้ว่ามีบางอย่างขาดหายไป
แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันคืออะไร
คือความจริง คือพระยะโฮวา
ตอนนี้ผมสามารถรับมือ
กับโรคย้ำคิดย้ำทำได้แล้ว
แม้บางวันจะแย่และกังวลบ้าง
แต่ทันทีที่ผมคิดว่า
ผมมีพี่น้องในประชาคมหลายคนที่รักผม
และที่สำคัญผมมีพระยะโฮวา
พอคิดแบบนี้ผมก็สงบใจได้
ยิ่งผมไปประกาศมากขึ้น
ก็ทำให้ผมคิดถึงแต่คนอื่น
และคิดถึงปัญหาของตัวเองน้อยลง
แม้การไปหาหมอและกินยา
จะช่วยได้
ยาช่วยให้ผมรู้สึกสงบขึ้น
แต่ก็มีบางสิ่งที่ยาให้ไม่ได้
นั่นก็คือ ความหวัง
ยาไม่ได้ช่วยให้เราคิดว่าอนาคตจะดีขึ้น
ผมไม่คิดเลยว่า
ผมจะมีความสุขอย่างที่เป็นตอนนี้ได้
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะพระยะโฮวาช่วย
ลำพังผมเองคงเป็นแบบนี้ไม่ได้
ตอนนี้ผมมีความสุขกับการร้องเพลงแล้ว
-