ตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง? โรซาเลีย ฟิลลิปส์: ตามที่จารึกนั้นฉันจะได้พบพ่อ
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:04
ฉันโตมาในครอบครัวของนักร้อง
นักแสดงที่มีชื่อเสียง 00:00:08
00:00:09
คนที่มีชื่อเสียงที่สุดคือพ่อของฉัน00:00:12
00:00:12
เคอร์มัน บัลเดส 00:00:14
00:00:14
หรือที่คนอื่นรู้จักกันในชื่อทิน-ทัน00:00:17
00:00:18
ฉันรักดนตรีมาก00:00:20
00:00:20
ตั้งแต่เป็นเด็ก ฉันเป็นคนกล้าแสดงออก 00:00:23
00:00:23
ฉันเลยเริ่มเล่นกีตาร์00:00:24
00:00:24
แล้วก็แต่งเพลงในสไตล์ของตัวเอง00:00:27
00:00:30
ฉันไม่ได้อยากเป็นนักร้องอาชีพ 00:00:33
00:00:36
แต่ถึงอย่างนั้น00:00:37
00:00:37
ไม่นานหลังจากที่พ่อตาย00:00:40
00:00:40
เรามีความจำเป็นด้านการเงิน 00:00:42
00:00:42
ฉันก็เลยต้องหางานทำ00:00:44
00:00:47
ฉันเข้าร่วมวงดนตรีหนึ่ง 00:00:49
00:00:49
และนั่นทำให้ฉันกลายเป็นนักร้อง
และนักแสดงที่มีชื่อเสียง 00:00:53
00:00:56
แต่ฉันได้เห็นว่า00:00:58
00:00:58
คนในวงการเดียวกับฉัน00:00:59
00:00:59
มักทำผิดศีลธรรม 00:01:01
00:01:01
และไม่จริงใจต่อกัน 00:01:03
00:01:03
ฉันเลยไม่ไว้ใจใคร00:01:06
00:01:07
พอได้มาเรียนความจริง00:01:09
00:01:09
ฉันได้เจอคนที่จริงใจแล้วก็รักฉันจริงๆ 00:01:13
00:01:13
แล้วฉันก็เปลี่ยนแปลงตัวเอง 00:01:16
00:01:16
ตอนนี้ฉันเหมือนเป็นคนใหม่เลย 00:01:19
00:01:19
ฉันร่าเริง คุยเก่งแล้วก็มีความสุข00:01:23
00:01:30
ในฐานะพ่อแม่00:01:32
00:01:32
สิ่งที่เรากังวลตอนที่ย้ายกลับมา
ที่เม็กซิโกก็คือ00:01:36
00:01:36
ลูกๆของเราจะถูกกดดันให้เข้าวงการไหม 00:01:39
00:01:40
ฉันกับสามีเลยทำทุกอย่าง
เท่าที่ทำได้เพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้น00:01:46
00:01:46
ตอนที่จีแอนนาลูกสาวของฉันอายุ 17 00:01:49
00:01:49
ฉันมีนัดกับสถานีโทรทัศน์หนึ่ง
ที่มีชื่อเสียงมากในเม็กซิโกซิตี้ 00:01:54
00:01:54
วันนั้นฉันพาลูกสาวไปด้วย 00:01:57
00:01:57
แล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งเป็นแมวมองเห็นเธอ 00:02:00
00:02:00
แล้วก็ถามว่า 00:02:01
00:02:01
‘หนูชอบร้องเพลงเหมือนแม่ไหม?’00:02:04
00:02:04
ลูกสาวก็บอกว่า ‘ใช่’ 00:02:05
00:02:05
แล้วเธอก็ร้องเพลงให้เขาฟัง 00:02:07
00:02:07
เขาชอบเสียงของเธอมาก 00:02:09
00:02:09
แล้วเขาก็ชวนเธอไปที่ออฟฟิศของเขาทันที00:02:13
00:02:13
ฉันได้ยินเขาพูดกับลูกสาวว่า 00:02:17
00:02:17
“หนูมาทำงานที่ช่องนี้กับเราเถอะ 00:02:19
00:02:19
เราจะปั้นให้หนูเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง 00:02:22
00:02:22
เราอยากให้หนูมาเซ็นสัญญากับเรา 00:02:24
00:02:24
วันจันทร์กลับมาอีกนะ”00:02:26
00:02:26
ตอนที่จีแอนนาออกมาจากออฟฟิศ 00:02:29
00:02:29
ฉันกังวลมาก 00:02:30
00:02:30
แล้วฉันก็ถามลูกว่า00:02:32
00:02:32
“ลูกจะรับข้อเสนอของเขาไหม?” 00:02:34
00:02:34
แล้วลูกก็บอกว่า “ไม่ค่ะแม่ 00:02:36
00:02:36
หนูอยากรับใช้พระยะโฮวามากกว่า 00:02:39
00:02:39
หนูไม่เอาหรอก 00:02:40
00:02:40
หนูอยากเป็นไพโอเนียร์ประจำแบบนี้”00:02:42
00:02:42
สัปดาห์ต่อมาเราได้รับโทรศัพท์จากเบเธล 00:02:46
00:02:46
ขอให้เราไปช่วยงานในโปรเจ็คเกี่ยวกับเพลง 00:02:49
00:02:49
ลูกสาวตื่นเต้นมาก 00:02:50
00:02:50
ตอนนี้เธอมีความสุขมาก00:02:53
00:02:53
ที่ได้ใช้เสียงเพราะๆของเธอเพื่อพระยะโฮวา 00:02:56
00:02:58
เป็นเวลาหลายปีที่พระยะโฮวาใช้เรา00:03:02
00:03:02
ให้ช่วยเกี่ยวกับงานเพลงในเบเธล00:03:04
00:03:07
บางครั้งฉันเห็นเลยว่า
ซาตานพยายามล่อใจฉัน 00:03:12
00:03:12
เช่น มีคนมาเสนองานให้ฉัน00:03:15
00:03:15
ซึ่งเกี่ยวกับงานระลึกถึงพ่อ00:03:17
00:03:17
แต่งานนี้ทำให้ฉันต้องใช้เวลามาก 00:03:20
00:03:20
แล้วก็จะเป็นไพโอเนียร์ประจำไม่ได้ 00:03:22
00:03:22
ฉันก็เลยปฏิเสธ00:03:25
00:03:25
พระยะโฮวาอวยพรฉันมาตลอดหลายปี 00:03:28
00:03:28
ทุกครั้งที่มีคนมาเสนองานกับฉัน
แล้วฉันปฏิเสธ 00:03:33
00:03:33
พระยะโฮวาก็จะให้บางอย่างตอบแทน 00:03:35
00:03:35
เช่นให้ฉันมีโอกาสได้ช่วยเตรียมอาหาร00:03:39
00:03:39
สำหรับพี่น้องที่มาเข้า
โรงเรียนต่างๆขององค์การ00:03:42
00:03:43
ข้อท้าทายที่ฉันเจอ 00:03:45
00:03:45
สอนให้ฉันวางใจในพระยะโฮวา00:03:47
00:03:47
เหมือนกับที่อัครสาวกเปาโลบอกว่า 00:03:50
00:03:50
“ถ้าไม่มีความเชื่อ
ก็ไม่มีทางทำให้พระเจ้าพอใจได้” 00:03:53
00:03:53
และ “พระองค์ให้รางวัลกับคนที่
เสาะหาพระองค์อย่างจริงจัง”00:03:57
00:03:58
ฉันมีความสุขมากที่ได้ประกาศด้วยกันกับแม่00:04:01
00:04:01
ที่ตอนนี้อายุ 90 กว่าแล้ว 00:04:04
00:04:04
เราชอบที่ได้ประกาศด้วยกันในหลายรูปแบบ00:04:07
00:04:08
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา 00:04:10
00:04:10
บางคนในครอบครัวของฉันมาเรียนคัมภีร์ไบเบิล 00:04:14
00:04:14
และบางคนก็เข้ามาเป็นพยานพระยะโฮวา00:04:17
00:04:18
ฉันมีความสุขมากตอนที่ได้อยู่กับแม่และลูกสาว 00:04:22
00:04:22
เราเล่นกีตาร์ร้องเพลง00:04:25
00:04:25
เราดีใจที่เห็นพี่น้องสนุกกัน00:04:28
00:04:33
ฉันตั้งตาคอยที่จะเจอพ่ออีกครั้งในโลกใหม่ 00:04:37
00:04:37
ฉันอยากจะวิ่งเข้าไปกอดพ่อ00:04:40
00:04:40
แนะนำหลานๆให้รู้จัก00:04:42
00:04:42
พ่อกับแม่จะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง 00:04:44
00:04:44
หวังว่าจะเป็นบ้านริมทะเล 00:04:46
00:04:46
แล้วพวกเราทุกคนก็จะได้ร้องเพลงด้วยกัน00:04:49
00:04:49
เหมือนที่เราทำกันเมื่อก่อน00:04:51
00:04:52
ฉันตั้งใจไว้ว่า 00:04:54
00:04:54
จะซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาตลอดไป00:04:58
ตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง? โรซาเลีย ฟิลลิปส์: ตามที่จารึกนั้นฉันจะได้พบพ่อ
-
ตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง? โรซาเลีย ฟิลลิปส์: ตามที่จารึกนั้นฉันจะได้พบพ่อ
ฉันโตมาในครอบครัวของนักร้อง
นักแสดงที่มีชื่อเสียง
คนที่มีชื่อเสียงที่สุดคือพ่อของฉัน
เคอร์มัน บัลเดส
หรือที่คนอื่นรู้จักกันในชื่อทิน-ทัน
ฉันรักดนตรีมาก
ตั้งแต่เป็นเด็ก ฉันเป็นคนกล้าแสดงออก
ฉันเลยเริ่มเล่นกีตาร์
แล้วก็แต่งเพลงในสไตล์ของตัวเอง
ฉันไม่ได้อยากเป็นนักร้องอาชีพ
แต่ถึงอย่างนั้น
ไม่นานหลังจากที่พ่อตาย
เรามีความจำเป็นด้านการเงิน
ฉันก็เลยต้องหางานทำ
ฉันเข้าร่วมวงดนตรีหนึ่ง
และนั่นทำให้ฉันกลายเป็นนักร้อง
และนักแสดงที่มีชื่อเสียง
แต่ฉันได้เห็นว่า
คนในวงการเดียวกับฉัน
มักทำผิดศีลธรรม
และไม่จริงใจต่อกัน
ฉันเลยไม่ไว้ใจใคร
พอได้มาเรียนความจริง
ฉันได้เจอคนที่จริงใจแล้วก็รักฉันจริงๆ
แล้วฉันก็เปลี่ยนแปลงตัวเอง
ตอนนี้ฉันเหมือนเป็นคนใหม่เลย
ฉันร่าเริง คุยเก่งแล้วก็มีความสุข
ในฐานะพ่อแม่
สิ่งที่เรากังวลตอนที่ย้ายกลับมา
ที่เม็กซิโกก็คือ
ลูกๆของเราจะถูกกดดันให้เข้าวงการไหม
ฉันกับสามีเลยทำทุกอย่าง
เท่าที่ทำได้เพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้น
ตอนที่จีแอนนาลูกสาวของฉันอายุ 17
ฉันมีนัดกับสถานีโทรทัศน์หนึ่ง
ที่มีชื่อเสียงมากในเม็กซิโกซิตี้
วันนั้นฉันพาลูกสาวไปด้วย
แล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งเป็นแมวมองเห็นเธอ
แล้วก็ถามว่า
‘หนูชอบร้องเพลงเหมือนแม่ไหม?’
ลูกสาวก็บอกว่า ‘ใช่’
แล้วเธอก็ร้องเพลงให้เขาฟัง
เขาชอบเสียงของเธอมาก
แล้วเขาก็ชวนเธอไปที่ออฟฟิศของเขาทันที
ฉันได้ยินเขาพูดกับลูกสาวว่า
“หนูมาทำงานที่ช่องนี้กับเราเถอะ
เราจะปั้นให้หนูเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง
เราอยากให้หนูมาเซ็นสัญญากับเรา
วันจันทร์กลับมาอีกนะ”
ตอนที่จีแอนนาออกมาจากออฟฟิศ
ฉันกังวลมาก
แล้วฉันก็ถามลูกว่า
“ลูกจะรับข้อเสนอของเขาไหม?”
แล้วลูกก็บอกว่า “ไม่ค่ะแม่
หนูอยากรับใช้พระยะโฮวามากกว่า
หนูไม่เอาหรอก
หนูอยากเป็นไพโอเนียร์ประจำแบบนี้”
สัปดาห์ต่อมาเราได้รับโทรศัพท์จากเบเธล
ขอให้เราไปช่วยงานในโปรเจ็คเกี่ยวกับเพลง
ลูกสาวตื่นเต้นมาก
ตอนนี้เธอมีความสุขมาก
ที่ได้ใช้เสียงเพราะๆของเธอเพื่อพระยะโฮวา
เป็นเวลาหลายปีที่พระยะโฮวาใช้เรา
ให้ช่วยเกี่ยวกับงานเพลงในเบเธล
บางครั้งฉันเห็นเลยว่า
ซาตานพยายามล่อใจฉัน
เช่น มีคนมาเสนองานให้ฉัน
ซึ่งเกี่ยวกับงานระลึกถึงพ่อ
แต่งานนี้ทำให้ฉันต้องใช้เวลามาก
แล้วก็จะเป็นไพโอเนียร์ประจำไม่ได้
ฉันก็เลยปฏิเสธ
พระยะโฮวาอวยพรฉันมาตลอดหลายปี
ทุกครั้งที่มีคนมาเสนองานกับฉัน
แล้วฉันปฏิเสธ
พระยะโฮวาก็จะให้บางอย่างตอบแทน
เช่นให้ฉันมีโอกาสได้ช่วยเตรียมอาหาร
สำหรับพี่น้องที่มาเข้า
โรงเรียนต่างๆขององค์การ
ข้อท้าทายที่ฉันเจอ
สอนให้ฉันวางใจในพระยะโฮวา
เหมือนกับที่อัครสาวกเปาโลบอกว่า
“ถ้าไม่มีความเชื่อ
ก็ไม่มีทางทำให้พระเจ้าพอใจได้”
และ “พระองค์ให้รางวัลกับคนที่
เสาะหาพระองค์อย่างจริงจัง”
ฉันมีความสุขมากที่ได้ประกาศด้วยกันกับแม่
ที่ตอนนี้อายุ 90 กว่าแล้ว
เราชอบที่ได้ประกาศด้วยกันในหลายรูปแบบ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
บางคนในครอบครัวของฉันมาเรียนคัมภีร์ไบเบิล
และบางคนก็เข้ามาเป็นพยานพระยะโฮวา
ฉันมีความสุขมากตอนที่ได้อยู่กับแม่และลูกสาว
เราเล่นกีตาร์ร้องเพลง
เราดีใจที่เห็นพี่น้องสนุกกัน
ฉันตั้งตาคอยที่จะเจอพ่ออีกครั้งในโลกใหม่
ฉันอยากจะวิ่งเข้าไปกอดพ่อ
แนะนำหลานๆให้รู้จัก
พ่อกับแม่จะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง
หวังว่าจะเป็นบ้านริมทะเล
แล้วพวกเราทุกคนก็จะได้ร้องเพลงด้วยกัน
เหมือนที่เราทำกันเมื่อก่อน
ฉันตั้งใจไว้ว่า
จะซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาตลอดไป
-