JW subtitle extractor

ดาร์ซี แมคคีแวน: 4 บทเรียนจากผู้ชาย 9,700 คน—วันสำเร็จการศึกษาของนักเรียนกิเลียดรุ่น 158

Video Other languages Share text Share link Show times

เราคงดีใจที่คำบรรยายนี้มีชื่อว่า
“4 บทเรียนจากผู้ชาย 9,700 คน”
ไม่ใช่ “9,700 บทเรียนจากผู้ชาย 4 คน”
ไม่งั้นยากแย่เลย
แล้วผู้ชาย 9,700 คนนี้เป็นใคร
แล้วเราจะเรียนอะไรได้จากพวกเขา
ให้เรามาดูเรื่องนี้ด้วยกัน
อยู่ในผู้วินิจฉัยบท 7
ถ้าคุณเปิดที่ผู้วินิจฉัยบท 7 แล้ว
เราจะอ่านที่ข้อ 7 ด้วยกันครับ
ผู้ชายพวกนี้เป็นใคร
นี่คือเรื่องที่เราจะคุยกัน
ผู้วินิจฉัย 7:7 “พระยะโฮวาพูดกับกิเดโอนว่า
‘เราจะช่วยพวกเจ้า
และจะมอบชาวมีเดียนไว้ในมือของเจ้า
ด้วยทหาร 300 คนที่ใช้มือวักน้ำขึ้นมากินนี้
แต่คนอื่นๆนอกนั้นให้กลับบ้านไป’”
เรื่องนี้พูดถึงกิเดโอน
กับทหาร 300 คน
แต่เราจะไม่เน้นที่กิเดโอน
แล้วก็จะไม่เน้นทหาร 300 คนด้วย
เราจะคุยกันเรื่องคนอื่นๆนอกนั้น
ก็คือผู้ชาย 9,700 คน
ที่ถูกเปลี่ยนงานมอบหมายครั้งใหญ่
เมื่อพวกเขาถูกบอกให้กลับบ้าน
แล้วเราจะเรียนอะไรได้จากพวกเขาครับ
คุณกำลังจะไปทำงาน
เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงเข้มแข็ง
ให้กับสาขาที่คุณได้รับมอบหมาย
ในช่วงที่พี่น้องหลายคนถูกเปลี่ยนงาน
คุณเองก็อาจจะเจอการเปลี่ยนแปลง
ครั้งใหญ่เหมือนกันตอนนี้
หรืออาจจะในอนาคต
เช่น งานใหม่ สาขาใหม่
ประเทศใหม่ ภาษาใหม่
หรือบางทีสถานการณ์ส่วนตัวก็เปลี่ยนไป
บางคนอาจจะตื่นเต้นมาก
กับการเปลี่ยนแปลงนี้
แต่บางคนก็ไม่ชอบ
อะไรจะช่วยให้เราปรับตัวได้
และเสริมความเข้มแข็ง
ให้กับคนที่เจอการเปลี่ยนแปลง
นี่คือสิ่งที่เราจะได้เรียนจากผู้ชายกลุ่มนี้
คุณคิดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น
ทำให้พวกเขารู้สึกยังไง
ลองนึกภาพว่าเราอยู่ใน
สถานการณ์เดียวกันกับพวกเขา
บท 6 จะช่วยให้เรารู้ว่าตอนนั้นเป็นยังไง
6:1-6 บอกเราว่า
เป็นเวลา 7 ปีที่ชาวอิสราเอล
ต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว
เพราะชาวมีเดียนคอยมาโจมตีพวกเขาอยู่ตลอด
พวกเขาต้องซ่อนตัวในถ้ำ
อาหารก็ไม่พอกิน
พวกเขาทั้งลำบาก เหนื่อยล้า
และยากจนข้นแค้นอย่างหนัก
แต่ในข้อ 14
พระยะโฮวาบอกให้กิเดโอนออกไปสู้
ข้อ 34 และ 35
‘เขาเป่าแตรเขาสัตว์
และส่งคนไปบอกคนในเชื้อสายของอาบีเอเซอร์
ตระกูลมนัสเสห์ อาเชอร์ เศบูลุน
และนัฟทาลีด้วย’
ผู้ชายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 32,000 คน
ที่มารวมตัวกันเพื่อสนับสนุนกิเดโอน
พวกเขาทิ้งทุกสิ่งและรีบมาทันที
เพื่อไปร่วมรบกับกิเดโอน
นี่เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญมาก
พวกเขาไม่ซ่อนตัวจากศัตรูอีกต่อไป
และในบท 7 ข้อ 3
พวกเขาก็มีโอกาสถอนตัวได้
โดยไม่ต้องกลัวเสียหน้า
ถ้าใครรู้สึกกังวลหรือกลัว
พวกเขาก็กลับบ้านได้
มีทหาร 22,000 คนกลับบ้าน
แต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้กลับ
เพราะพวกเขาไม่กลัว
พวกเขาเคยได้ยินว่าพระยะโฮวา
ช่วยคนของพระองค์จากทะเลแดง
และเหตุการณ์ที่กำแพงเยรีโค
พวกเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งในนั้น
นี่เป็นเหตุผลที่พวกเขาทิ้งทุกอย่างและรีบมา
มันเป็นเหตุการณ์สำคัญจริงๆ
จากนั้น
ก็มาถึงเหตุการณ์ที่เราอ่านกันในข้อ 7
พวกเขาตื่นเต้นมากที่จะได้มีส่วนร่วม
แต่กลับถูกบอกให้กลับบ้านไป
เพราะอะไร?
ก็อย่างที่ข้อ 6 บอก
เพราะพวกเขาคุกเข่าก้มลงกินน้ำ
พวกเขารู้สึกยังไง?
‘ขอโอกาสอีกสักครั้งได้ไหมครับ
ผมจะไม่คุกเข่ากินน้ำอีกแล้ว
มันไม่ยุติธรรมเลย
ผมแข็งแรงกว่าเขา เร็วกว่าเขา
และมีประสบการณ์มากกว่าทุกคนที่นี่
ผมต้องได้อยู่’
ลองนึกภาพตามในข้อ 8
ตอนที่พวกเขากำลังจะกลับ
อาจมีคนเรียกแล้วบอกว่า
เดี๋ยวก่อนเอาแตรเขาสัตว์ เสบียง
และทุกอย่างที่คุณมีไว้ที่นี่แล้วค่อยไป
พวกเราต้องใช้ของพวกนี้
คุณคิดว่าพวกเขารู้สึกยังไง?
ผิดหวังไหม?
คุณคิดว่าพวกเขาจะรู้สึกเศร้าไหม?
เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกแบบนั้น
เพราะพวกเขาเสียสละ
และอยากเป็นส่วนหนึ่งในนั้นจริงๆ
นี่เป็นบทเรียนแรกของเรา
เป็นธรรมดาที่เราจะรู้สึกเสียใจ
เมื่อไม่ได้ทำงานมอบหมายที่ตัวเองรัก
มันไม่ได้หมายความว่าเขาขาดความเชื่อ
หรือมีความคิดที่ไม่ดี
แต่เป็นเพราะเขาทุ่มเทเพื่อพระยะโฮวามาก
เขาเห็นค่างานนั้น
ทำงานนั้นอย่างเต็มที่
เสียสละ และใส่ใจงานมอบหมาย
แต่เราจะเสริมความเข้มแข็งให้พวกเขาได้ยังไง
เราไม่ต้องบอกเหตุผลทั้งหมด
ว่าทำไมเขาควรดีใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้
เพราะเดี๋ยวเขาก็จะรู้เอง
แต่เราจะฟังเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจ
บอกเขาว่าเราเห็นค่า
และขอบคุณสำหรับงานที่พวกเขาทำ
ทำให้เขารู้สึกมีค่า
เรารักเขา
และพระยะโฮวาก็รักเขาด้วย
แม้จะไม่ง่ายที่จะไม่รู้สึกเสียใจ
กับการเปลี่ยนแปลง
แต่ถ้าเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับเรา
เราก็ไม่อยากจะเศร้าแบบนั้นไปตลอด
แล้วอะไรจะช่วยเราได้
ตอนนี้เรามาดูบทเรียนที่ 2 ด้วยกัน
ทำไมผู้ชายกลุ่มนี้ถึงต้องกลับบ้าน
เป็นเพราะวิธีที่พวกเขากินน้ำจริงๆไหม
ดูด้วยกันที่ผู้วินิจฉัย 7:2
ว่าทำไมพวกเขาถึงต้องกลับบ้าน
“พระยะโฮวาพูดกับกิเดโอนว่า
‘เจ้ามีทหารมากเกินไป
ถ้าเราให้เจ้าชนะพวกมีเดียน
ด้วยทหารมากมายขนาดนี้
ชาวอิสราเอลอาจจะโอ้อวดกับเราว่า
“ผมรับชนะด้วยฝีมือของตัวเอง”’”
อะไรคือเหตุผลหลักที่พวกเขาต้องกลับบ้าน
พระยะโฮวาต้องการให้กองทัพนั้นเล็ก
เพื่อให้เห็นว่าชัยชนะนั้นมาจากพระองค์
เรื่องการกินน้ำเป็นแค่วิธีคัดเลือก
แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็คือ
การยกย่องให้เกียรติพระยะโฮวา
ลองคิดดูนะครับ
ถ้าเหตุผลที่ผู้ชายกลุ่มนี้มาร่วมรบ
ก็เพื่อยกย่องให้เกียรติพระยะโฮวา
ถึงแม้ตอนแรก
พวกเขาจะรู้สึกเศร้าที่ต้องกลับบ้าน
แต่สุดท้ายพวกเขาจะมีความสุข
เพราะพวกเขารู้ว่า
การกลับบ้านเป็นวิธีที่ทำให้
พระยะโฮวาได้รับเกียรติ
มากกว่าสิ่งที่พวกเขาจะทำในสนามรบ
และนี่คือบทเรียนที่ 2
ให้มองว่าการยกย่องให้เกียรติพระยะโฮวา
คืองานมอบหมายหลักของคุณ
เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
แล้วก็จะเป็นแบบนี้ไปตลอด
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เปลี่ยนเรื่องนี้ไม่ได้
ไม่มีใครจะเอางานนี้ไปจากคุณได้
ไม่มีใครแก่เกินไปที่จะทำงานนี้
ถ้าเราไม่ลืมว่าการยกย่อง
ให้เกียรติพระยะโฮวาสำคัญที่สุด
และมันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขที่สุด
แม้บางครั้งเราอาจจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
แต่เราก็ยังจะมีความสุขได้
ไม่ว่าเราจะรับใช้ที่ไหน
บทเรียนที่ 3 ก็คือ
เราทุกคนต้องเจอ
การเปลี่ยนแปลง
ไม่ใช่แค่ 9,700 คนเท่านั้น
แต่อีก 300 คนก็เจอกันเปลี่ยนแปลงด้วย
เหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้น
ที่พวกเขาถือคบไฟ ตีหม้อใบใหญ่แตก
และไล่ตามพวกมีเดียน
ใช้เวลาแค่วันเดียว
ผู้วินิจฉัย 8:28
บอกเราว่า
หลังจากชนะชาวมีเดียน
‘แผ่นดินก็สงบเงียบอยู่ 40 ปี’
และในข้อ 29 ก็บอกว่า
แม้แต่กิเดโอน
ก็ “กลับไปอยู่
ที่บ้านของตัวเอง”
ทุกคนต้องเจอการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นถ้าเราถูกเปลี่ยนงานมอบหมาย
เราควรนึกถึงอะไร?
มีพี่น้องที่รู้สึกเศร้า
เมื่อต้องออกจากงานมิชชันนารี
ที่ทำมาเป็นเวลา 30 ปี
ในประเทศบูร์กินาฟาโซ
เขาบอกว่า ‘ไม่ว่าคุณจะชอบงานนั้นไหม
หรือรู้สึกว่ามันยาก
ให้มองหาสิ่งที่คุณชอบในงานมอบหมาย
และมีความสุขกับมันตอนที่ยังมีโอกาส’
เพื่อจะเข้าใจมากขึ้น
ผมอยากจะเล่าเรื่องเคนเนท
เขาเป็นพี่น้องหนุ่มที่ฝันมาตลอดว่า
อยากจะมาทำงานที่เบเธล
ในที่สุดเขาก็ได้รับเชิญให้มาที่วอลล์คิลล์
เขาตื่นเต้นกับงานแล้วก็มีความสุขทุกวัน
แต่วันหนึ่งเขาป่วย
แล้วก็ต้องกลับบ้าน
เขาเสียใจมาก
เพราะเขาอยากอยู่ที่เบเธล
เขาเล่าว่า
เขาคิดอยู่ตลอดว่า
อยากกลับไปทำงานที่เบเธล
เขาอธิษฐานทุกวันขอให้ได้กลับไป
แล้วเป็นไงรู้ไหมครับ
อีก 5 ปีต่อมาเขาก็ถูกเรียกให้ไปเบเธล
แต่เขาพูดด้วยว่าพอมองย้อนไป
มีเรื่องหนึ่งที่เขาเสียใจ
เขาเสียดายที่ไม่ได้ใช้เวลาเพื่อเห็นค่า
และมีความสุขกับงานมอบหมาย
ที่เขารู้แล้วว่านั่นก็เป็นสิทธิพิเศษ
ตอนนั้นเขาได้เป็นไพโอเนียร์กับแม่
และน้องสาว
ขอจำไว้ว่าทุกงานมอบหมายจะมีเรื่องดีๆ
แม้งานนั้นอาจจะยากหรือเราไม่ชอบ
ขอให้มีความสุขตอนนี้เลยกับงานที่คุณทำอยู่
ตอนนี้เรามาถึงบทเรียนที่ 4 ครับ
ผมชอบจุดนี้มาก
หลังจากที่ผู้ใช้ 300 คนเป่าแตร
ตีหม้อ
จนทำให้ชาวมีเดียนวิ่งหนีไป
แล้วเกิดอะไรขึ้น
ให้เรากลับไปดูที่บท 7
ในข้อ 23
“ทหารอิสราเอลจากตระกูลนัฟทาลี ตระกูลอาเชอร์
และทหารทุกคนจากตระกูลมนัสเสห์
ถูกเรียกให้มารวมตัวกัน
แล้วพวกเขาก็ไล่ตามชาวมีเดียนไป”
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าสนใจ
คุณจำตระกูลเหล่านี้ได้ไหม
นี่เป็นบางตระกูลที่อยู่ในเหตุการณ์ในข้อ 6
ซึ่งบางคนในตระกูลเหล่านี้
ก็ถูกสั่งให้กลับบ้านไป
แต่ตอนนี้พวกเขาถูกเรียก
ให้ทำงานมอบหมายใหม่
ถ้าพวกเขายอมปรับเปลี่ยน
ก็จะมีโอกาสได้ไล่ตามชาวมีเดียน
นี่แหละครับบทเรียนที่ 4
องค์การของเราจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง
ขอให้ยืดหยุ่น
พร้อมปรับเปลี่ยน
และเต็มใจทำงานมอบหมาย
อะไรก็ตามที่คุณได้รับ
การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ก็อาจทำให้เราผิดหวัง
แต่ขออย่าท้อใจ หรือโกรธองค์การ
ขอให้คุณแสดงความถ่อมต่อๆไป
แบบที่คุณทำอยู่ตอนนี้
เพราะนั่นเป็นคุณลักษณะที่พระยะโฮวาชอบ
ถ้าทำอย่างนั้นคุณจะเป็นคนที่พร้อม
ให้พระยะโฮวาใช้
เราได้เรียนอะไรครับจากผู้ชาย 9,700 คน
ขอให้เห็นอกเห็นใจ
คนที่กำลังเจอการเปลี่ยนแปลง
และถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณ
ให้จดจ่ออยู่กับงานที่ได้รับ
หาข้อดี
และมีความสุขกับมัน
และจำไว้ว่างานมอบหมายที่สำคัญที่สุด
ก็คือการยกย่องให้เกียรติพระยะโฮวา
ขอให้ตั้งใจที่จะทำงานสำคัญนี้
ต่อๆไป