JW subtitle extractor

รายการโทรทัศน์ JW—ตุลาคม 2026

Video Other languages Share text Share link Show times

ยินดีต้อนรับสู่รายการโทรทัศน์ JW®
พวกเราหลายคนต้องตรวจสายตาเป็นประจำ
แล้วสายตาทางด้านความเชื่อล่ะ
เราตรวจบ่อยแค่ไหน
ถ้าเรารู้สึกว่า
มีบางอย่างที่รบกวนความสัมพันธ์
ของเรากับพระยะโฮวา
เราจะทำยังไงเพื่อแก้ไขมัน
วิธีหนึ่งที่ช่วยหลายคนได้ก็คือ
รับใช้เป็นอาสาสมัครที่เบเธล
เราจะได้ดูว่า
ในหนึ่งวันพวกเขาทำอะไรบ้าง
จากนั้นเราจะพาคุณย้อนดู
ประวัติศาสตร์ของเรา
เกี่ยวกับการแปลคัมภีร์ไบเบิล
นี่คือรายการโทรทัศน์ JW เดือนนี้ครับ
สายตาคุณเป็นยังไงบ้าง?
ถ้าคุณต้องใส่คอนแทคเลนส์
หรือแว่นตาเหมือนผม
สายตาคุณก็คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ผมมีปัญหาสายตาสั้น
ตอนที่ผมมองสิ่งต่างๆ
แสงจะไปรวมตัวอยู่ด้านหน้าของจอประสาทตา
แทนที่จะโฟกัสพอดีบนจอประสาทตา
ผมเลยมองไกลไม่ชัด
คุณอาจมีปัญหาตรงกันข้าม
คือสายตายาว
ซึ่งภาพจะไปโฟกัสอยู่ด้านหลังของจอประสาทตา
ทำให้มองใกล้ไม่ชัด
หรือบางคนอาจมีสายตาสั้นข้างยาวข้าง
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน
เลนส์ที่เหมาะสม
จะช่วยปรับการมองเห็นของเรา
ช่วยให้ตาเราโฟกัสได้ถูกต้อง
นอกจากนั้นบางคนยังมีปัญหาอื่นๆ
เช่น ตาบอด
ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้จนถึงโลกใหม่
แต่ยังมีปัญหาสายตาอีกแบบหนึ่ง
ที่หนักกว่าที่ผมบอก
ซึ่งพระเยซูพูดเรื่องนี้ในคำบรรยายบนภูเขา
ให้เรามาอ่านด้วยกันที่มัทธิว 6:22, 23
“ตาเป็นเหมือนแสงสว่างสำหรับร่างกาย”
เราจะหยุดตรงนี้แป๊บหนึ่งครับ
ที่พระเยซูพูดหมายความว่ายังไง?
ท่านใช้ตัวอย่างเปรียบเทียบ
ท่านเปรียบดวงตาเป็นเหมือน
ตะเกียงที่ส่องสว่างอยู่ในที่มืด
ทำให้เราเดินได้โดยไม่สะดุดอะไร
พระเยซูไม่ได้หมายถึง
การมองเห็นจริงๆเท่านั้น
แต่ยังหมายถึงการมองเห็น
สิ่งที่พระเจ้าอยากให้เราทำ
หลังจากที่ท่านพูดประโยคนี้
ท่านก็พูดถึงตัวอย่าง 2 สถานการณ์
มาอ่านต่อครับ
“ถ้าตาของคุณมองที่สิ่งเดียว
ทั้งตัวคุณก็จะสว่าง
แต่ถ้าตาของคุณมองคนอื่นด้วยความอิจฉา
ทั้งตัวคุณก็จะมืดไป”
ท่านกำลังเปรียบเทียบระหว่าง
ตาที่มองที่สิ่งเดียว
กับตาที่มองคนอื่นด้วยความอิจฉา
แบบแรกจะทำให้ชีวิตคนนั้นดีขึ้น
แต่แบบหลังจะทำให้แย่ลง
สิ่งที่เราเลือกสนใจจะส่งผลต่อเรา
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เราต้องสนใจไปที่ความสัมพันธ์กับพระเจ้า
และสิ่งที่พระองค์อยากให้เราทำเสมอ
ดังนั้นหัวเรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้คือ
สนใจที่ความต้องการของพระเจ้าเสมอ
พระเจ้าต้องการอะไร?
พระองค์อยากให้เรามารู้จัก
และใกล้ชิดกับพระองค์
เชื่อฟัง รัก และรับใช้พระองค์อย่างสุดหัวใจ
พระเยซูวางตัวอย่างไว้ให้เราที่ยอห์น 6:38
ท่านบอกว่าเป้าหมายของท่านคือ
ไม่ได้ทำตามใจตัวเอง
แต่ทำตามความประสงค์ของพระเจ้า
ท่านให้ตามองที่สิ่งเดียว
ก็คือการรับใช้พระยะโฮวา
ท่านใช้เวลาและกำลังทั้งหมดเพื่องานนี้
ท่านไม่ได้พยายามแสวงหา
ชื่อเสียง ฐานะทางสังคม
หรือความมั่งคั่งร่ำรวยของโลกนี้
แต่ท่านก็สอนสาวกให้สนใจไปที่
การรับใช้พระยะโฮวา
ท่านบอกพวกเขาว่าเฉพาะคนที่ทำตาม
ความประสงค์ของพ่อท่านเท่านั้น
ถึงจะได้เข้ารัฐบาลสวรรค์
พวกเราทุกคนก็ควรทำแบบเดียวกัน
โดยให้ความต้องการของพระเจ้า
เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
และประกาศเรื่องรัฐบาลของพระองค์
อย่างกระตือรือร้น
การมองที่สิ่งเดียวหมายถึง
การใช้ชีวิตให้เรียบง่าย
เราจะไม่หมกมุ่นอยู่กับ
ความต้องการของตัวเอง
หรือพยายามจะได้ทุกสิ่งที่โลกนี้เสนอให้
ถ้าเราจดจ่ออยู่กับการทำตาม
ความประสงค์ของพระเจ้า
เราก็จะอยู่ในความสว่าง
ซึ่งต่างกันอย่างมากกับคนที่มองคนอื่น
ด้วยความอิจฉา
และไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ
พวกเขาสนใจแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการ
สายตาของพวกเขาวอกแวก
และเต็มไปด้วยความโลภ
สุภาษิต 17:24 บอกว่า
คนแบบนี้ “คิดเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่อยเปื่อย”
พวกเขาจะคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้
ว่าจะทำยังไงให้มีมากขึ้น
จนไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญที่สุด
การสนใจแต่ทรัพย์สินเงินทอง
แทนที่จะรับใช้พระเจ้าทำให้
เขาตกอยู่ในความมืด
เพื่อจะเข้าใจสิ่งที่พระเยซูพูด
ให้เรามาดูรูปนี้ครับ
นี่เป็นรูปวาดที่มีชื่อเสียงของวิลเลียม ฮิลล์
ในปี 1915
นี่เป็นภาพลวงตาที่ทำให้เรา
เห็นผู้หญิงได้ 2 คน
คนหนึ่งเป็นผู้หญิงอายุน้อย
ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงอายุมาก
คุณเห็นทั้งสองคนไหม?
ผู้หญิงที่อายุน้อยหัน
หน้าไปคนละทางกับคุณ
นี่คือหน้าด้านซ้ายของเธอ
หูซ้าย
จมูก
ขนตา
คาง
และริบบิ้นที่คอ
ส่วนนี่คือผม
และหมวกของเธอ
และนี่คือไหล่
แล้วผู้หญิงที่สูงอายุล่ะ
เธอหันหน้าไปทางซ้าย
ตรงนี้คือจมูก
ตาซ้าย
ปาก และคางของเธอ
ส่วนนี่เป็นผม หมวก และไหล่
คุณไม่สามารถเห็น
ผู้หญิง 2 คนได้พร้อมกัน
คุณต้องเลือกว่าจะ
สนใจไปที่คนไหน
แล้วคุณถึงจะเห็น
แล้วอันนี้มันเกี่ยวยังไงกับเรื่องที่เรากำลังคุยกัน
คุณมองโลกในทุกวันนี้ยังไง
เมื่อเทียบกับโลกใหม่ของพระเจ้า
ที่กำลังจะมาถึง
ซาตานอยากให้เรามองโลกนี้ว่าน่าตื่นเต้น
มีแต่สิ่งน่าสนใจและมีโอกาสดีๆมากมาย
แต่จริงๆแล้ว
โลกของซาตานกำลังเสื่อมลงเรื่อยๆ
เหมือนหญิงชราคนนี้
อีกไม่นานโลกนี้จะถูกทำลาย
โดยรัฐบาลของพระเจ้า
ตรงกันข้าม เรามองโลกใหม่
เหมือนกับภาพของหญิงสาว
ที่แข็งแรงสดใสและจะคงอยู่ตลอดไป
ตอนนั้นทุกชีวิตจะ “อิ่มสมปรารถนา”
เราต้องใช้ความรู้ความเข้าใจที่พระเจ้าให้
เพื่อจะเห็นความแตกต่าง
ระหว่างโลกชั่วของซาตาน
และโลกใหม่ที่ชอบธรรมของพระเจ้า
ที่สอนไว้ในคำของพระองค์
เราจะจดจ่อ 2 อย่างไปพร้อมๆกันไม่ได้
เราไม่สามารถเลื่อมใสพระเจ้าเพียงผู้เดียว
และสนใจสิ่งต่างๆในโลกไปพร้อมๆกันได้
ยอห์นมองโลกนี้
แบบเดียวกับที่พระยะโฮวามอง
ให้เรามาอ่านคำพูดของเขา
ที่ 1 ยอห์น 2:15-17
ที่นั่นเขาพูดถึง 2 สิ่งที่เราต้องไม่รัก
ตอนที่ผมอ่านขอให้คิดดูว่าใน 2 สิ่งนั้น
อันไหนที่เราจะไม่รักได้ง่ายกว่า
“อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก
ถ้าใครรักโลก เขาก็ไม่ได้รักพระเจ้าผู้เป็นพ่อ
เพราะทุกสิ่งในโลกนี้
ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของร่างกายที่มีบาป
ความต้องการที่เกิดจากตา
หรือการโอ้อวดทรัพย์สมบัติ
ไม่ได้มาจากพระเจ้าผู้เป็นพ่อ
แต่มาจากโลก
โลกนี้กำลังจะผ่านพ้นไป
พร้อมๆกับความต้องการของโลก
แต่คนที่ทำตามความต้องการ
ของพระเจ้าจะอยู่ตลอดไป”
2 สิ่งที่ยอห์นเตือนไม่ให้เรารักคือ
โลกกับสิ่งของในโลก
คุณคิดว่าไม่รักอันไหนง่ายกว่ากัน?
คุณเห็นด้วยไหมว่าไม่รักโลกง่ายกว่า
เราเฝ้ารอที่จะเห็นโลกของซาตาน
ที่เต็มไปด้วยศาสนาเท็จ
การเมืองที่ทุจริต
และระบบการค้าที่เต็มไปด้วย
ความโลภถูกทำลายตลอดไป
แต่สิ่งต่างๆในโลกของซาตานก็ดึง
ความสนใจของเราไปได้
หลายอย่างในโลกดูน่าดึงดูด
น่าตื่นเต้น และน่าหลงใหล
หนึ่งในหลายสิ่งที่ซาตานใช้
เพื่อหลอกลวงผู้คนก็คือ
ความต้องการที่เกิดจากตา
มันใช้สิ่งสวยงามและความหรูหรา
เหล่านี้เพื่อล่อลวงเรา
คิดดูสิซาตานหลอกเอวาสำเร็จ
โดยใช้ผลไม้แค่ลูกเดียว
เราต้องตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอ
เพื่อดูว่าเรากำลังถูกอะไรบางอย่าง
ในโลกล่อลวงไหม
ถ้าใครสักคนเอาแต่สนใจ
หรืออยากได้สิ่งต่างๆในโลก
ก็จะยากมากที่จะจดจ่อกับการทำตาม
ความประสงค์ของพระเจ้าซึ่งสำคัญกว่า
แทนที่จะเป็นอย่างนั้น
เราต้องจดจ่ออยู่กับงานรับใช้
และทุ่มเทตัวให้พระยะโฮวาสุดหัวใจ
เหมือนกับที่เราต้องเช็คค่าสายตาเป็นระยะๆ
การตรวจสอบตัวเองเป็นครั้งคราว
ก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย
เพื่อดูว่าเราต้องปรับเปลี่ยนอะไร
ให้ตาด้านความเชื่อมองเห็นชัดอยู่เสมอ
เราจะเช็คตาด้านความเชื่อได้ยังไง
คัมภีร์ไบเบิลช่วยเรา
วัดค่าสายตาด้านความเชื่อได้
แม้จะไม่ใช่ตารางวัดสายตาแบบนี้
มีคุณลักษณะหลายอย่างบันทึกไว้ที่
2 เปโตร 1:5-7 ให้เราอ่านด้วยกัน
“ให้พวกคุณพยายามอย่างจริงจังที่จะมีความเชื่อ
เมื่อมีความเชื่อแล้วก็เพิ่มด้วยคุณความดี
เมื่อมีคุณความดีแล้วก็เพิ่มด้วยความรู้
เมื่อมีความรู้แล้วก็เพิ่มด้วยการควบคุมตัวเอง
เมื่อมีการควบคุมตัวเองแล้ว
ก็เพิ่มด้วยความอดทน
เมื่อมีความอดทนแล้วก็เพิ่มด้วย
ความเลื่อมใสพระเจ้า
เมื่อมีความเลื่อมใสพระเจ้าแล้ว
ก็เพิ่มด้วยความรักต่อพี่น้อง
เมื่อมีความรักต่อพี่น้องแล้ว
ก็เพิ่มด้วยความรักต่อทุกคน”
เราแสดงสิ่งเหล่านี้มากแค่ไหนในแต่ละวัน?
ให้เรามาดูกันทีละอย่างครับ
ความเชื่อ นี้เป็นคุณลักษณะสำคัญ
ที่เป็นพื้นฐานของคุณลักษณะอื่นๆ
และเราต้องเสริมความเชื่อให้เข้มแข็งอยู่เสมอ
ถ้าเรามีความเชื่อเข้มแข็ง
เราจะเชื่อทุกสิ่งที่พระยะโฮวาสัญญาไว้
เราจะมองเห็นว่าชีวิตจะดีแค่ไหน
เมื่อคำสัญญาเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง
คุณความดี
คนดีจะทำสิ่งที่ถูกต้อง
ในสายตาพระยะโฮวา
คุณลักษณะนี้ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการทำชั่ว
หรือทำให้คนอื่นเสียหาย
และยังกระตุ้นเราให้มองหาโอกาส
ที่จะทำดีกับคนอื่นด้วย
ความรู้
ความรู้จะช่วยให้เราแยกออก
ว่าอะไรถูกอะไรผิด
โดยเฉพาะเรื่องที่เราไม่เคยเจอมาก่อน
การศึกษาคัมภีร์ไบเบิลอย่างละเอียด
จะช่วยให้รู้ว่าพระเจ้าต้องการให้เราทำอะไร
และจะตัดสินใจได้อย่างฉลาดในแต่ละวัน
การควบคุมตัวเอง
ในภาษากรีกคำนี้
มีความหมายว่าบังคับตัวเองไว้
ถ้าเรารู้จักควบคุมตัวเอง
เราจะควบคุมความคิด
คำพูด และการกระทำของเรา
ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่พระเจ้ากำหนดไว้
ความอดทน
นี่จะช่วยให้เรากล้าหาญและไม่ยอมแพ้
เพราะหวังพึ่งในกำลังของพระยะโฮวา
ความอดทนช่วยให้เราไม่หมดหวัง
ตอนที่เจอกับปัญหา
เมื่อเราอดทนเราจะเห็น
ว่าพระยะโฮวากำลังช่วยเรา
ให้ต้านทานการล่อใจและการข่มเหงได้
ความเลื่อมใสพระเจ้า
นี่เป็นความรู้สึกที่เรามีต่อพระยะโฮวา
เราเคารพยกย่อง และภักดี
ต่อการปกครองของพระองค์
นี่จะช่วยเราให้เห็นว่าพระยะโฮวา
ปฏิบัติกับผู้รับใช้ของพระองค์ยังไง
และเราก็จะใช้ชีวิตแบบที่พระเจ้าพอใจ
เพราะเรารักพระองค์
ความรักต่อพี่น้อง
เพื่อจะเลียนแบบพระยะโฮวาเราต้องรักพี่น้อง
นี่ช่วยเราให้มองข้ามข้อผิดพลาดของพี่น้อง
และรักกันเหมือนคนในครอบครัว
รวมถึงการทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือกันด้วย
ความรักต่อทุกคน
เราแสดงความรักต่อทุกคน
ไม่ใช่แค่กับพี่น้อง
เราเลียนแบบพระยะโฮวาโดยไม่ลำเอียง
และใช้ทุกโอกาสเพื่อแสดงความรัก
โดยแบ่งปันข่าวสาร
จากคัมภีร์ไบเบิลให้กับทุกคน
เมื่อเราประเมินตัวเอง
ด้วยคุณลักษณะเหล่านี้
ข้อคัมภีร์ 2 ข้อถัดไปจะบอกผลให้เรารู้
“ถ้าพวกคุณมีคุณลักษณะเหล่านี้อยู่ในตัว
และมีมากขึ้นเรื่อยๆ
นั่นจะป้องกันพวกคุณไม่ให้เป็นคนอยู่เฉยๆ
หรือเป็นคนที่ไม่ใช้ความรู้ที่ถูกต้อง
เรื่องพระเยซูคริสต์ผู้เป็นนาย
ของเราให้เกิดประโยชน์
ถ้าใครขาดคุณลักษณะเหล่านี้ เขาก็ตาบอด
ปิดตาตัวเองจนมองไม่เห็นแสงสว่าง”
สายตาที่ดีด้านความเชื่อมีค่ามาก
ถ้าเราทำอย่างที่เปโตรบอก
คือพยายามอย่างจริงจัง
เพื่อจะมีคุณลักษณะทั้ง 8 อย่างมากขึ้นเรื่อยๆ
เราก็จะไม่เป็นคนอยู่เฉยๆ
ในการนมัสการพระเจ้า
แต่เราจะมีความสุขเพราะได้ทำ
สิ่งที่พระยะโฮวาอยากให้ทำ
ถ้าเราไม่ได้แสดงคุณลักษณะเหล่านี้
เราก็จะกลายเป็นคนตาบอดด้านความเชื่อ
เราอาจต้องยอมรับว่ามีคุณลักษณะ
บางอย่างที่ต้องพัฒนา
เราอาจต้องปรับสายตาโดยนัย
ให้จดจ่อกับสิ่งที่ถูกต้อง
เราจะทำยังไงครับ?
ให้เราดูคำแนะนำ 4 อย่างด้วยกัน
อย่างแรก
ศึกษาและคิดใคร่ครวญคำของพระเจ้า
ปกติตอนที่ตาเรามีปัญหา
หมอก็จะให้ยาหยอดตา
เพื่อทำให้ตาของเราดีขึ้น
และให้เราปิดตา
เพื่อให้ตาได้พักและยาได้ทำงาน
การอ่านคัมภีร์ไบเบิลทุกวัน
ช่วยให้ตาด้านความเชื่อของเราดีขึ้น
คำของพระองค์เป็นเหมือนยารักษา
และการคิดใคร่ครวญจะช่วย
ให้เราเข้าใจเรื่องที่อ่าน
และรู้ว่าจะเอาไปใช้ยังไง
นี่ช่วยให้เราไม่ลืม
ความประสงค์ของพระยะโฮวา
สิ่งดีต่างๆที่พระองค์ทำ
และความหวังที่ให้กับเรา
วิลเลียม บาร์กเลย์ ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านคัมภีร์ไบเบิลบอกว่า
“การศึกษาพระวจนะของพระเจ้าไม่ใช่งานหนัก
แต่เป็นงานที่น่าชื่นใจ
เพราะเขารู้ว่าจะได้รับอาหาร
บำรุงหัวใจตามที่เขาต้องการ”
อย่างที่ 2 เอาเรื่องที่ได้เรียนไปใช้
การบริหารสายตาช่วยแก้ปัญหาสายตาได้
ในด้านความเชื่อก็เหมือนกัน
เราต้องเอาหลักการจากคัมภีร์ไบเบิลไปใช้
แล้วจะเห็นว่าคำแนะนำของพระเจ้า
เป็นประโยชน์จริงๆ
และเรายังแสดงความเชื่อได้โดยการ
รับใช้อย่างกระตือรือร้น
และออกความคิดเห็นที่การประชุม
3 ทำตามการชี้นำของพลังบริสุทธิ์
บางครั้งหมอก็ใช้เลเซอร์เพื่อ
รักษาจอประสาทตาของเรา
หรือสิ่งที่อยู่ในดวงตาของเรา
ในด้านความเชื่อก็เหมือนกัน
พลังบริสุทธิ์เปรียบเหมือนเลเซอร์ที่ใช้รักษา
ถ้าเราทำตามการชี้นำของพลังบริสุทธิ์
ทั้งความคิดและการกระทำ
ความเชื่อเราก็จะเข้มแข็ง
และสนิทกับพระยะโฮวามากขึ้น
4 ยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่น
ในบางเคส หมอตาที่เชี่ยวชาญ
ก็รักษาเราโดยใช้วิธีผ่าตัด
ดังนั้น ผู้ดูแลที่มีประสบการณ์
อาจต้องใช้คำของพระเจ้า
ที่คมยิ่งกว่ามีดหมอ
เพื่อแก้ไขหรือแนะนำเรา
อย่างตรงไปตรงมา
ถ้าเราทำตาม สายตาด้านความเชื่อ
ของเราก็จะดีขึ้น
เราได้เรียนอะไรครับ?
ตาด้านความเชื่อที่มองแค่สิ่งเดียว
ทำให้เราเห็นภาพชัดเกี่ยวกับ
ความประสงค์ของพระเจ้า
รัฐบาลของพระองค์
และคำสัญญาเรื่องโลกใหม่
ตาที่อิจฉาทำให้ภาพไม่ชัดเจน
และทำให้ไม่เห็นตัวเองในโลกใหม่
อย่างที่เราคุยกันไปตอนต้น
ตาจริงๆของเราโฟกัส 2 สิ่ง
ในเวลาเดียวกันไม่ได้
ถ้าเรารักสิ่งต่างๆของโลก
ที่กำลังจะถูกทำลาย
เราก็จะไม่จดจ่อกับความประสงค์ของพระเจ้า
และในไม่ช้าภาพก็จะเบลอ
สุดท้ายก็ไม่เห็นอะไรเลย
มันน่าเศร้าจริงๆ
เป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ
ที่จะให้ตาของเราจดจ่ออยู่กับ
การทำตามความประสงค์ของพระเจ้า
รับใช้พระยะโฮวาพ่อในสวรรค์
ของเราสุดหัวใจตลอดไป
ตอนนี้ให้เรามาดูกันว่า
สามีภรรยาคู่หนึ่งทำยังไง
เพื่อจะมองไปที่พระยะโฮวา
และมีความสุขอีกครั้ง
ตั้งแต่เราอายุยังไม่ถึง 25
เรามีอพาร์ตเมนต์เป็นของตัวเอง
อยู่ใจกลางกรุงเวียนนา
แต่เราก็ต้องผ่อนกับธนาคารทุกเดือน
มันสวยมาก
ใช่ มันสวยมากจริงๆ
การได้เป็นเจ้าของอะไรบางอย่าง
ก็ฟังดูเหมือนประสบความสำเร็จ
ตอนนั้นผมสนใจแต่จะหาเงิน
เพราะคิดว่าการทำแบบนั้น
จะทำให้ดอริสมีความสุข
เราเริ่มขาดการประชุม
แล้วก็ไม่ได้ทำกิจกรรมด้านความเชื่อเลย
มันทำให้ชีวิตคู่ของเราค่อยๆแย่ลง
มีผู้ดูแลใจดีคนหนึ่งมาหาแล้วก็คุยกับเรา
ผู้ดูแลคุยกับผมอย่างตรงไปตรงมา
เขาช่วยให้ผมเห็นว่า
ผมเป็นหัวหน้าครอบครัว
และในฐานะหัวหน้าครอบครัว
ผมต้องดูแลดอริสด้านความเชื่อด้วย แล้วก็...
ไม่ใช่แค่เรื่องเงินใช่ไหม?
ใช่ ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
จริงค่ะ
คำพูดของเขาทำให้ผมคิดได้
ผมอยากเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี
นอกจากนั้นผมอยากให้ดอริสมีความสุข
และเธอจะมีความสุขได้
ถ้าเราให้พระยะโฮวามาก่อน
เราเริ่มคุยกันมากขึ้น
เรากลับมาอธิษฐานถึงพระยะโฮวา
ด้วยกันเป็นประจำทุกวัน
ในที่สุด เราก็ตัดสินใจว่าจะไม่เก็บ
อพาร์ตเมนต์หรูนี้ไว้อีกต่อไป
เราคุยกับพระยะโฮวาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
“พระยะโฮวาครับ
เราอยากขายอพาร์ตเมนต์นี้จริงๆ
เราไม่อยากแบกภาระนี้อีกแล้ว
แล้วเราก็ขายมันได้จริงๆ
เราทำสำเร็จ
เราไม่มีหนี้อีกต่อไป
การประชุมใหญ่ปี 2014 ให้กำลังใจเรามาก
ให้รัฐบาลของพระเจ้าสำคัญที่สุดในชีวิต
แล้วพระองค์จะดูแลเรา
เป็นครั้งแรกที่เราเอาคำแนะนำนี้มาใช้กับตัวเอง
และเราก็เห็นว่าพระยะโฮวาดูแลเราจริงๆ
ไม่ใช่แค่คนอื่นนะ แต่เป็นเราด้วย
แล้วเราก็รีบอธิษฐานเรื่องนี้กับพระยะโฮวา
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เราอยากทำบางอย่าง
เพื่อรัฐบาลของพระเจ้า
เราทำได้
จริงครับ
2-3 เดือนหลังจากการประชุมครั้งนั้น
เราเริ่มเป็นไพโอเนียร์สมทบประจำ
ผมทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง
มันไม่ง่ายเลยที่จะหางานพาร์ทไทม์
ตอนที่ผมอยากจะลดเวลาทำงานให้น้อยลง
ผมต้องไว้วางใจพระยะโฮวาจริงๆ
เพราะพอผมลองคำนวณค่าใช้จ่ายดูแล้ว
ผมก็คิดว่า โห! ต้องประหยัดมากเลยนะ
ผมอธิษฐานถึงพระยะโฮวาเยอะมาก
ขอพระองค์ช่วยให้ผมกล้าไปคุยกับหัวหน้า
เพื่อจะลดเวลาทำงานลง
และขอให้พระยะโฮวาช่วยให้ผมมั่นใจว่า
พระองค์จะดูแลเรา
เรารู้สึกสนุกกับงานไพโอเนียร์มาก
พอถึงปีการรับใช้ถัดมา เราก็คุยกันว่า
‘เราเป็นไพโอเนียร์ประจำกันเถอะ’
แล้วเราก็เริ่มวางแผน
แล้วจากนั้น เราก็เริ่มเป็นไพโอเนียร์กัน
เรามีความสุขกันมาก
อะไรๆก็ดีขึ้น
ใช่ครับ ทุกอย่างดีขึ้นจริงๆ
ต่อมาเราก็ทำให้ชีวิตเรียบง่ายขึ้นอีก
เราย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์เล็กๆ
แต่ก็มีทุกอย่างที่จำเป็น
เรารู้สึกสบายใจมาก
ผมอยากให้คุณดูหอสังเกตการณ์เล่มหนึ่ง
ที่กระตุ้นเรามาก
เป็นบทความเรื่อง
“ทำงานกับพระยะโฮวาทุกวัน”
ตอนท้ายๆของบทความมีคำถามที่บอกว่า
“คุณอยากถูกฝึกมากขึ้น
เพื่อจะทำงานรับใช้พระยะโฮวามากขึ้นไหม?
คุณอาจสมัครเข้าโรงเรียน
ผู้ประกาศราชอาณาจักรหรือ SKE”
เรารู้สึกเหมือนบทความนี้กำลังพูดกับเราเลย
เราไม่มีข้ออ้างก็เลยต้องสมัคร แล้วจากนั้น…
เราได้รับเชิญให้เข้าโรงเรียน!
ใช่ครับ เราถูกเชิญ
ตื่นเต้นมาก
ใช่
มันไม่ง่ายเลยที่จะต้อง
ลางาน 2 เดือนเพื่อไป SKE
เอาเข้าจริงนายจ้างไม่ให้ลางาน
ฉันก็เลยต้องลาออก
แต่ฉันไม่เสียใจเลย
ถ้าให้ตัดสินใจอีกครั้งฉันก็จะทำเหมือนเดิม
การฝึกอบรมนี้พิเศษมาก
เห็นชัดเลยว่าพระยะโฮวารักเราจริงๆ
พระยะโฮวาเห็นค่าในตัวเราและรู้ว่าเราทำได้
สุดยอดเลยค่ะ
เราได้รับมอบหมาย
ให้ไปประชาคมที่น่ารักมาก
ผมรู้สึกขอบคุณและมีความสุขมาก
ที่ได้รับใช้เป็นไพโอเนียร์ด้วยกันกับดอริส
พระยะโฮวาดูแลเราด้วยความรัก
และให้เรามีสิ่งจำเป็นเสมอ
เราไม่ได้มีทรัพย์สิ่งของมากมาย
แต่เราก็รู้สึกโล่ง
เพราะพระยะโฮวาคอยดูแลเรา
เราไม่มีอะไรต้องเสียใจเลยจริงๆ
ก็ใช่แหละมั้ง
อะไรหรอ?
เราน่าจะทำเพื่อพระยะโฮวาให้เร็วกว่านี้
จริงด้วย
เบนยามินและดอริส
ทำตามคำแนะนำของพระยะโฮวา
และปรับชีวิตให้เรียบง่ายมากขึ้น
ตอนนี้พวกเขามีความสุขมากกว่าเดิม
และมีชีวิตที่มีความหมาย
แล้วถ้าคุณรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก
ที่จะใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายล่ะ
อย่าพึ่งยอมแพ้นะครับ
เรื่องราวในหนังสือเศคาริยาห์
จะให้กำลังใจเรา
ฉันลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าหนังสือ
เศคาริยาห์มีเรื่องที่น่าสนใจขนาดนี้
ใช่ ผมรอมาทั้งสัปดาห์เลยเพื่อจะศึกษาเล่มนี้
เหมือนกัน ฉันยังนึกถึงเรื่อง
ที่เราคุยกันอาทิตย์ที่แล้ว
มีความกดดันหลายอย่างที่ชาวยิวต้องเจอ
ทั้งจากศัตรู จากพวกผู้ต่อต้าน
พวกเขาคงท้อใจมาก
ไหนจะต้องสร้างวิหารขึ้นใหม่
ต้องฟื้นฟูกรุงเยรูซาเล็ม
แล้วก็ดูแลครอบครัวของพวกเขาอีก
ต้องเหนื่อยมากแน่ๆ
เอาจริงๆมันก็คล้ายกับ
ชีวิตในทุกวันนี้เหมือนกันนะ
ใช่เลย ในสายตามนุษย์พวกเขาอ่อนแอมาก
ไม่มีกองทัพ ไม่มีอำนาจ
เป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆ
ที่ต้องรับมือกับปัญหาที่ใหญ่มาก
พระยะโฮวาก็เลยส่งฮักกัยกับเศคาริยาห์
ไปให้กำลังใจพวกเขา
ฮักกัยบอกพวกเขาอย่างชัดเจน
และตรงไปตรงมา
ว่าพวกเขาต้องเริ่มลงมือทำงาน
จากนั้นเศคาริยาห์ก็มาให้กำลังใจ
เพื่อช่วยพวกเขาอดทน
และทำงานได้สำเร็จ
หนังสือนี้มีหลายเรื่องจริงๆ
เราน่าจะดูไปทีละส่วน
ดีเลย!
วีดีโอบทนำช่วยเน้นจุดสำคัญของหนังสือนี้
โดยเฉพาะคำพยากรณ์เกี่ยวกับเมสสิยาห์
แล้วฉันก็ชอบใช้ส่วน “ใจความสำคัญ”
ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่ด้วย
ฉันเริ่มดูในนิมิตที่ 5:
เกี่ยวกับ “เชิงตะเกียงกับต้นมะกอก 2 ต้น”
ดีมากเลย แล้วคุณเจออะไรบ้าง?
ตอนที่ค้นคว้าฉันเจอบทความหนึ่งที่ดีมาก
ในหอสังเกตการณ์ มีนาคม 2022 ที่ชื่อว่า
“คุณมองเห็นอย่างที่เศคาริยาห์เห็นไหม?”
ข้อมูลและรูปภาพในนั้นดีมากเลย
โห แล้วคุณเจอได้ยังไง?
ฉันใช้คู่มือค้นคว้า
แล้วก็ไล่ดูไปทีละข้อ
วิธีนี้ดีมาก
เรื่องหนึ่งที่บทความนี้อธิบายก็คือ
น้ำมันที่ไหลออกมาจากต้นมะกอก 2 ต้น
หมายถึงพลังบริสุทธิ์ของพระยะโฮวา
ที่ “ไม่มีวันหมด”
เรื่องนี้คงให้กำลังใจชาวยิวมาก
พวกเขาทั้งเหนื่อยและท้อใจ
แต่ตอนนี้พวกเขามั่นใจว่า
พลังของพระเจ้าไม่มีวันหมด
และพระองค์จะช่วยเขาต่อๆไป
แล้วพระยะโฮวาก็ยังช่วย
พวกเขาให้มั่นใจมากขึ้นอีก
ในข้อ 6 ข้อ 7 พระองค์บอกว่า
“‘เรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะ
กำลังทหารหรือกำลังอย่างอื่น
แต่เพราะพลังของเรา’
ถึงแม้อุปสรรคตรงหน้าเศรุบบาเบล
จะใหญ่โตเหมือนกับภูเขาสูง
มันก็จะกลายเป็นที่ราบ”
เปรียบเทียบได้ชัดเจนมาก
การต่อต้านทั้งหมดที่ชาวยิวต้องเจอ
เป็นเหมือนกับภูเขาสูง
แต่มันจะกลายเป็นที่ราบ
ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรเปอร์เซีย
การต่อต้าน
หรือแม้แต่คำสั่งห้าม
ก็หยุดงานของพวกเขาไม่ได้
พวกเขาไม่ต้องมีกองทัพ
เพราะพวกเขามีพระยะโฮวา
ฉันคิดว่าพวกเขาคงจะนึกภาพ
ภูเขาสูงที่อยู่ตรงหน้า
แล้วมันก็พังทลายลงกลายเป็นที่ราบ
นี่ทำให้เราเห็นชัดเลยว่า
ความสำเร็จของพวกเขา
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพการณ์
หรือความสามารถของพวกเขาเอง
แต่เป็นเพราะพลังของพระเจ้า
ฉันเห็นด้วย
สิ่งที่พระยะโฮวาบอกพวกเขา
ทำให้เกิดผลดีจริงๆ
แม้จะเจอปัญหาหลายอย่าง
แต่พวกเขาก็ยังวางใจในพระยะโฮวา
และลงมือทำงาน
และแค่ 4 ปีกว่าวิหารก็สร้างเสร็จ
พวกเขาได้เห็นว่า
พลังของพระเจ้าทำอะไรได้บ้าง
อยู่ๆคำสั่งห้ามก็ถูกยกเลิก
และชาติต่างๆที่อยู่รอบข้าง
ก็ถูกสั่งให้ช่วยหาสิ่งของ
ที่ใช้สำหรับสร้างวิหาร
มนุษย์ไม่ได้แน่ๆ แต่พระเจ้าทำได้
พระองค์ทำให้ภูเขาเป็นที่ราบ
แล้วคุณว่าเรื่องนี้สอนอะไรเรา
เกี่ยวกับพระยะโฮวา?
นิมิตต่างๆในหนังสือเศคาริยาห์
ทำให้ฉันมั่นใจว่า
พลังของพระเจ้าทำได้ทุกอย่าง
แล้วพระยะโฮวาก็รู้ว่าบางครั้ง
เราก็รู้สึกเหมือนชาวยิวในตอนนั้น
เหนื่อย ท้อใจ แล้วก็กลัวด้วย
พระองค์เลยอยากให้เราคิดว่า
พระองค์มีพลังมากแค่ไหน
คำพยากรณ์เหล่านี้ช่วยเราได้
ตอนที่อ่านหนังสือเศคาริยาห์
ฉันอยากจะนึกภาพว่า
ตอนนั้นเหตุการณ์เป็นยังไง
เหมือนกับชื่อของบทความที่คุณเจอเลย
“คุณมองเห็นอย่างที่เศคาริยาห์เห็นไหม?”
แล้วเราจะเอาไปใช้ยังไงดี?
บอกตรงๆเลยว่าบางครั้งฉันก็เหนื่อยมาก
นอกจากกิจกรรมคริสเตียนแล้ว
ก็มีอีกหลายอย่างที่ต้องทำด้วย
ต้องดูแลครอบครัว ต้องไปทำงาน
แล้วก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วย
ไหนจะความกดดันต่างๆ
จากโลกของซาตานอีก
มันเหมือนจะรับไม่ไหว
จนบางครั้งฉันก็อยากจะแค่เข้าประชุมในซูม
ผมก็เหมือนกัน
แต่พอนึกภาพนิมิตนั้นก็ช่วยให้ฉันอดทนได้
นี่เตือนฉันว่าพระยะโฮวาจะให้กำลัง
ตอนที่ฉันเหนื่อยหรือท้อ
ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน
ตอนที่ผมไม่ค่อยอยากไปรับใช้
ผมก็จะอธิษฐานขอพลังบริสุทธิ์แล้วก็ลงมือทำ
แล้วผมก็จะไปประชุม ไปประกาศ
ถึงแม้ว่าวันนั้นจะไม่ค่อยอยากไป
ผมมั่นใจว่าพระยะโฮวาจะให้กำลังผม
และฉันก็อยากจะเลียนแบบพระยะโฮวาด้วย
โดยใช้กำลังที่มีเพื่อให้กำลังใจคนอื่น
ที่กำลังท้อหรือกังวล
และอยากจะช่วยพวกเขาให้มั่นใจว่า
พระยะโฮวาสนใจ
และอยากให้กำลังกับพวกเขา
ทำแบบนี้ดีมากเลย
เราได้บทเรียนที่ดีด้วย
ถ้าในอนาคตเราต้องเจอการข่มเหง
หรือเหตุการณ์ที่น่ากลัว
ฉันชอบที่คุณบอกว่า
ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถ
หรือสภาพการณ์
แต่ขึ้นอยู่กับพลังของพระยะโฮวา
ผมชอบวิธีที่เราศึกษาหนังสือเศคาริยาห์ในวันนี้
ค่อยๆดูไปทีละส่วน
ใช้คู่มือค้นคว้า
และนึกภาพเหตุการณ์ในตอนนั้น
วิธีเหล่านี้ช่วยให้เราได้
ประโยชน์มากขึ้นเยอะเลย
เราคุยกันต่ออีกหน่อยได้ไหม
ว่า “ไม้เท้า 2 อัน” หมายถึงอะไร?
ได้เลย ผมอยากดูเรื่อง
คำพยากรณ์ของเมสสิยาห์ด้วย
ดูว่าเชื่อมโยงกับเรื่องหลักในคัมภีร์ไบเบิลยังไง?
เช่นสิ่งที่เศคาริยาห์ทำบอกยังไง
ว่าพระเยซูคือเมสสิยาห์
แล้วก็ยังมีนิมิตเรื่องอื่นๆด้วย
มีอีกหลายเรื่องเลยในหนังสือเศคาริยาห์
ที่เราจะคุยกันในการนมัสการครอบครัวได้
เป็นบทเรียนที่ดีมากเลยใช่ไหมครับ
การประสบความสำเร็จ
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
หรือความสามารถของเราเอง
ถ้าเราเชื่อฟังพระยะโฮวา
พระองค์จะอวยพรเราผ่านทางพลังบริสุทธิ์
วิธีหนึ่งที่ช่วยหลายคน
ให้มองไปที่พระยะโฮวาได้ก็คือ
เป็นอาสาสมัครที่เบเธล
ตอนนี้ให้เรามาดูว่า 1 วัน
ในชีวิตของอาสาสมัครเบเธลเป็นยังไง
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเฮอิน
ตอนนี้เป็นอาสาสมัคร
ทำงานอยู่ที่เบเธลเกาหลีค่ะ
เนื่องจากฉันเป็นอาสาสมัครแบบครั้งคราวที่เบเธล
ฉันเลยไม่ได้มีวันทำงานที่แน่นอน
แต่จะไปเมื่อเบเธลมีความจำเป็น
ปกติแล้วจากบ้านไปเบเธล
ก็จะใช้เวลา 45 นาทีค่ะ
แต่ถ้ารถติดก็อาจจะประมาณหนึ่งชั่วโมง
ฉันเป็นคนชอบขับรถค่ะ
ก็เลยไม่รู้สึกว่าการเดินทางนี้มันเหนื่อย
ที่เบเธลจะเริ่มต้นด้วยการนมัสการตอนเช้า
เมื่อเร็วๆนี้มีคำบรรยายที่มาจาก
ยากอบ 1:2-4 ซึ่งฉันชอบมาก
มันช่วยให้เรามองว่า
การทดสอบและความยากลำบาก
เป็นเหมือนครูที่ช่วยให้เราเติบโตขึ้น
ตอนที่เจอการทดสอบ
มันไม่ง่ายที่ถามตัวเอง
ว่าฉันได้เรียนอะไรจากเรื่องนี้?
แต่คำบรรยายในการนมัสการ
ตอนเช้าวันนั้นสอนฉันว่า
ให้เราอธิษฐาน อ่านไบเบิล ศึกษาส่วนตัว
และคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียน
และเราก็จะมีความสุขและอดทนได้
ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ตาม
การนมัสการตอนเช้าให้กำลังใจฉันมาก
และสอนอะไรฉันหลายอย่างเลยค่ะ
ฉันทำงานในแผนกขนส่งค่ะ
หน้าที่หลักของเราก็คือ
การรับส่งพี่น้องที่รับใช้เต็มเวลาประเภทพิเศษ
ที่มาเยี่ยมสาขาของเรา
ระหว่างเบเธลกับสนามบิน
ฉันพยายามจำไว้เสมอว่า
เป้าหมายของการทำงานเบเธล
คือการสนับสนุนงานประกาศ
ทุกครั้งที่ฉันเจอผู้รับใช้เต็มเวลาประเภทพิเศษ
ที่มาเยี่ยมสาขาของเรา
พวกเขารู้สึกขอบคุณเรามาก
และมันก็ทำให้ฉันรู้ว่า
เราก็ทำบางอย่างเพื่อช่วยพวกเขาได้
นี่ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันได้ทำสิ่งที่มีความหมาย
ปกติแล้วเราใช้เวลาเดินทาง
ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง
แล้วเราก็คุยกันหลายเรื่องเลยค่ะ
ถึงเราจะเพิ่งเจอกัน
แต่ก็รู้สึกเหมือนรู้จักกันมานานแล้ว
เราต่างก็เล่าประสบการณ์ให้กันฟังว่า
พระยะโฮวาช่วยเรายังไงบ้าง?
พระองค์ให้กำลังและช่วย
ให้เราอดทนมาได้ยังไง?
ช่วงเวลานั้นเป็นการเดินทาง
ที่มีค่ามากสำหรับฉัน
เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยอยากรับใช้ที่เบเธลเท่าไหร่
ฉันรู้สึกลังเลที่จะทำแบบนั้น
แต่มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนสนิทของฉันบอกว่า
เราไม่ควรเลือกเอง
ว่าจะรับงานมอบหมายอะไร
ในการรับใช้พระยะโฮวา
พอกลับมาคิดดูฉันก็คิดได้ว่าเขาพูดถูก
ฉันเลยตัดสินใจว่า
จะฝากเรื่องนี้ไว้กับพระยะโฮวา
แล้วลองสมัครดู
แล้วฉันก็ได้มาทำงานที่เบเธล
และมีความสุขมาก
ตอนที่ปรับตารางงานอาชีพ
มันก็มีปัญหาอยู่บ้างค่ะ
เรื่องที่ฉันกังวลที่สุดก็คือฉันจะมีเงินพอไหม?
แต่พอเริ่มทำงานที่เบเธล
ฉันก็เริ่มปรับตัวได้
ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง
ทั้งงานเบเธลและงานอาชีพของฉัน
นอกจากงานที่เบเธลและงานอาชีพแล้ว
ฉันยังต้องแบ่งเวลา
เพื่อดูแลคนในครอบครัวด้วย
เพื่อจะทำให้ความเชื่อเข้มแข็ง
ฉันจะจัดเวลาไว้เฉพาะสำหรับศึกษาส่วนตัว
การทำกิจกรรมที่
เสริมความเชื่อเป็นประจำสำคัญมาก
เพราะตอนที่ฉันเหนื่อยหรือท้อ
มันช่วยให้ฉันกลับมามีแรง
และรับใช้ต่อไปที่เบเธล
แล้วก็ประกาศอย่างกระตือรือร้นได้อีก
กิจกรรมที่เสริมความเชื่อ
มันเป็นเหมือนกับหน้ากากออกซิเจน
ที่ช่วยชีวิตเรา
และไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน
ฉันก็จะจัดเวลาเพื่อทำกิจกรรม
ที่เสริมความเชื่ออยู่เสมอ
อยู่ในลานวิหารของพระยะโฮวาวันเดียว
ก็ดีกว่าอยู่ที่อื่นพันวัน
นี่คือข้อคัมภีร์ที่ฉันคิดถึงทุกเช้า
เวลามาทำงานที่เบเธล
ไม่ว่าจะได้รับงานมอบหมายอะไรต่อไป
ฉันอยากรับใช้พระยะโฮวาด้วยความสุข
ความยินดีและเห็นค่าเสมอค่ะ
อาสาสมัครเบเธลจะต้องมองไปที่พระยะโฮวา
เพื่อจะทำงานมอบหมายของตัวเองได้
แต่คุณเห็นไหมว่าเฮอินทำยังไง
เพื่อจะมีความสุขอยู่เสมอ
เธอจัดเวลาไว้
เพื่อจะได้ศึกษาส่วนตัว
อย่างลึกซึ้งเป็นประจำ
การศึกษาคัมภีร์ไบเบิลช่วยพัฒนา
สายตาทางด้านความเชื่อของเรา
และช่วยให้เรามองอนาคตด้วยความมั่นใจ
การทำแบบนี้ช่วยดาเนียลได้ยังไง
ให้เรามาดูด้วยกันครับ
หัวเรื่องที่เราจะคุยกันในวันนี้ก็คือ
“เสริมความมั่นใจในความรักที่มั่นคง
ของพระยะโฮวา”
ทำไมเราต้องทำอย่างนั้นครับ
อาจเป็นเพราะสิ่งต่างๆ
ที่เราเคยเจอมาในอดีต
วิธีที่เราได้รับการเลี้ยงดู
ความผิดพลาด
หรือประสบการณ์ของเราที่ผ่านมา
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เราสงสัยว่า
พระยะโฮวารักเราไหม?
หรืออาจเป็นสถานการณ์ที่เรากำลังเจออยู่
อาจจะเป็นความกังวลเกี่ยวกับ
หน้าที่รับผิดชอบในครอบครัว
งานอาชีพที่หนักเกินไป
ปัญหาสุขภาพ
หรือความกังวลเรื่องอื่นๆ
ปัญหาเหล่านี้ทำให้เราอยากได้รับ
ความรักจากพระยะโฮวา
และการช่วยเหลือจากพระองค์
แล้วเรารู้ว่าในอนาคตเราจะต้องเจอกับอะไร
ความเชื่อของเราจะถูกทดสอบ
และเราอาจสงสัยว่า
เราจะอดทนและรักษาความซื่อสัตย์
ต่อไปได้ไหม
ดังนั้นไม่ว่าเราจะผ่านอะไรมา
เจออยู่ในตอนนี้และจะเจอในอนาคต
เราต้องเสริมความมั่นใจในความรักที่มั่นคง
ของพระยะโฮวา
สิ่งหนึ่งที่ช่วยเราได้ก็คือ
ให้คิดถึงสิ่งที่ดาเนียลเขียน
ในดาเนียล 9:4
มีการยกส่วนหนึ่งของข้อนี้
มาในคำอธิบายของข้อคัมภีร์ประจำวันวันนี้
ดาเนียล 9:4 ครับ
“เมื่ออธิษฐานถึงพระยะโฮวา
พระเจ้าและสารภาพบาป
ผมพูดว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าเที่ยงแท้
พระองค์ยิ่งใหญ่
น่าเกรงขาม
และรักษาสัญญาเสมอ
ใครที่รักพระองค์และทำตามคำสั่งของพระองค์
พระองค์ก็รักเขาไม่เปลี่ยนแปลง’”
นี่เป็นคำอธิษฐานส่วนหนึ่งของดาเนียล
เขาพูดถึงความรัก
ที่ไม่เปลี่ยนแปลงของพระยะโฮวา
พระองค์รักษาสัญญาเสมอ
พระองค์ทำแบบนี้กับคนที่รัก
และทำตามคำสั่งของพระองค์เสมอ
ถ้าเราศึกษาคำอธิษฐานของดาเนียล
อย่างละเอียด
ก็จะช่วยให้เรามั่นใจว่า
พระยะโฮวาจะแสดงความรักที่มั่นคงต่อเรา
อย่างแรกอะไรกระตุ้นดาเนียล
ให้อธิษฐานอย่างนี้
ดูในข้อ 2 ของบทเดียวกันครับ
ที่นี่บอกว่า “ในปีแรกที่เขาปกครองนั้น
ผมดาเนียลได้ค้นดูในหนังสือ
แล้วก็เจอข้อความที่พระยะโฮวา
บอกผู้พยากรณ์เยเรมีย์ไว้ว่า
กรุงเยรูซาเล็มจะร้างอยู่ 70 ปี
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ครับ
เกิดขึ้นในปี 539 ก่อนคริสต์ศักราช
กรุงเยรูซาเล็มร้างเปล่ามานาน 68 ปีแล้ว
และดาเนียลก็ได้ค้นดูในหนังสือ
ในเชิงอรรถบอกว่า
“ม้วนหนังสือศักดิ์สิทธิ์หลายม้วน”
นอกจากค้นดูในหนังสือเยเรมีย์แล้ว
เขายังอ่านหนังสือของโมเสส
อิสยาห์ เอเสเคียล อาโมส และโฮเชยาห์
และแน่นอนว่าดาเนียล
คงต้องอ่านที่เยเรมีย์ 29:10
ข้อนั้นอ่านว่า
“พระยะโฮวาบอกว่า ‘เมื่อพวกเจ้าอยู่ที่บาบิโลน
ครบ 70 ปีแล้ว
เราจะคิดถึงพวกเจ้า
และจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้
กับพวกเจ้าว่า
จะพาพวกเจ้ากลับมาที่นี่’”
ดาเนียลเห็นชัดเจนว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเขา
ตรงกับคำพยากรณ์ในคัมภีร์ไบเบิล
และเขารู้ว่าไซรัสซึ่งปกครองอยู่ในตอนนั้น
เป็นผู้ที่ถูกพยากรณ์ว่า
จะปลดปล่อยชาวอิสราเอล
เขาอาจจะไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด
แต่เขารู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีกไม่นาน
นี่เลยกระตุ้นเขาให้อธิษฐาน
และสนใจไปที่ความรักที่มั่นคงของพระยะโฮวา
คำอธิษฐานของดาเนียลบันทึกไว้ในข้อ 4
จนถึงข้อ 19
คำพูดและเนื้อหาของคำอธิษฐานนี้แสดงว่า
คำพูดของเยเรมีย์ยังอยู่ในความคิด
และจิตใจของเขา
ที่จริงแหล่งอ้างอิงหนึ่งบอกว่า
คำอธิษฐานของดาเนียล
ไม่ได้อาศัยแค่ 1 หรือ 2 ข้อของหนังสือเยเรมีย์
แต่มาจากทั้งเล่มเลย
คำอธิษฐานของเขาแสดงให้เห็นว่า
ชาติอิสราเอลต้องการความรัก
ที่มั่นคงจากพระยะโฮวา
เขาพูดถึงความแตกต่างระหว่างความซื่อสัตย์
และความเมตตาของพระยะโฮวา
กับความไม่ซื่อสัตย์
และการไม่เชื่อฟังของชาวอิสราเอล
ดาเนียลเน้นว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาเจอ
ก็เป็นไปตามที่พระยะโฮวาบอกไว้ล่วงหน้า
ขอดูที่ข้อ 13 ครับ
ข้อนี้บอกว่า
“เราต้องเจอกับความพินาศอย่างนี้
ตามที่กฎหมายของโมเสสบอกไว้”
ดาเนียลรู้ว่า
คำพยากรณ์นี้ไม่เพียงแต่บอกถึง
ผลที่เกิดจากการกระทำของเขา
แต่ยังบอกด้วยว่าชาวอิสราเอล
จะได้กลับบ้านเกิด
หนังสือเลวีนิติ เฉลยธรรมบัญญัติ
อิสยาห์ และเยเรมีย์
ล้วนแต่มีคำสัญญาที่บอกว่า
ถ้าชาวอิสราเอลกลับใจ
พระองค์จะพาพวกเขากลับบ้าน
มาดูว่าคำอธิษฐานนี้จบยังไงในข้อ 19 ครับ
“ขอพระยะโฮวาโปรดฟังเรา
ขอพระยะโฮวาให้อภัยเรา
ขอพระยะโฮวาสนใจและช่วยเรา
พระเจ้าของผม
ขอรีบมาช่วยเพื่อเห็นแก่
ชื่อเสียงของพระองค์เอง
เพราะเมืองนี้และชนชาตินี้
ถูกเรียกตามชื่อของพระองค์”
เขาอ้อนวอนให้พระยะโฮวา
เห็นแก่ชื่อของพระองค์
น่าสนใจที่หนังสือดาเนียล
มีชื่อของพระยะโฮวาทั้งหมด 19 ครั้ง
18 ครั้งอยู่ในบทนี้
และในคำอธิษฐานของดาเนียล
มีชื่อของพระยะโฮวาถึง 14 ครั้ง
ทำไมดาเนียลถึงอธิษฐานอ้อนวอน
ให้พระยะโฮวาเห็นแก่ชื่อของพระองค์
ดาเนียลรู้ว่าถ้าพระยะโฮวาไม่ได้ทำตาม
สัญญาที่จะปลดปล่อยชาวอิสราเอล
ถ้าพระองค์ไม่ได้ทำให้คำสัญญาทั้งหมด
เกิดขึ้นจริง
ก็จะมีผลเสียต่อชื่อเสียงของพระองค์
ดาเนียลรู้ว่า
เพื่อจะเข้าใจว่าพระยะโฮวา
เป็นพระเจ้าแบบไหน
และชื่อของพระองค์หมายความว่ายังไง
ก็ต้องยอมรับว่าพระยะโฮวา
เป็นพระเจ้าที่รักมั่นคง
การที่พระยะโฮวาช่วยประชาชนของพระองค์
ก็เป็นการทำให้ชื่อของพระองค์
เป็นที่เคารพนับถือ
เราได้บทเรียนอะไรจากคำอธิษฐานนี้
ที่ช่วยให้เรามั่นใจว่า
พระยะโฮวาจะแสดงความรักที่มั่นคงกับเรา
อย่างแรกพระยะโฮวา
ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนของพระองค์
สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นกับชาวอิสราเอล
เป็นไปตามที่พระยะโฮวาบอกไว้ล่วงหน้า
และแน่นอนว่าถ้าพวกเขากลับใจ
สิ่งดีทั้งหมดที่พระยะโฮวาสัญญาไว้
จะเกิดขึ้นกับพวกเขา
และก็เป็นอย่างนั้นจริง
เรื่องนี้ให้กำลังใจเราด้วย
เพราะบางครั้งเราก็ทำผิดพลาด
แต่เรามั่นใจได้เลยว่าถ้าเรากลับใจ
พระยะโฮวาจะช่วยเรา
เหมือนที่ช่วยดาเนียลกับชาวอิสราเอล
พระยะโฮวาจะอยู่กับเรา
พระองค์จะไม่มีวันทอดทิ้งเรา
บทเรียนที่ 2 ที่เราได้คือ
การศึกษาคำพยากรณ์ในคัมภีร์ไบเบิล
จะช่วยเราให้มั่นใจมากขึ้นในความรัก
ที่มั่นคงของพระยะโฮวา
ดาเนียลก็รู้สึกแบบนี้
การศึกษาส่วนตัวช่วยเขา
ให้มั่นใจในพระยะโฮวา
เราก็ทำอย่างงั้นได้ด้วย
ที่จริงบทความหอสังเกตการณ์
เดือนสิงหาคม 2023
ที่ชื่อ “เรียนจากคำพยากรณ์ในคัมภีร์ไบเบิล”
ที่นั่นบอกว่าเมื่อเราเห็นว่าคำพยากรณ์
ในคัมภีร์ไบเบิลเกิดขึ้นจริงไปแล้ว
ก็ยิ่งทำให้เราไว้วางใจพระยะโฮวาเต็มร้อย
และมั่นใจว่าคำแนะนำ
ของพระองค์ดีที่สุดเสมอ
นอกจากนั้นคำพยากรณ์ในคัมภีร์ไบเบิล
ยังช่วยให้เรามีความหวังเกี่ยวกับอนาคต
ไม่ว่าตอนนี้เราจะเจอปัญหาอะไร
เราก็เลยคิดบวกได้เสมอ
อย่างที่ 3 คือ
ความรักที่มั่นคงกับชื่อของพระยะโฮวา
มันเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก
ดาเนียลมั่นใจในเรื่องนี้
และเราก็มั่นใจแบบนั้นได้ด้วย
พระยะโฮวาแสดงความรักกับเรา
ก็เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าแบบนั้น
พระยะโฮวาจะช่วยเรา
เพราะเห็นแก่ชื่อของพระองค์
และนี่ทำให้เรามั่นใจได้เต็มที่ว่า
พระองค์จะทำตามสัญญาที่ว่า
พระองค์จะดูแลเรา
อย่างที่ 4 คือ
พระยะโฮวาเปิดเผยเรื่องต่างๆ
ในเวลาที่เหมาะสม
ดาเนียลสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น
กับคำพยากรณ์ในคัมภีร์ไบเบิลได้
และพระยะโฮวาให้ข้อมูลที่เขาต้องการ
ในเวลาที่เหมาะสม
ในทุกวันนี้พระยะโฮวาก็จะทำอย่างนั้น
กับคนของพระองค์ด้วย
การที่เราได้ความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้น
เกี่ยวกับคำพยากรณ์ในคัมภีร์ไบเบิล
รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้น
ในความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่
เป็นหลักฐานว่าพระองค์ชี้นำเราในทุกวันนี้
ดังนั้นการศึกษาคำอธิษฐานของดาเนียล
เสริมความมั่นใจของเราในความรัก
ที่มั่นคงของพระยะโฮวา
และเรามั่นใจได้เลยว่า
ไม่ว่าเราจะเจออะไรในอดีต
กำลังเจออะไรในตอนนี้
หรือจะเจอในอนาคต
พระยะโฮวาจะแสดงความรัก
ที่มั่นคงกับเราแน่นอน
มีหลายบทเรียนที่ดีมากเลยใช่ไหมครับ
ผมชอบจุดที่บอกให้เราศึกษา
คำสัญญาของพระยะโฮวา
เพราะนี่จะช่วยเรามองอนาคตในแง่บวก
อีกไม่นาน
เราจะได้ต้อนรับหลายล้านคน
ที่ฟื้นขึ้นจากตาย
คุณกำลังรอคอยใครอยู่ไหม?
คุณอยากจะกอดพวกเขาอีกครั้งไหม?
ขอให้คุณคิดถึงคนที่คุณอยากเจอ
ตอนที่ดูมิวสิควีดีโอของเดือนนี้ที่ชื่อ
ฟื้นคืนมา
ฉันรู้เธอใจสลาย
ทุกข์มากแค่ไหนต้องเสียคนที่รัก
ถ้าไม่ไหวโปรดระบายออกมา
แค่ให้เธอนั้นได้รู้ว่าคิดถึงเธอ
วันนั้นจะมาถึงแน่และเราจะชื่นชมยินดี
คนที่จากไปได้ยินพระคริสต์เรียกตื่น
วันที่เธอเฝ้ารอ
วันที่เราก็เฝ้ารอ
เราจะรอวันนั้นเมื่อคนที่รัก
ได้หวนกลับฟื้นคืนมา
กว่าจะพ้นแต่ละวันไปได้
มองที่ใดไม่มีเขาเหมือนที่ผ่านมา
โปรดระบายกับยะโฮวา
พระองค์จะให้สันติสุขช่วยเธอ
วันนั้นจะมาถึงแน่และเราจะชื่นชมยินดี
คนที่จากไปได้ยินพระคริสต์เรียกตื่น
วันที่เธอเฝ้ารอ
วันที่เราก็เฝ้ารอ
เราจะรอวันนั้นเมื่อคนที่รัก
ได้หวนกลับฟื้นคืนมา
ในไม่ช้าเขาจะเดินเข้ามาหา
ด้วยยิ้มที่เธอคิดถึงมานาน
ไม่ทุกข์ระทมไม่ทรมาน
โผกอดเขาเอาไว้
มันคือเรื่องจริง
ไม่ฝันใช่ไหม
ความหวังเป็นจริงอีกแค่ไม่ไกล
นึกภาพตัวเองเมื่อถึงโลกใหม่
และวันนั้นจะมาถึงแน่
และเราจะชื่นชมยินดี
คนที่จากไปได้ยินพระคริสต์เรียกตื่น
วันที่เธอเฝ้ารอ
วันที่เราก็เฝ้ารอ
เราจะรอวันนั้นเมื่อคนที่รัก
ได้หวนกลับฟื้นคืนมา
ได้เห็นเขาฟื้นคืนมา
พระยะโฮวารู้ว่าเราอยากเจอคนที่รักอีกครั้ง
เพราะพระองค์ก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน
เหมือนกับคำสัญญาที่บอกว่า
“พระองค์มองว่าพวกเขาทุกคนมีชีวิตอยู่”
ตอนที่เราได้อ่านคำสัญญา
ของพระยะโฮวาในภาษาของเราเอง
มันทำให้ความเชื่อของเราเข้มแข็งขึ้น
แล้วองค์การของเราทำอะไรไปบ้าง
เพื่อจะมีคัมภีร์ไบเบิลในภาษาต่างๆ
ที่เข้าใจง่ายและถูกต้อง
ตอนที่มีการออกพระคัมภีร์คริสเตียน
ภาคภาษากรีกฉบับแปลโลกใหม่ในปี 1950 
พี่น้องนอร์พูดถึงฉบับแปลนี้ว่า 
เพื่อจัดทำฉบับแปลที่ผู้อ่านใน
สมัยปัจจุบันจะเข้าใจได้ง่าย
เหมือนกับที่ผู้อ่านในสมัยก่อน
เข้าใจงานเขียนต้นฉบับ
ของสาวกของพระคริสต์ 
มีการตีพิมพ์เล่มอื่นๆออกมาเป็นระยะๆ
จนกระทั่งปี 1961 
เราได้ออกคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่
ในภาษาอังกฤษแบบครบชุด 
ในที่สุด เราก็มีฉบับแปลที่แปลอย่างถูกต้อง 
อ่านเข้าใจง่าย
และยกย่องชื่อของพระยะโฮวา  
และในตอนนั้นเราก็
กำลังแปลอีก 6 ภาษาด้วย 
ภายในปี 1963 
ผู้แปล 6 คนได้แปลพระคัมภีร์คริสเตียน
ภาคภาษากรีกในภาษาของตัวเองเสร็จ 
แต่การแปลพระคัมภีร์ก็ใช้เวลานานมาก
และบางภาษาก็ใช้เวลาแปล
มากกว่า 20 ปี กว่าจะเสร็จ 
ประมาณ 30 ปีหลังมีการออก
พระคัมภีร์ครบชุดในภาษาอังกฤษ 
ฉบับแปลโลกใหม่ยังมีแค่ 12 ภาษาเท่านั้น 
เพื่อเร่งงานแปลคัมภีร์ไบเบิล
ในปี 1989 คณะกรรมการปกครอง
ได้ตั้งแผนกใหม่ขึ้นในสำนักงานใหญ่ 
ก็คือแผนกบริการการแปล 
งานของแผนกนี้ก็คือการสนับสนุน
การแปลคัมภีร์ไบเบิล
และสิ่งพิมพ์ที่อาศัยคัมภีร์ไบเบิลเป็นหลัก 
รวมถึงการฝึกอบรมผู้แปล
และตอบคำถามจากผู้แปลทั่วโลกด้วย
แน่นอนว่าพวกเขาคงจะมีคำถาม
มากมายเพื่อจะแปลได้อย่างถูกต้อง 
แผนกบริการการแปลจัดระเบียบ
และเตรียมทีมแปลให้พร้อม
สำหรับการแปลคัมภีร์ไบเบิลได้ยังไง?
เริ่มจากฝึกอบรมผู้แปล
เกี่ยวกับหลักในการแปล
นี่รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสำนวนต่างๆ 
ความหมายของข้อคัมภีร์บางข้อ
และวิธีแปลภาพเปรียบเทียบต่างๆ
ในคัมภีร์ไบเบิล 
ข้อคัมภีร์บางข้อก็ยากมาก
ที่จะแปลได้อย่างถูกต้อง 
ถ้าไม่มีแผนภาพที่ช่วยผู้แปลให้เข้าใจ
องค์ประกอบทั้งหมดอย่างชัดเจน 
เมื่อเข้าใจภาพรวมแล้ว 
ทีมแปลต้องเลือกคำที่จะสื่อความหมาย
ให้ใกล้เคียงกับภาษาต้นฉบับมากที่สุด 
ถ้าในทีมมีคำถาม 
พวกเขาก็สามารถส่งคำถาม
ไปหาแผนกบริการการแปลได้ 
เราใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
เพื่อเก็บคำถามและคำตอบไว้ 
ซึ่งตอนนี้มีการเก็บคำถาม
ที่ถามเกี่ยวกับการแปลคัมภีร์ไบเบิล
มากกว่า 140,000 คำถาม 
ผู้แปลยังเรียนรู้ได้จากคำถามเหล่านี้ 
เพื่อช่วยให้แปลได้เร็วขึ้น
และมีคุณภาพมากขึ้น 
ตอนที่มีคนถามว่า
“คุณคิดว่าในอนาคตคัมภีร์ไบเบิล
ฉบับแปลโลกใหม่จะถูกแปลในกี่ภาษา?”
พี่น้องอัลเบิร์ต ชโรเดอร์
คณะกรรมการปกครองได้ตอบเอาไว้ว่า 
“จะมีในทุกภาษาที่มีการแปลหอสังเกตการณ์”
เพราะฉบับแปลที่ถูกต้อง
จะช่วยให้เรียนความจริงได้ง่ายขึ้น 
ประมาณปี 1995 
พี่น้องเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างมาก
ที่จะแปลคัมภีร์ไบเบิลอย่างถูกต้อง
ในภาษาต่างๆ
เนื่องจากในเขตที่ไม่มีคัมภีร์ไบเบิล
ฉบับแปลโลกใหม่ในภาษาของตัวเอง
พี่น้องต้องใช้ฉบับแปลอื่นๆ
ในบางประชาคมที่มีผู้ประกาศเยอะ
กลับมีคัมภีร์ไบเบิลแค่ 1 หรือ 2 เล่ม 
หลายฉบับแปลที่มีอยู่ก็แปลไม่ถูกต้อง 
หรือสนับสนุนคำสอนผิดๆ 
บางฉบับยังถึงกับใช้ชื่อเทพเจ้าในท้องถิ่น
แทนที่ชื่อพระยะโฮวา 
หลังจากผู้แปลได้ฝึกอบรม
และมีเครื่องมือพร้อมแล้ว 
ในปี 2004 
คณะกรรมการปกครองเลยให้มีการแปล
คัมภีร์ไบเบิลในภาษาต่างๆมากขึ้น
มีการจัดลำดับความสำคัญใหม่ 
ทีมที่มีประสบการณ์ใน
การแปลหอสังเกตการณ์
จะให้ความสำคัญไปที่การแปลคัมภีร์ไบเบิล 
นี่จะทำให้สิ่งที่พี่น้องชโรเดอร์พูดไว้เกิดขึ้น 
มีงานมากมายรอทีมแปลอยู่ 
และเมื่อออกคัมภีร์ไบเบิลแล้ว
งานก็ไม่ได้จบแค่นั้น
เพราะเมื่อเวลาผ่านไปภาษาก็เปลี่ยน
เลยต้องมีการปรับปรุงการแปล
เพื่อจะสื่อความหมายของ
ต้นฉบับได้อย่างชัดเจน 
ในทุกวันนี้มีพี่น้องเกือบ 700 คน
ทำงานเต็มเวลาเพื่อแปลคำของพระเจ้า 
ตอนที่เราดาวน์โหลดคัมภีร์ไบเบิล
อาจใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที
แต่เฉลี่ยแล้วต้องใช้เวลา 5 ถึง 7 ปี
เพื่อแปลคัมภีร์ไบเบิลครบชุด
เนื่องจากพระยะโฮวาอวยพร 
ตอนนี้เราเลยมีคัมภีร์ไบเบิลที่
ยกย่องชื่อของพระยะโฮวา
มากกว่า 325 ภาษา 
ที่แปลได้ถูกต้อง
เข้าใจง่ายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 
แม้แต่ในภาษาที่มีไม่กี่คนใช้
ก็ยังมีคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่
ในภาษาของตัวเอง 
จะเป็นยังไงถ้าคนถ่อมได้อ่าน
ไบเบิลในภาษาที่เข้าถึงใจ? 
เขาก็จะมีความสุข 
และอยากบอกเรื่องนี้กับคนอื่น 
การแปลคำของพระเจ้าให้กับ
“ทุกประเทศ ทุกตระกูล 
ทุกภาษา และทุกชนชาติ” 
เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ข่าวดี
เข้าถึงใจผู้คนทั่วโลก 
แต่ส่วนสำคัญที่สุดขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง
ครั้งต่อไปที่อ่านคัมภีร์ไบเบิล 
ให้ข้อความนั้นเข้าถึงใจคุณ 
และกระตุ้นคุณให้บอกข่าวดี
กับคนอื่นให้ได้มากที่สุด 
คุณรู้สึกตื่นเต้นเหมือนพี่น้องในวีดีโอไหม
เราดีใจมากที่เราได้มีคัมภีร์ไบเบิล
ฉบับแปลโลกใหม่ในภาษาของตัวเอง
เราได้เรียนอะไรบ้างในเดือนนี้
ถ้าเราทำตามคำแนะนำ
ที่บอกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล
ตาของเราก็จะมองที่สิ่งเดียว
แล้วทั้งตัวก็จะสว่าง
เราอาจต้องเสียสละหลายสิ่ง
เพื่อจะรับใช้พระยะโฮวาได้มากขึ้น
แต่เราจะมีความสุขแท้
ถ้าคุณอาศัยอยู่ใกล้ๆสำนักงานสาขา
คุณจะลองรับใช้เป็นอาสาสมัคร
ที่เบเธลดูได้ไหม?
หนังสือเศคาริยาห์ทำให้เราเห็น
พลังอำนาจของพระยะโฮวา
และกระตุ้นเราให้เลียนแบบพระองค์
โดยให้กำลังใจคนอื่น
และเพลงในเดือนนี้ก็น่าประทับใจมาก
คุณรู้สึกเหมือนกันไหมครับ
วันที่เราได้ต้อนรับคนที่เรารัก
ที่ฟื้นขึ้นจากตาย
วันนั้นจะต้องเป็นวันที่พิเศษมากแน่ๆ
เดือนนี้เราจะพาคุณไปเที่ยวที่ลักเซมเบิร์ก
มาดูกันว่าพี่น้องที่นั่นเป็นยังไงกันบ้าง
ลักเซมเบิร์กเป็นประเทศเล็กๆ
ที่อยู่ใจกลางทวีปยุโรป
ชื่อของประเทศนี้แปลว่า
ป้อมปราการเล็กๆ
นี่เป็นชื่อที่เหมาะมาก
เพราะประเทศนี้เต็มไปด้วยปราสาท
มากกว่า 70 แห่งอยู่ทั่วประเทศ
ปราสาทที่เราเห็นอยู่นี้ชื่อบูร์ไชด์
มันรายล้อมไปด้วยหอคอย 11 หอ
และตั้งอยู่บนเนินเขาสูงใกล้แม่น้ำซูร์
แต่ใกล้ๆกันก็ยังมีประสาทเวียนเดน
ซึ่งมีอายุมากกว่า 700 ปี
ปราสาทนี้ถูกสร้างบนป้อมของโรมันโบราณ
ที่มีอายุมากกว่า 1,700 ปี
หอคอยเหล่านี้ยังคงตั้งตระหง่านอยู่
ถึงเวลาจะผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว
เหมือนกับพี่น้องของเราที่นี่
ที่ยังคงซื่อสัตย์
ถึงแม้จะเจอการทดสอบมากมาย
ตัวอย่างเช่น
ถึงแม้จะถูกพวกผู้นำศาสนาท้องถิ่น
กดดันและต่อต้านอย่างหนัก
แต่พี่น้องยูจีน รอยเทอร์
ก็ให้พี่น้องใช้บ้านของเขา
เพื่อทำงานรัฐบาลของพระเจ้า
พอถึงปี 1933 บ้านของเขา
ก็กลายเป็นสถานที่เก็บ
และแจกจ่ายคัมภีร์ไบเบิล
แห่งแรกในประเทศนี้
ยูจีนแขวนป้ายสมาคมวอชเทาเวอร์
ไว้หน้าบ้านของเขา
เขากล้าหาญมากที่ทำแบบนี้ในตอนนั้น
ในปี 1940 ช่วงที่กองทัพเยอรมัน
ควบคุมประเทศลักเซมเบิร์ก
พี่น้องโรซาลี ฟองค์ถูกจับ
เพราะมีสิ่งพิมพ์ของพยานฯอยู่ในบ้าน
พวกเจ้าหน้าที่บังคับให้เธอบอกชื่อของพี่น้อง
และผู้นำในองค์การ
แต่เธอตอบพวกเขาไปว่า
ผู้นำของฉันคือพระยะโฮวาพระเจ้า
ในช่วงเวลาเดียวกัน
พี่น้องวิกเตอร์ บรุกถูกจับ
เพราะปฏิเสธไม่ยอมเป็นทหาร
แล้วเขาก็ถูกส่งตัวไปที่
ค่ายกักกันบูเคนวาลด์
ที่นั่นพวกเจ้าหน้าที่บังคับพี่น้องของเรา
ให้ยืนเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ทำงานในตอนกลางคืน
และเดินขบวนโดยสวมแค่รองเท้าไม้
แต่พี่น้องก็ยังให้กำลังใจกันและกัน
หลังจากนั้นพี่น้องวิกเตอร์ก็ถูกส่งตัว
ไปที่ค่ายกักกันเอาชวิทซ์
แต่เขาก็ยังคงมีความเชื่อที่เข้มแข็ง
และประกาศเรื่องรัฐบาลของพระเจ้า
ให้กับคนอื่น
พี่น้องที่ลักเซมเบิร์ก
ยังคงมีความเชื่อเข้มแข็งและรักความจริง
ผู้ประกาศมากกว่า 2,000 คน
ประกาศข่าวดีใน 10 ภาษา
พี่น้องชอบให้กำลังใจ
และกินอาหารอร่อยๆต่างๆด้วยกันเช่น
ซุปถั่วเขียว และคอหมูรมควันกับถั่ว
ตอนที่ไปประชุม
พี่น้องจะร้องเพลงด้วยกันอย่างมีความสุข
ให้เรามาฟังผู้ประกาศทั้ง 84 คน
จากประชาคมอัลเลอม็อง
ร้องเพลงสรรเสริญพระยะโฮวา
พี่น้องจากลักเซมเบิร์กส่งความรัก
และคำทักทายมาให้กับพวกเราทุกคน
และนี่คือ
รายการโทรทัศน์ JW
จากสำนักงานใหญ่ของพยานพระยะโฮวา