บทเรียนจากหอสังเกตการณ์—รักษาความเป็นกลางในโลกที่มีการแบ่งแยก
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:13
เพราะฉันเป็นศาสตราจารย์ทางการเงิน
ฉันจำเป็นต้องรู้ทันข่าวสาร00:00:17
00:00:17
และในฐานะคริสเตียน
ฉันก็ต้องรู้ทันข่าวสารด้วยเหมือนกัน00:00:21
00:00:21
มันยากที่จะไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทางการเมือง
เพราะเราเห็นปัญหามากมายในสังคม00:00:28
00:00:28
ผมชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก00:00:31
00:00:31
ผมเคยอยู่ในย่านคนจนและฟุตบอลก็เป็นกีฬา
ที่เราเล่นกันอยู่ประจำเลยครับ00:00:37
00:00:37
มีนักข่าวคนหนึ่งที่ฉันชอบติดตามข่าวที่เขาเขียน00:00:41
00:00:42
เขาจะพูดทั้งเรื่องดีและไม่ดีของพรรคการเมืองต่างๆ00:00:46
00:00:47
แต่เวลาเขาวิจารณ์เรื่องไม่ดีของพรรคหนึ่ง
ฉันไม่ค่อยชอบเลย00:00:52
00:00:52
ฉันอยู่ในย่านใจกลางเมือง
มันเป็นที่ที่มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด00:00:58
00:00:58
ผู้คนแถวนี้ให้ความสนใจเรื่องการเมืองมาก
พวกเขายึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก00:01:04
00:01:04
ถึงฉันจะรู้ดีว่าเราต้องรักษาความเป็นกลาง
แต่ก็แอบเห็นด้วยในใจ00:01:09
00:01:11
ดูภายนอก ผมก็ไม่ได้กระโดดโลดเต้นหรือเชียร์อะไร
แต่ในใจ ผมกำลังเชียร์ว่า ‘เอาเลย! ยิงเลย’00:01:20
00:01:20
ผมอยากให้ทีมที่เชียร์ชนะ มันทั้งตื่นเต้น
ทั้งภูมิใจถ้าทีมที่เราเชียร์ชนะหรือได้ถ้วยมากที่สุด00:01:27
00:01:27
ฉันเคยคิดเข้าข้างตัวเองว่า00:01:29
00:01:29
“ก็ฉันถูกสร้างตามแบบพระยะโฮวา
และพระองค์ก็เป็นพระเจ้าที่ยุติธรรม”00:01:33
00:01:33
ฉันก็เลยชอบความยุติธรรม00:01:35
00:01:35
ฉันคิดว่าการรักษาความเป็นกลางแสดงออก
โดยการกระทำ ไม่เกี่ยวกับความรู้สึก00:01:40
00:01:40
หอสังเกตการณ์ เมษายน 2016
มีข้อมูลที่น่าสนใจเรื่องความเป็นกลาง00:01:45
00:01:45
การเป็นกลางหมายความว่าเราต้อง
ไม่คิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น00:01:50
00:01:50
เพราะ ‘สำหรับพระเจ้าแล้วทุกคนมีค่าเท่ากัน’00:01:54
00:01:54
หลังจากศึกษาบทความนี้ ฉันรู้เลยว่าฉันต้องเปลี่ยน00:01:57
00:01:57
เมื่อก่อนฉันไม่ได้เป็นกลาง
เลยต้องอ่านบทความนั้นซ้ำอีก00:02:01
00:02:01
ฉันอธิษฐานถึงพระยะโฮวา
และรู้สึกว่าพระองค์พูดกับฉันผ่านบทความนี้00:02:07
00:02:07
บทความนี้เข้าถึงใจฉันมาก ฉันจำได้ว่า
อ่านบทความนี้อย่างน้อย 3 ครั้งในเย็นวันนั้น00:02:14
00:02:16
ฉันตกใจมาก เพราะรู้ว่ายังต้องเปลี่ยนความคิด
ของตัวเองอีกเยอะเพื่อทำให้พระเจ้าพอใจ00:02:22
00:02:23
จุดที่สองที่วารสารพูดถึงเกี่ยวข้องกับ
การรับข่าวสารต่างๆ00:02:27
00:02:27
บทความนั้นถึงกับแนะนำว่าเราต้องระวังที่จะ
ไม่รับข้อมูลข่าวสารเรื่องการเมืองมากเกินไป00:02:33
00:02:33
มีประโยคหนึ่งในวารสารที่มีผลต่อฉันมาก
ที่นั่นบอกว่า00:02:37
00:02:37
‘ถึงเราไม่ได้ไปเดินประท้วงกับเขา
แต่เราจะแอบเชียร์ในใจ00:02:41
00:02:41
และหวังว่าพวกเขาจะทำสำเร็จไหม?’00:02:44
00:02:44
มันใช่เลย! ฉันเคยรู้สึกแบบนี้00:02:46
00:02:46
และยังมีอีกหลายประโยคในบทความ
ที่เขียนมาเพื่อฉันจริงๆ00:02:50
00:02:50
ตอนนี้ฉันไม่ได้ดูข่าวมากเหมือนเมื่อก่อน00:02:53
00:02:53
ฉันต้องทำอย่างนั้น มันช่วยฉันให้ควบคุมตัวเองได้
ตอนคุยกับคนอื่นในที่ทำงาน00:02:59
00:02:59
ตอนเพื่อนร่วมงานคุยกันเกี่ยวกับข่าว
ฉันไม่มีอะไรจะพูดเพราะไม่ได้ดูข่าวนั้น ฉันไม่รู้เรื่อง00:03:08
00:03:08
เพื่อนที่ทำงานอาจจะถามว่า
“เธอได้ดูไหมที่คนนั้นพูด คนนี้พูด”00:03:13
00:03:13
ฉันก็จะบอกว่า “ฉันไม่ได้ดูเลย”
และพวกเขาก็ไม่พูดอะไรอีก00:03:18
00:03:18
ในบทความพูดถึง โรม 10:12 ที่บอกว่า00:03:21
00:03:21
“ทุกคนมีผู้เป็นนายองค์เดียวกัน” และ
“คนยิวกับคนกรีกไม่แตกต่างกัน”00:03:26
00:03:26
สำหรับพระยะโฮวาแล้ว ไม่สำคัญเลยว่าประเทศของผม
จะชนะกี่ครั้ง หรือจะได้แชมป์บอลโลกหรือเปล่า00:03:33
00:03:33
เพราะพระองค์มองว่าทุกชาติเท่าเทียมกัน00:03:36
00:03:36
ฉันเอากระดาษมาแผ่นหนึ่ง แล้วเขียน
จุดสำคัญ 4 จุดที่บทความนั้นพูดถึง00:03:41
00:03:43
4 จุดนี้ช่วยให้ฉันรักษาความเป็นกลางได้
ฉันเก็บมันไว้ในกระเป๋า00:03:49
00:03:49
จะหยิบมาอ่านได้เสมอตอนอยู่ที่ทำงาน00:03:52
00:03:56
ผมชอบดูบอล มันสนุกดี ผมยังดูบอลในทีวี
ยังเล่นบอลกับเพื่อนๆ ที่เบเธล00:04:04
00:04:04
แต่ผมพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง00:04:07
00:04:07
และทีละเล็กทีละน้อย
ผมก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อฟุตบอลได้00:04:11
00:04:11
และมันช่วยให้ผมไม่กลายเป็นคนรักชาติ00:04:15
00:04:17
ฉันได้เรียนจากบทความนี้ว่าเรา
ไม่ควรแสดงความเห็นเรื่องการเมือง00:04:21
00:04:21
ฉันต้องรักษาความเป็นกลาง
ทั้งในความคิดและความรู้สึก00:04:25
00:04:25
ถ้าฉันเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของพระเจ้าเท่านั้นที่แก้ปัญหาได้
มันก็จะทำให้รักษาความเป็นกลางได้ง่ายขึ้น00:04:32
00:04:32
แต่ฉันก็ยังต้องระวังตัวอยู่เสมอ00:04:34
00:04:34
ผมชอบศึกษาบทความในหอสังเกตการณ์
โดยเฉพาะส่วนที่เอามาใช้ได้จริง00:04:39
00:04:39
มันช่วยผมให้มองว่าคัมภีร์ไบเบิลเป็นเหมือนกระจก
ส่องให้เห็นว่าตรงไหนที่ผมควรปรับปรุง00:04:45
00:04:45
การทำตามคำแนะนำและลงมือ
เปลี่ยนแปลงตัวเองตามที่บทความบอก00:04:50
00:04:50
ทำให้ฉันพูดด้วยความมั่นใจได้ว่ารัฐบาล
ของพระเจ้าเท่านั้นที่แก้ปัญหาของมนุษย์ได้00:04:57
บทเรียนจากหอสังเกตการณ์—รักษาความเป็นกลางในโลกที่มีการแบ่งแยก
-
บทเรียนจากหอสังเกตการณ์—รักษาความเป็นกลางในโลกที่มีการแบ่งแยก
เพราะฉันเป็นศาสตราจารย์ทางการเงิน
ฉันจำเป็นต้องรู้ทันข่าวสาร
และในฐานะคริสเตียน
ฉันก็ต้องรู้ทันข่าวสารด้วยเหมือนกัน
มันยากที่จะไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทางการเมือง
เพราะเราเห็นปัญหามากมายในสังคม
ผมชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก
ผมเคยอยู่ในย่านคนจนและฟุตบอลก็เป็นกีฬา
ที่เราเล่นกันอยู่ประจำเลยครับ
มีนักข่าวคนหนึ่งที่ฉันชอบติดตามข่าวที่เขาเขียน
เขาจะพูดทั้งเรื่องดีและไม่ดีของพรรคการเมืองต่างๆ
แต่เวลาเขาวิจารณ์เรื่องไม่ดีของพรรคหนึ่ง
ฉันไม่ค่อยชอบเลย
ฉันอยู่ในย่านใจกลางเมือง
มันเป็นที่ที่มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด
ผู้คนแถวนี้ให้ความสนใจเรื่องการเมืองมาก
พวกเขายึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก
ถึงฉันจะรู้ดีว่าเราต้องรักษาความเป็นกลาง
แต่ก็แอบเห็นด้วยในใจ
ดูภายนอก ผมก็ไม่ได้กระโดดโลดเต้นหรือเชียร์อะไร
แต่ในใจ ผมกำลังเชียร์ว่า ‘เอาเลย! ยิงเลย’
ผมอยากให้ทีมที่เชียร์ชนะ มันทั้งตื่นเต้น
ทั้งภูมิใจถ้าทีมที่เราเชียร์ชนะหรือได้ถ้วยมากที่สุด
ฉันเคยคิดเข้าข้างตัวเองว่า
“ก็ฉันถูกสร้างตามแบบพระยะโฮวา
และพระองค์ก็เป็นพระเจ้าที่ยุติธรรม”
ฉันก็เลยชอบความยุติธรรม
ฉันคิดว่าการรักษาความเป็นกลางแสดงออก
โดยการกระทำ ไม่เกี่ยวกับความรู้สึก
หอสังเกตการณ์ เมษายน 2016
มีข้อมูลที่น่าสนใจเรื่องความเป็นกลาง
การเป็นกลางหมายความว่าเราต้อง
ไม่คิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น
เพราะ ‘สำหรับพระเจ้าแล้วทุกคนมีค่าเท่ากัน’
หลังจากศึกษาบทความนี้ ฉันรู้เลยว่าฉันต้องเปลี่ยน
เมื่อก่อนฉันไม่ได้เป็นกลาง
เลยต้องอ่านบทความนั้นซ้ำอีก
ฉันอธิษฐานถึงพระยะโฮวา
และรู้สึกว่าพระองค์พูดกับฉันผ่านบทความนี้
บทความนี้เข้าถึงใจฉันมาก ฉันจำได้ว่า
อ่านบทความนี้อย่างน้อย 3 ครั้งในเย็นวันนั้น
ฉันตกใจมาก เพราะรู้ว่ายังต้องเปลี่ยนความคิด
ของตัวเองอีกเยอะเพื่อทำให้พระเจ้าพอใจ
จุดที่สองที่วารสารพูดถึงเกี่ยวข้องกับ
การรับข่าวสารต่างๆ
บทความนั้นถึงกับแนะนำว่าเราต้องระวังที่จะ
ไม่รับข้อมูลข่าวสารเรื่องการเมืองมากเกินไป
มีประโยคหนึ่งในวารสารที่มีผลต่อฉันมาก
ที่นั่นบอกว่า
‘ถึงเราไม่ได้ไปเดินประท้วงกับเขา
แต่เราจะแอบเชียร์ในใจ
และหวังว่าพวกเขาจะทำสำเร็จไหม?’
มันใช่เลย! ฉันเคยรู้สึกแบบนี้
และยังมีอีกหลายประโยคในบทความ
ที่เขียนมาเพื่อฉันจริงๆ
ตอนนี้ฉันไม่ได้ดูข่าวมากเหมือนเมื่อก่อน
ฉันต้องทำอย่างนั้น มันช่วยฉันให้ควบคุมตัวเองได้
ตอนคุยกับคนอื่นในที่ทำงาน
ตอนเพื่อนร่วมงานคุยกันเกี่ยวกับข่าว
ฉันไม่มีอะไรจะพูดเพราะไม่ได้ดูข่าวนั้น ฉันไม่รู้เรื่อง
เพื่อนที่ทำงานอาจจะถามว่า
“เธอได้ดูไหมที่คนนั้นพูด คนนี้พูด”
ฉันก็จะบอกว่า “ฉันไม่ได้ดูเลย”
และพวกเขาก็ไม่พูดอะไรอีก
ในบทความพูดถึง โรม 10:12 ที่บอกว่า
“ทุกคนมีผู้เป็นนายองค์เดียวกัน” และ
“คนยิวกับคนกรีกไม่แตกต่างกัน”
สำหรับพระยะโฮวาแล้ว ไม่สำคัญเลยว่าประเทศของผม
จะชนะกี่ครั้ง หรือจะได้แชมป์บอลโลกหรือเปล่า
เพราะพระองค์มองว่าทุกชาติเท่าเทียมกัน
ฉันเอากระดาษมาแผ่นหนึ่ง แล้วเขียน
จุดสำคัญ 4 จุดที่บทความนั้นพูดถึง
4 จุดนี้ช่วยให้ฉันรักษาความเป็นกลางได้
ฉันเก็บมันไว้ในกระเป๋า
จะหยิบมาอ่านได้เสมอตอนอยู่ที่ทำงาน
ผมชอบดูบอล มันสนุกดี ผมยังดูบอลในทีวี
ยังเล่นบอลกับเพื่อนๆ ที่เบเธล
แต่ผมพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง
และทีละเล็กทีละน้อย
ผมก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อฟุตบอลได้
และมันช่วยให้ผมไม่กลายเป็นคนรักชาติ
ฉันได้เรียนจากบทความนี้ว่าเรา
ไม่ควรแสดงความเห็นเรื่องการเมือง
ฉันต้องรักษาความเป็นกลาง
ทั้งในความคิดและความรู้สึก
ถ้าฉันเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของพระเจ้าเท่านั้นที่แก้ปัญหาได้
มันก็จะทำให้รักษาความเป็นกลางได้ง่ายขึ้น
แต่ฉันก็ยังต้องระวังตัวอยู่เสมอ
ผมชอบศึกษาบทความในหอสังเกตการณ์
โดยเฉพาะส่วนที่เอามาใช้ได้จริง
มันช่วยผมให้มองว่าคัมภีร์ไบเบิลเป็นเหมือนกระจก
ส่องให้เห็นว่าตรงไหนที่ผมควรปรับปรุง
การทำตามคำแนะนำและลงมือ
เปลี่ยนแปลงตัวเองตามที่บทความบอก
ทำให้ฉันพูดด้วยความมั่นใจได้ว่ารัฐบาล
ของพระเจ้าเท่านั้นที่แก้ปัญหาของมนุษย์ได้
-