JW subtitle extractor

เบตตี จอร์จ: เชื่อฟังแล้วจะประสบความสำเร็จเสมอ (1 พงษ์กษัตริย์ 2:3)

Video Other languages Share text Share link Show times

ให้เรามาดูท้องเรื่อง
ของข้อคัมภีร์วันนี้ด้วยกัน
แล้วเราจะเห็นหลักการสำคัญ
ที่เราจะเอาไปใช้ได้
อ่านด้วยกันครับที่
1 พงศ์กษัตริย์
บท 1 ข้อ ...
(ขอโทษครับ)
1 พงศ์กษัตริย์ 2:1
สังเกตฉากเหตุการณ์นะครับ
ที่ 1 พงศ์กษัตริย์ 2:1
เมื่อดาวิดใกล้จะเสียชีวิต
เขาสั่งโซโลมอนลูกชายว่า
นี่เป็นคำสั่งเสียที่ดาวิดบอกโซโลมอน
ในข้อ 2 ซึ่งเป็นข้อคัมภีร์ของวันนี้
“ขอให้ลูกเข้มแข็งสมกับเป็นลูกผู้ชาย”
แต่ขอสังเกตข้อ 3
ซึ่งเป็นหลักการสำคัญ
ดาวิดบอกโซโลมอนว่า
“ลูกต้องทำหน้าที่
ที่มีต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของลูก
ใช้ชีวิตตามแนวทางของพระองค์
และทำตามกฎหมาย”
และเขาก็พูดอย่างอื่นต่อ
แต่ให้เราคุยกันในข้อที่พึ่งอ่าน
ถ้าให้เราสรุปคำพูดของดาวิด
เป็นคำๆเดียว
คำนั้นน่าจะเป็นคำว่าอะไรครับ?
เชื่อฟัง
ถ้าโซโลมอนเชื่อฟัง
ผลจะเป็นยังไงครับ?
ให้เราสังเกต
ที่ส่วนหลังของข้อ 3
ดาวิดบอกโซโลมอนว่า
“แล้ว [ถ้าลูกเชื่อฟัง]
ลูกจะประสบความสำเร็จ
ไม่ว่าจะทำอะไร
หรือจะไปที่ไหน”
ใช่เลยครับ
ดังนั้น หลักการสำคัญคือ
การเชื่อฟังทำให้
ประสบความสำเร็จเสมอ
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง
ตอนที่โซโลมอนเชื่อฟัง
เขาก็ประสบความสำเร็จ
ถ้าเราเทียบหลักการนี้
กับชีวิตของดาเนียล
เราจะดูว่า
เขาประสบความสำเร็จยังไง?
การเชื่อฟังทำให้ประสบความสำเร็จยังไง?
ให้เราเปิดไปที่ดาเนียลบท 1
เทียบหลักการนี้กับชีวิตของดาเนียลนะครับ
ตอนที่ไปถึงบาบิโลน
แล้วเราจะดูว่า
สิ่งที่ดาเนียลทำ
เหมือนกับ
สิ่งที่คณะกรรมการประสานงานกับโรงพยาบาลทำยังไง
เปิดไปที่ดาเนียลบท 1
และคิดถึงหลักการเรื่องการเชื่อฟังอีกครั้ง
ข้อ 8
เราเห็นว่าดาเนียลตั้งใจที่จะเชื่อฟังพระยะโฮวา
ดาเนียล 1:8 บอกว่า
“แต่ดาเนียลตั้งใจว่า
จะไม่กินอาหาร
และเหล้าองุ่นของกษัตริย์”
ทำไมดาเนียลถึง
ไม่อยากกินอาหารอย่างดีของกษัตริย์?
อาจเป็นเพราะเนื้อสัตว์นั้น
ไม่ได้เอาเลือดออกอย่างถูกต้อง
ดาเนียลอยากเชื่อฟังกฎหมายของพระเจ้า
ในเรื่องเลือด
เราก็เหมือนกัน
เราตั้งใจเชื่อฟัง
กฎหมายของพระยะโฮวาในเรื่องเลือด
แต่เพื่อดาเนียลจะเชื่อฟังตามที่ตั้งใจไว้ได้
เขารู้ว่าต้องมีคนช่วย
ดังนั้น เขาทำอะไร?
อ่านต่อนะครับ
“เขาจึงขอหัวหน้าข้าราชสำนักว่าจะไม่กินของพวกนี้
เพื่อจะไม่ทำให้ตัวเองไม่สะอาด”
ทุกวันนี้ก็เหมือนกันครับ
เพื่อจะเชื่อฟังกฎหมายของพระเจ้าในเรื่องเลือด
เราต้องการความช่วยเหลือจากหมอ
ที่มีความสามารถ
และเคารพสิทธิ์ของเราในเรื่องเลือด
สังเกตไหมข้อนั้นบอกว่า
‘ดาเนียลจึงขอหัวหน้าข้าราชสำนัก’
เขาขอครั้งเดียวไหม?
คัมภีร์ไบเบิลฉบับมีข้ออ้างอิงบอกว่า
ดาเนียลขอ “เรื่อยๆ”
ขอ “เรื่อยๆ”
ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน
คปร.ทุ่มเททำงานหนักและพยายามอยู่เรื่อยๆ
ที่จะสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับหมอ
พวกเขาเลยประสบความสำเร็จในงานที่ทำ
และเรื่องนี้ก็เป็นจริงกับดาเนียลด้วย
ให้เราดูข้อ 9 นะครับ
ข้อ 9 บอกว่า
“พระเจ้าเที่ยงแท้
ทำให้หัวหน้าข้าราชสำนักเมตตา
และเอ็นดูดาเนียล”
ดาเนียลประสบความสำเร็จ
และคปร.
ก็ประสบความสำเร็จเหมือนกันครับ
เนื่องจากพี่น้องคปร.ทั่วโลก
ทำงานหนักมาหลายปี 
ทำให้ตอนนี้มีหมอมากกว่า 100,000 คนทั่วโลก
ที่เต็มใจ
รักษาพยานพระยะโฮวาโดยไม่ใช้เลือด
ตอนนี้ให้เราดูข้อ 10 ครับ
สถานการณ์เปลี่ยนไป
ข้อ 10 บอกว่า
“แต่หัวหน้าข้าราชสำนักพูดกับดาเนียลว่า
‘ผมกลัวว่ากษัตริย์จะโกรธ’”
เห็นไหมครับ การเปลี่ยนใจ เปลี่ยนจุดยืนเกิดขึ้นได้
และทุกวันนี้ก็เป็นอย่างนั้น
บางครั้ง หมออาจไม่กล้า
รักษาคนไข้ที่เป็นพยาน
ทำไมครับ?
อาจเป็นเพราะไม่มีประสบการณ์
ไม่มีเครื่องมือ
หรือบางทีเขาก็แค่อยากทำตามวิธีรักษา
ที่โรงพยาบาลกำหนดไว้
กรณีของข้าราชสำนักก็เหมือนกัน
เขากลัวว่ากษัตริย์จะโกรธ
แล้วดาเนียลยอมแพ้ไหม?
เขาบอกไหมว่า ‘พระยะโฮวา
ผมเชื่อฟังแล้ว
ผมทำอะไรไม่ได้แล้ว’
ไม่ใช่ครับ
ข้อ 11 บอกว่า
‘เขาจึงพูดกับคนที่หัวหน้าข้าราชสำนัก
มอบหมายให้ดูแลเขา’
เขาเปลี่ยนไปพูดกับคนอื่น
ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน
คปร.ไม่ได้หยุด
และคิดว่ามีหมอที่ให้ความร่วมมือกับเราแค่นี้ก็พอแล้ว
เขายังหาไปเรื่อยๆ
หาหมอที่เต็มใจรักษาเรา
และนับถือจุดยืนของเราในเรื่องเลือด
ผลเป็นยังไงครับ?
ข้อ 12
ดาเนียลพูดกับคนที่หัวหน้าข้าราชสำนัก
มอบหมายให้ดูแลเขาว่า
‘นายท่าน
ขอให้พวกเราลองสัก 10 วัน’
ดาเนียลนำเสนอไอเดีย
กับคนที่ดูแลเขาประมาณว่า
‘มีอีกวิธีหนึ่งนะครับ
เรามาลองดูดีไหม?’
เหมือนที่คปร.ทำ
เขาชวนหมอให้คิดถึงวิธีรักษา
แบบอื่นๆที่ไม่ใช้เลือด
ผลเป็นยังไงครับ?
ข้อ 13
คนที่ดูแลเห็นด้วยกับข้อเสนอของดาเนียล
และลองทดสอบพวกเขาเป็นเวลา 10 วัน
ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน
คปร.ก็ไปนำเสนอไอเดียกับหมอ
ที่จริง
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา
องค์การได้เตรียม PowerPoint ให้ทีมคปร.
เพื่อคปร.จะเอาไปคุยกับหมอ
ผมมีตัวอย่างของ 3 สไลด์แรกให้ดูครับ
สไลด์แรกอธิบายให้หมอเข้าใจว่า
เราอยากร่วมมือกับหมอ
เราไม่ได้อยากเถียง
แต่อยากทำงานร่วมกันอย่างดี
สไลด์ที่ 2
บางครั้ง
อาจเป็นไปได้ว่า
จุดยืนของพยานกับหมออยู่คนละฝั่งกัน
แต่จุดประสงค์ของการพรีเซนต์
ก็เพื่อลดช่องว่าง
ขอเปิดสไลด์ที่ 3 ครับ
ลดช่องว่าง
และสร้างสะพาน
ระหว่างหมอกับคนไข้ที่เป็นพยาน
และเราอยากบอกว่า PowerPoint นี้
มีประโยชน์มากกับคปร.
ขอบคุณที่ช่วยเปิดสไลด์ครับ
และปีที่แล้ว
แค่ที่เขตของสาขาสหรัฐ
คปร.ได้ไปคุยกับหมอ
และเปิด PowerPoint นี้
มากกว่า 3,600 ครั้ง
เพื่อให้หมอเห็นวิธีอื่นๆ
ที่รักษาคนไข้ที่เป็นพยาน
และเราเห็นว่า
หลักการนี้ช่วยดาเนียล
เขาเชื่อฟัง
พระยะโฮวาก็เลยอวยพรเขา
ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน
พระยะโฮวาอวยพรที่เราเชื่อฟัง
ในเรื่องการไม่ใช้เลือด
และเนื่องจากคปร.
ทำงานอย่างขยัน
และทุ่มเท
ตอนนี้เราก็เลยมีหมอหลายคน
ที่เต็มใจร่วมมือเรื่องการรักษา
เอาล่ะ
ให้ถามตัวเองว่า
คุณและผมจะสนับสนุนการจัดเตรียมที่ยอดเยี่ยม
และสะท้อนถึงความรักของพระยะโฮวานี้ได้ยังไง?
มี 2 อย่างที่เราทำได้
อย่างแรก
เราอยากทำตามการชี้นำที่คณะกรรมการปกครอง
ให้ไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
จำได้ไหมครับ
ในเดือนมกราคม 2023
ที่ให้เราติดต่อกับคปร.
ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ในเรื่องการรักษา
แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเลือดก็ตาม
ยิ่งบอกเร็ว
ก็ยิ่งดีครับ
เราดีใจที่เห็นว่าพี่น้องทั่วโลก
ติดตามการชี้นำนี้
ผลก็คือ
จำนวนผู้ป่วยเคสฉุกเฉินลดลง
น่ายินดีใช่ไหมครับ
เราช่วยชีวิตพี่น้อง
ช่วยชีวิต
เรื่องนี้สำคัญ
โดยเฉพาะในกรณีของพี่น้องที่ตั้งครรภ์
เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ชีวิตเดียว
แต่เป็น 2 ชีวิต
ดังนั้น ยิ่งเราปรึกษาคปร.เร็วเท่าไหร่
ก็จะยิ่งเกิดผลดีเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น มีเคสหนึ่งที่แอฟริกา
พี่น้องคนนึงที่ตั้งครรภ์และสามีได้ติดต่อคปร.
คปร.ได้แนะนำหมอที่ให้ความร่วมมือกับพวกเขา
ช่วง 3 เดือนแรกไม่มีปัญหาอะไร
พอถึง 6 เดือนก็ยังไม่มีปัญหา
แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหา
พวกเขาเลยติดต่อหมอทันที
ตอนนั้นหมอลาพักร้อน
แต่พอหมอรู้
เขาก็เปลี่ยนแผน
และรีบกลับมารักษาพี่น้องของเรา
หมอบอกว่า
ดีนะ ที่คุณติดต่อผม
ไม่งั้นคุณกับลูกอาจไม่รอด
น่าประทับใจจริงๆ
การเชื่อฟังคำชี้นำขององค์การ
ทำให้เกิดผลดี
ดังนั้น อย่างแรก
ให้เราติดต่อคปร.ให้เร็วที่สุด
และสนับสนุนให้พี่น้อง
ในประชาคมของเราทำอย่างเดียวกัน
อย่างที่ 2 อธิษฐานเพื่อพี่น้องคปร.และครอบครัว
คิดดูสิครับ
ว่าถ้าต้องจ้างคนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายจะสูงแค่ไหน?
คปร.ดูแลเราอย่างนั้นอยู่ครับ
เราเลยรู้สึกขอบคุณพระยะโฮวา
พี่น้องคปร.
และครอบครัวของพวกเขาที่เสียสละ
เพื่อเราจะเชื่อฟังกฎหมายของพระเจ้าในเรื่องเลือดได้
เราเห็นหลักการนี้ในตัวอย่างของดาเนียล
เขาเชื่อฟัง
ก็เลยประสบความสำเร็จ
ถ้าเราเชื่อฟังและทำตามการชี้นำ
ทำตามกฎหมายของพระองค์
เราจะประสบความสำเร็จ
ดังนั้น จำหลักการข้อนี้ไว้ให้ดีครับ
การเชื่อฟังทำให้ประสบความสำเร็จ