ไมเคิล อี. แบงส์: เราควรอธิษฐานยังไง? (ลูกา 11:1-4)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
มีความเลื่อมใส 00:00:02
00:00:02
ไว้ใจ 00:00:04
00:00:04
เคารพ 00:00:04
00:00:05
และพึ่งพระยะโฮวา 00:00:07
00:00:07
คำอธิษฐานของเรา
ควรแสดงให้เห็นถึงสิ่งเหล่านี้ 00:00:10
00:00:11
การอธิษฐานเป็นสิทธิพิเศษที่ล้ำค่ามาก 00:00:15
00:00:15
และเป็นความกรุณาที่ยิ่งใหญ่
ที่เราไม่ควรมองข้าม00:00:18
00:00:19
แต่คำถามที่เราจะคุยกันวันนี้ก็คือ00:00:22
00:00:22
เราควรอธิษฐานยังไง?00:00:24
00:00:25
ที่จริง เราก็รู้คำตอบกันอยู่แล้ว 00:00:27
00:00:27
เพราะเราก็อธิษฐานกันมาหลายปี 00:00:30
00:00:30
สำหรับบางคนก็หลายสิบปีเลยด้วยซ้ำ 00:00:33
00:00:33
แต่เราจะได้เข้าใจมากขึ้น
จากคำตอบที่พระเยซูคุยกับสาวกคนหนึ่ง00:00:38
00:00:38
ขอเปิดดูด้วยกันนะครับ00:00:40
00:00:40
ที่ลูกาบท 1100:00:41
00:00:43
เราจะเห็นว่า00:00:45
00:00:45
ตอนนั้นเป็นปี 3200:00:47
00:00:48
ซึ่งเป็นช่วงท้ายๆที่พระเยซูรับใช้00:00:51
00:00:51
ท่านเหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 6 เดือน00:00:53
00:00:53
และตอนนั้นท่านอยู่ใกล้ๆแคว้นยูเดีย 00:00:55
00:00:56
มีสาวกคนหนึ่ง
เข้ามาถามท่านในเรื่องที่สำคัญมาก00:01:00
00:01:01
ลองดูว่าเกิดอะไรขึ้น00:01:03
00:01:03
ในลูกาบท 1100:01:05
00:01:05
ในข้อที่ 1 ครับ00:01:07
00:01:09
“ครั้งหนึ่ง พระเยซูอธิษฐานอยู่ในที่แห่งหนึ่ง00:01:12
00:01:12
พออธิษฐานเสร็จ00:01:13
00:01:14
สาวกคนหนึ่งก็พูดกับท่านว่า00:01:16
00:01:16
‘อาจารย์ครับ 00:01:17
00:01:17
ขอช่วยสอนพวกเราอธิษฐาน
เหมือนที่ยอห์นสอนสาวกของเขาได้ไหมครับ?’”00:01:22
00:01:23
“อาจารย์ครับ ขอช่วยสอนพวกเราอธิษฐาน” 00:01:26
00:01:26
นี่คือสิ่งที่เขาขอ00:01:28
00:01:28
จะว่าไปแล้ว คำขอนี้ก็แสดงว่าเขาถ่อมมาก 00:01:32
00:01:32
โดยเฉพาะถ้าเรารู้เกี่ยวกับภูมิหลังของเขา 00:01:35
00:01:35
สาวกคนนี้เป็นชาวยิว 00:01:37
00:01:37
และการอธิษฐานก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
และการนมัสการของชาวยิว00:01:42
00:01:42
ในช่วงสมัยศตวรรษแรก 00:01:45
00:01:45
ตามที่ประชุมของชาวยิว00:01:47
00:01:47
จะมีม้วนหนังสือพระคัมภีร์
ภาคภาษาฮีบรูให้อ่าน00:01:50
00:01:50
และพวกเขาก็อ่านเป็นประจำทุกวันสะบาโต 00:01:53
00:01:54
สาวกคนนี้ก็คงจะคุ้นเคย
กับคำอธิษฐานของฮันนาห์00:01:57
00:01:57
ที่ระบายความรู้สึกกับพระยะโฮวา00:02:00
00:02:00
และเขาคงรู้จักคำอธิษฐานของดาเนียล00:02:03
00:02:03
ที่อ้อนวอนขอให้พระยะโฮวา
ช่วยประชาชนของพระองค์ 00:02:07
00:02:07
และดาเนียลต้องรอถึง “21 วัน” 00:02:09
00:02:09
กว่าจะได้คำตอบจากทูตสวรรค์องค์หนึ่ง 00:02:11
00:02:12
เขาก็คงคุ้นเคยกับ
คำอธิษฐานของโยนาห์จากท้องปลาด้วย 00:02:16
00:02:16
เห็นเลยว่าสาวกคนนี้
น่าจะคุ้นเคยกับพระคัมภีร์อย่างดี00:02:20
00:02:20
นอกจากนั้น 00:02:21
00:02:21
ปกติแล้ว ชาวยิวจะอธิษฐานเป็นประจำทุกวัน00:02:25
00:02:25
ตอน 9 โมงเช้าและบ่าย 3 โมง00:02:28
00:02:28
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการถวายเครื่องบูชาเผา00:02:31
00:02:31
ที่วิหารในกรุงเยรูซาเล็ม00:02:34
00:02:34
และต่อให้ชาวยิวจะไม่ได้อยู่ใกล้
ลานวิหารในกรุงเยรูซาเล็มเพื่อจะไปอธิษฐาน 00:02:40
00:02:41
หรือไม่ได้อยู่ใกล้ที่ประชุมของชาวยิว 00:02:44
00:02:44
พวกเขาก็จะอธิษฐานด้วยตัวเอง 00:02:47
00:02:47
เพราะการอธิษฐาน
เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชาวยิว00:02:51
00:02:51
สาวกคนนี้น่าจะเป็นคนที่ชอบอธิษฐานอยู่แล้ว 00:02:55
00:02:56
แต่การที่เขาถ่อมตัวและบอกพระเยซูว่า 00:02:59
00:02:59
“ขอช่วยสอนพวกเราอธิษฐาน”00:03:01
00:03:01
เขากำลังหมายถึงอะไร?00:03:02
00:03:02
เขาไม่ได้ขอให้พระเยซูสอนว่าควรอธิษฐานยังไง 00:03:06
00:03:06
แต่เขาขอ00:03:08
00:03:08
ให้ท่านช่วยสอนว่า00:03:09
00:03:09
จะอธิษฐานแบบที่มีความหมายมากขึ้นได้ยังไง00:03:12
00:03:12
เพื่อจะช่วยให้เขาสนิทกับพระยะโฮวามากขึ้น00:03:16
00:03:17
สังเกตไหมครับว่าเขาถามใคร?00:03:19
00:03:19
ก็เขาถามถูกคนเลยนะครับ 00:03:21
00:03:21
เขาถามพระเยซูลูกของพระเจ้า00:03:25
00:03:25
ซึ่งเป็น “ผู้แรกที่ถูกสร้างก่อนทุกสิ่ง” 00:03:28
00:03:28
ไม่มีใครรู้จักพระยะโฮวาดีเท่าพระเยซู 00:03:32
00:03:32
และเรามั่นใจเลยว่า00:03:34
00:03:34
คำขอของสาวกคนนี้00:03:36
00:03:36
ทำให้พระองค์ทั้งสองดีใจมาก00:03:39
00:03:40
เราเองก็มีหลายอย่างที่คล้ายกับสาวกคนนี้00:03:43
00:03:43
เรารู้ว่าควรอธิษฐานยังไง 00:03:45
00:03:45
และการอธิษฐาน
ก็เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเรา00:03:48
00:03:48
ที่จริง ตอนนมัสการตอนเช้า00:03:50
00:03:50
เราก็อธิษฐานตั้ง 2 รอบ00:03:52
00:03:52
ทั้งตอนเริ่มและตอนจบ00:03:54
00:03:55
ตอนที่เราไปหอประชุมเราก็อธิษฐาน 00:03:58
00:03:58
ตอนที่ผู้ดูแล00:04:00
00:04:00
ประชุมด้วยกัน00:04:02
00:04:02
พวกเขาก็อธิษฐาน 00:04:03
00:04:04
ตอนไปรับใช้เราอธิษฐาน00:04:06
00:04:06
ก่อนนำการศึกษาเราก็อธิษฐาน 00:04:09
00:04:09
ก่อนนมัสการประจำครอบครัวเราก็อธิษฐานอีก 00:04:12
00:04:12
เห็นเลยว่าการอธิษฐานสำคัญมากกับเรา00:04:14
00:04:15
แต่ก็มีอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาวกคนนี้00:04:18
00:04:19
เราอยากทำเหมือนเขา 00:04:21
00:04:21
เราอยากจะเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้น 00:04:23
00:04:24
เราอยากรักพระยะโฮวา00:04:26
00:04:26
และใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้นเรื่อยๆ 00:04:29
00:04:30
จะว่าไปแล้ว00:04:31
00:04:31
เรามีโอกาสที่จะสนิทและใกล้ชิด00:04:34
00:04:34
กับพระยะโฮวามากขึ้นเรื่อยๆ00:04:36
00:04:36
ในทุกๆวัน00:04:38
00:04:39
เราอยากสนิทกับพระองค์ตลอดไปเลยด้วยซ้ำ 00:04:42
00:04:42
และการอธิษฐานนี่แหละ
ที่ทำให้เราสนิทกับพระองค์00:04:45
00:04:46
ให้เรามาดูว่าพระเยซูตอบสาวกคนนี้ยังไง00:04:50
00:04:50
ที่ลูกา 11:2 ครับ00:04:52
00:04:52
ท่านบอกว่า00:04:53
00:04:55
“ตอนที่อธิษฐาน ให้พูดว่า00:04:58
00:04:58
‘พระเจ้า พ่อของพวกเรา 00:05:00
00:05:00
ขอให้ชื่อของพระองค์
เป็นที่เคารพนับถืออยู่เสมอ 00:05:03
00:05:03
ขอให้รัฐบาลของพระองค์มาปกครอง 00:05:06
00:05:06
ขอให้พวกเรามีอาหารพอกินทุกๆวัน 00:05:09
00:05:09
ขอพระองค์ยกโทษให้พวกเราที่ทำบาป 00:05:11
00:05:11
เหมือนที่พวกเรายกโทษ
ให้ทุกคนที่ทำผิดต่อพวกเรา 00:05:15
00:05:15
และขอช่วยพวกเราให้เอาชนะการล่อใจได้”00:05:18
00:05:18
เราได้เรียนอะไรจากคำตอบของพระเยซูครับ?00:05:22
00:05:23
ท่านตอบง่ายๆ 00:05:25
00:05:26
ท่านไม่ได้พูดอะไรซับซ้อน 00:05:28
00:05:28
ที่จริง00:05:29
00:05:29
มีบางอย่างที่ท่านพูดซ้ำ00:05:31
00:05:31
เหมือนกับที่เคยพูด
ในคำบรรยายบนภูเขาเมื่อ 18 เดือนก่อน00:05:35
00:05:35
พูดง่ายๆคือ 00:05:37
00:05:37
เราต้องสนใจที่ชื่อของพระยะโฮวา00:05:40
00:05:40
ซึ่งสำคัญที่สุด00:05:41
00:05:41
ต่อมาก็พูดถึงความประสงค์ของพระองค์ 00:05:44
00:05:45
จากนั้นเราก็ค่อยพูดถึง
เรื่องส่วนตัวที่เราเป็นห่วง 00:05:48
00:05:48
และเรื่องที่จะช่วยให้เรา
รักษาความซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวา00:05:52
00:05:52
ดังนั้น 00:05:53
00:05:53
พระยะโฮวาก่อน00:05:54
00:05:55
แล้วค่อยพูดถึงเรื่องของเราทีหลัง00:05:57
00:05:58
เป็นคำอธิษฐานที่ง่าย00:06:00
00:06:00
ทำตามได้จริง00:06:01
00:06:01
และลึกซึ้งมาก 00:06:03
00:06:03
ขอให้จำไว้นะครับว่า
ตอนอธิษฐานก็ให้พูดแบบนี้ 00:06:07
00:06:08
ทุกวันนี้พระเยซูก็ยังคงช่วย
คนที่ถ่อมตัวให้สนิทกับพระยะโฮวามากขึ้น00:06:14
00:06:14
ลองนึกถึงคำแนะนำบางอย่าง
ที่มาจากองค์การในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา00:06:19
00:06:19
เช่น00:06:20
00:06:21
หาที่เงียบๆเพื่อจะอธิษฐาน00:06:23
00:06:24
ที่มาระโก 1:35 บอกว่า00:06:27
00:06:27
“พอเช้ามืด พระเยซูก็ตื่นนอน 00:06:30
00:06:30
แล้วออกจากบ้าน
ไปอธิษฐานในที่ห่างไกลผู้คน”00:06:35
00:06:36
ที่ห่างไกลผู้คนสำหรับคุณคือที่ไหน?00:06:39
00:06:39
อาจจะเป็นในช่วงเช้าไหม?00:06:41
00:06:41
หรืออาจจะเป็นในห้องนอนของคุณ?00:06:43
00:06:44
เราต้องหาที่เงียบๆ
เพื่อจะได้อธิษฐานถึงพระยะโฮวา 00:06:48
00:06:48
พี่น้องหญิงคนหนึ่งที่ชื่อจูลี่ บอกว่า 00:06:50
00:06:50
“ฉันชอบออกไปเดินเล่น
ที่สวนสาธารณะทุกวัน 00:06:53
00:06:53
จะได้อยู่คนเดียว มีสมาธิ00:06:55
00:06:55
และได้พูดคุยกับพระยะโฮวาจริงๆ”00:06:58
00:06:58
คำแนะนำข้อที่ 2 ครับ00:07:00
00:07:01
อธิษฐานนานๆ00:07:03
00:07:03
ตอนที่พระเยซูเลือกอัครสาวก 00:07:05
00:07:05
ท่านใช้เวลาทั้งคืนเพื่ออธิษฐานถึงพระยะโฮวา00:07:09
00:07:10
(ลูกา 6:12) 00:07:11
00:07:12
แทนที่เราจะรีบอธิษฐานให้จบๆไป
เหมือนเป็นแค่สิ่งที่ต้องทำ 00:07:16
00:07:16
เราน่าจะใช้เวลา00:07:19
00:07:19
เพื่ออธิษฐานพูดคุย
กับพระยะโฮวาให้นานขึ้น00:07:23
00:07:23
คนที่เป็นเพื่อนกัน
มักจะใช้เวลาคุยกันจนดึกดื่น 00:07:27
00:07:27
แม้ว่าตอนเช้าจะต้องไปทำงานก็ตาม00:07:30
00:07:30
เพราะอะไร?00:07:30
00:07:30
เพราะพวกเขาชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 00:07:33
00:07:33
เราเองก็อยากเป็นแบบนั้น
ตอนที่เราอธิษฐานถึงพระยะโฮวา00:07:37
00:07:37
คำแนะนำอย่างที่ 3 ก็คือ00:07:40
00:07:40
อย่าอธิษฐานแค่บางเวลาเท่านั้น 00:07:43
00:07:43
แต่ให้อธิษฐานทุกครั้งที่มีโอกาส 00:07:46
00:07:47
เพื่อนที่สนิทกันมักจะส่งข้อความ
หรือโทรหากัน 00:07:51
00:07:51
หรือนึกอยากจะเจอหน้ากันก็ไปหากันเลย 00:07:54
00:07:54
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?00:07:56
00:07:56
ก็เพราะพวกเขานึกถึงกันตลอด00:07:58
00:07:58
เราก็อยากเป็นแบบนั้นกับพระยะโฮวาด้วย 00:08:01
00:08:01
เราอยากจะนึกถึงพระองค์ตลอดทั้งวัน 00:08:04
00:08:04
และอธิษฐานถึงพระองค์ทุกครั้งที่มีโอกาส00:08:06
00:08:06
พระเยซูก็ทำแบบนี้ 00:08:08
00:08:08
หลังจากได้ยินประสบการณ์ดีๆ
จากเหล่าสาวกที่ไปรับใช้ 00:08:12
00:08:12
ท่านบอกว่า “พ่อครับ 00:08:14
00:08:14
พระองค์มีอำนาจเหนือสวรรค์และโลกนี้ 00:08:16
00:08:16
ผมขอสรรเสริญพระองค์ต่อหน้าทุกคน 00:08:18
00:08:18
เพราะพระองค์ซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้
อย่างมิดชิดจากคนมีความรู้และคนฉลาด00:08:22
00:08:22
แต่เปิดเผยให้เด็กเล็กๆได้รู้”00:08:25
00:08:26
ต่อไปเป็นคำแนะนำอย่างที่ 4 ครับ 00:08:29
00:08:29
คุณเคยรู้สึกไหมว่าตัวเอง
ใช้คำพูดเดิมๆตอนอธิษฐาน?00:08:33
00:08:33
เราอาจรู้สึกว่าคำอธิษฐานของเรา
มันไม่ค่อยลึกซึ้งไม่ค่อยมาจากใจ00:08:38
00:08:39
ถ้าเป็นแบบนั้น00:08:41
00:08:41
เราอาจจะลองทำแบบนี้ก็คือ 00:08:44
00:08:44
ให้ลองคิดดูก่อนว่า
จะพูดอะไรบ้างในคำอธิษฐาน00:08:48
00:08:48
เช่น
ขอให้นึกถึงตัวอย่างคำอธิษฐานของพระเยซู 00:08:52
00:08:53
เราจะทำตามความต้องการ
ของพระยะโฮวามากขึ้นได้ยังไง?00:08:56
00:08:56
แล้วเราจะทำงานมอบหมายของเรา
ที่เบเธลให้ดีขึ้นได้ยังไง?00:09:00
00:09:01
แล้วเรื่องงานรับใช้ล่ะ?00:09:02
00:09:02
เราจะเสนอการศึกษาไบเบิล
ให้เก่งขึ้นได้ยังไง?00:09:05
00:09:05
เราจะขอพระยะโฮวา
ให้อภัยบาปเราได้ไหม?00:09:09
00:09:09
หรือจะขอพระองค์ช่วยเรา
ยกโทษให้คนอื่นได้ไหม?00:09:12
00:09:12
เห็นไหมครับ 00:09:13
00:09:13
มีหลายอย่างที่เราคิดได้ก่อนที่จะอธิษฐาน 00:09:15
00:09:15
เพื่อเราจะอธิษฐานจากใจมากขึ้น00:09:18
00:09:19
อย่างที่ 5 00:09:20
00:09:20
คำอธิษฐานของเราต้องไม่เป็นแบบจืดชืด
หรือไม่มีอารมณ์ความรู้สึก00:09:24
00:09:24
คนเราจะสนิทกันได้00:09:26
00:09:26
ก็ต้องจริงใจต่อกัน00:09:28
00:09:29
ดังนั้น00:09:30
00:09:30
เราเลยอยากจะอธิษฐานจากหัวใจด้วย 00:09:32
00:09:33
และนี่เป็นสิ่งที่เราอ่านในหนังสือสดุดี
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา00:09:37
00:09:37
เช่น สดุดี 13:1, 2 บอกว่า00:09:40
00:09:40
“พระยะโฮวา พระองค์จะลืมผมอีกนานไหม?00:09:43
00:09:43
ตลอดไปเลยหรือ?00:09:45
00:09:45
พระองค์จะไม่หันมามองผมอีกนานแค่ไหน?00:09:48
00:09:48
ผมจะต้องกังวลและเศร้าใจทุกวันไปอีกนานแค่ไหน?”00:09:52
00:09:53
เราเห็นเลยว่าผู้เขียนสดุดีอธิษฐาน00:09:55
00:09:55
ระบายความรู้สึกทั้งหมดให้พระยะโฮวาฟังได้00:09:58
00:09:59
เราอยากจะสนิทกับพระยะโฮวาจริงๆ 00:10:01
00:10:01
เราเลยต้องระบายความรู้สึกทั้งหมด
ให้พระยะโฮวาฟัง 00:10:05
00:10:05
สรุปนะครับ 00:10:06
00:10:06
คำอธิษฐานของเราเป็นเหมือนกับสะพาน00:10:09
00:10:09
ที่เชื่อมเรากับพระยะโฮวา 00:10:11
00:10:11
และไม่ว่าจะเป็นสะพานแบบไหน00:10:12
00:10:12
ก็ต้องมีการซ่อมบำรุง00:10:14
00:10:14
ตรวจสอบ00:10:15
00:10:15
และปรับปรุงเพื่อจะใช้งานได้อย่างดี00:10:17
00:10:17
ขอให้เราพยายามตรวจสอบ
คำอธิษฐานของเราอยู่เสมอ 00:10:21
00:10:21
และปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ 00:10:23
00:10:23
แล้วเราก็จะสนิทกับพระยะโฮวา
ผู้เป็นพ่อและเพื่อนของเรา00:10:27
ไมเคิล อี. แบงส์: เราควรอธิษฐานยังไง? (ลูกา 11:1-4)
-
ไมเคิล อี. แบงส์: เราควรอธิษฐานยังไง? (ลูกา 11:1-4)
มีความเลื่อมใส
ไว้ใจ
เคารพ
และพึ่งพระยะโฮวา
คำอธิษฐานของเรา
ควรแสดงให้เห็นถึงสิ่งเหล่านี้
การอธิษฐานเป็นสิทธิพิเศษที่ล้ำค่ามาก
และเป็นความกรุณาที่ยิ่งใหญ่
ที่เราไม่ควรมองข้าม
แต่คำถามที่เราจะคุยกันวันนี้ก็คือ
เราควรอธิษฐานยังไง?
ที่จริง เราก็รู้คำตอบกันอยู่แล้ว
เพราะเราก็อธิษฐานกันมาหลายปี
สำหรับบางคนก็หลายสิบปีเลยด้วยซ้ำ
แต่เราจะได้เข้าใจมากขึ้น
จากคำตอบที่พระเยซูคุยกับสาวกคนหนึ่ง
ขอเปิดดูด้วยกันนะครับ
ที่ลูกาบท 11
เราจะเห็นว่า
ตอนนั้นเป็นปี 32
ซึ่งเป็นช่วงท้ายๆที่พระเยซูรับใช้
ท่านเหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 6 เดือน
และตอนนั้นท่านอยู่ใกล้ๆแคว้นยูเดีย
มีสาวกคนหนึ่ง
เข้ามาถามท่านในเรื่องที่สำคัญมาก
ลองดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ในลูกาบท 11
ในข้อที่ 1 ครับ
“ครั้งหนึ่ง พระเยซูอธิษฐานอยู่ในที่แห่งหนึ่ง
พออธิษฐานเสร็จ
สาวกคนหนึ่งก็พูดกับท่านว่า
‘อาจารย์ครับ
ขอช่วยสอนพวกเราอธิษฐาน
เหมือนที่ยอห์นสอนสาวกของเขาได้ไหมครับ?’”
“อาจารย์ครับ ขอช่วยสอนพวกเราอธิษฐาน”
นี่คือสิ่งที่เขาขอ
จะว่าไปแล้ว คำขอนี้ก็แสดงว่าเขาถ่อมมาก
โดยเฉพาะถ้าเรารู้เกี่ยวกับภูมิหลังของเขา
สาวกคนนี้เป็นชาวยิว
และการอธิษฐานก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
และการนมัสการของชาวยิว
ในช่วงสมัยศตวรรษแรก
ตามที่ประชุมของชาวยิว
จะมีม้วนหนังสือพระคัมภีร์
ภาคภาษาฮีบรูให้อ่าน
และพวกเขาก็อ่านเป็นประจำทุกวันสะบาโต
สาวกคนนี้ก็คงจะคุ้นเคย
กับคำอธิษฐานของฮันนาห์
ที่ระบายความรู้สึกกับพระยะโฮวา
และเขาคงรู้จักคำอธิษฐานของดาเนียล
ที่อ้อนวอนขอให้พระยะโฮวา
ช่วยประชาชนของพระองค์
และดาเนียลต้องรอถึง “21 วัน”
กว่าจะได้คำตอบจากทูตสวรรค์องค์หนึ่ง
เขาก็คงคุ้นเคยกับ
คำอธิษฐานของโยนาห์จากท้องปลาด้วย
เห็นเลยว่าสาวกคนนี้
น่าจะคุ้นเคยกับพระคัมภีร์อย่างดี
นอกจากนั้น
ปกติแล้ว ชาวยิวจะอธิษฐานเป็นประจำทุกวัน
ตอน 9 โมงเช้าและบ่าย 3 โมง
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการถวายเครื่องบูชาเผา
ที่วิหารในกรุงเยรูซาเล็ม
และต่อให้ชาวยิวจะไม่ได้อยู่ใกล้
ลานวิหารในกรุงเยรูซาเล็มเพื่อจะไปอธิษฐาน
หรือไม่ได้อยู่ใกล้ที่ประชุมของชาวยิว
พวกเขาก็จะอธิษฐานด้วยตัวเอง
เพราะการอธิษฐาน
เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชาวยิว
สาวกคนนี้น่าจะเป็นคนที่ชอบอธิษฐานอยู่แล้ว
แต่การที่เขาถ่อมตัวและบอกพระเยซูว่า
“ขอช่วยสอนพวกเราอธิษฐาน”
เขากำลังหมายถึงอะไร?
เขาไม่ได้ขอให้พระเยซูสอนว่าควรอธิษฐานยังไง
แต่เขาขอ
ให้ท่านช่วยสอนว่า
จะอธิษฐานแบบที่มีความหมายมากขึ้นได้ยังไง
เพื่อจะช่วยให้เขาสนิทกับพระยะโฮวามากขึ้น
สังเกตไหมครับว่าเขาถามใคร?
ก็เขาถามถูกคนเลยนะครับ
เขาถามพระเยซูลูกของพระเจ้า
ซึ่งเป็น “ผู้แรกที่ถูกสร้างก่อนทุกสิ่ง”
ไม่มีใครรู้จักพระยะโฮวาดีเท่าพระเยซู
และเรามั่นใจเลยว่า
คำขอของสาวกคนนี้
ทำให้พระองค์ทั้งสองดีใจมาก
เราเองก็มีหลายอย่างที่คล้ายกับสาวกคนนี้
เรารู้ว่าควรอธิษฐานยังไง
และการอธิษฐาน
ก็เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเรา
ที่จริง ตอนนมัสการตอนเช้า
เราก็อธิษฐานตั้ง 2 รอบ
ทั้งตอนเริ่มและตอนจบ
ตอนที่เราไปหอประชุมเราก็อธิษฐาน
ตอนที่ผู้ดูแล
ประชุมด้วยกัน
พวกเขาก็อธิษฐาน
ตอนไปรับใช้เราอธิษฐาน
ก่อนนำการศึกษาเราก็อธิษฐาน
ก่อนนมัสการประจำครอบครัวเราก็อธิษฐานอีก
เห็นเลยว่าการอธิษฐานสำคัญมากกับเรา
แต่ก็มีอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาวกคนนี้
เราอยากทำเหมือนเขา
เราอยากจะเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้น
เราอยากรักพระยะโฮวา
และใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้นเรื่อยๆ
จะว่าไปแล้ว
เรามีโอกาสที่จะสนิทและใกล้ชิด
กับพระยะโฮวามากขึ้นเรื่อยๆ
ในทุกๆวัน
เราอยากสนิทกับพระองค์ตลอดไปเลยด้วยซ้ำ
และการอธิษฐานนี่แหละ
ที่ทำให้เราสนิทกับพระองค์
ให้เรามาดูว่าพระเยซูตอบสาวกคนนี้ยังไง
ที่ลูกา 11:2 ครับ
ท่านบอกว่า
“ตอนที่อธิษฐาน ให้พูดว่า
‘พระเจ้า พ่อของพวกเรา
ขอให้ชื่อของพระองค์
เป็นที่เคารพนับถืออยู่เสมอ
ขอให้รัฐบาลของพระองค์มาปกครอง
ขอให้พวกเรามีอาหารพอกินทุกๆวัน
ขอพระองค์ยกโทษให้พวกเราที่ทำบาป
เหมือนที่พวกเรายกโทษ
ให้ทุกคนที่ทำผิดต่อพวกเรา
และขอช่วยพวกเราให้เอาชนะการล่อใจได้”
เราได้เรียนอะไรจากคำตอบของพระเยซูครับ?
ท่านตอบง่ายๆ
ท่านไม่ได้พูดอะไรซับซ้อน
ที่จริง
มีบางอย่างที่ท่านพูดซ้ำ
เหมือนกับที่เคยพูด
ในคำบรรยายบนภูเขาเมื่อ 18 เดือนก่อน
พูดง่ายๆคือ
เราต้องสนใจที่ชื่อของพระยะโฮวา
ซึ่งสำคัญที่สุด
ต่อมาก็พูดถึงความประสงค์ของพระองค์
จากนั้นเราก็ค่อยพูดถึง
เรื่องส่วนตัวที่เราเป็นห่วง
และเรื่องที่จะช่วยให้เรา
รักษาความซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวา
ดังนั้น
พระยะโฮวาก่อน
แล้วค่อยพูดถึงเรื่องของเราทีหลัง
เป็นคำอธิษฐานที่ง่าย
ทำตามได้จริง
และลึกซึ้งมาก
ขอให้จำไว้นะครับว่า
ตอนอธิษฐานก็ให้พูดแบบนี้
ทุกวันนี้พระเยซูก็ยังคงช่วย
คนที่ถ่อมตัวให้สนิทกับพระยะโฮวามากขึ้น
ลองนึกถึงคำแนะนำบางอย่าง
ที่มาจากองค์การในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เช่น
หาที่เงียบๆเพื่อจะอธิษฐาน
ที่มาระโก 1:35 บอกว่า
“พอเช้ามืด พระเยซูก็ตื่นนอน
แล้วออกจากบ้าน
ไปอธิษฐานในที่ห่างไกลผู้คน”
ที่ห่างไกลผู้คนสำหรับคุณคือที่ไหน?
อาจจะเป็นในช่วงเช้าไหม?
หรืออาจจะเป็นในห้องนอนของคุณ?
เราต้องหาที่เงียบๆ
เพื่อจะได้อธิษฐานถึงพระยะโฮวา
พี่น้องหญิงคนหนึ่งที่ชื่อจูลี่ บอกว่า
“ฉันชอบออกไปเดินเล่น
ที่สวนสาธารณะทุกวัน
จะได้อยู่คนเดียว มีสมาธิ
และได้พูดคุยกับพระยะโฮวาจริงๆ”
คำแนะนำข้อที่ 2 ครับ
อธิษฐานนานๆ
ตอนที่พระเยซูเลือกอัครสาวก
ท่านใช้เวลาทั้งคืนเพื่ออธิษฐานถึงพระยะโฮวา
(ลูกา 6:12)
แทนที่เราจะรีบอธิษฐานให้จบๆไป
เหมือนเป็นแค่สิ่งที่ต้องทำ
เราน่าจะใช้เวลา
เพื่ออธิษฐานพูดคุย
กับพระยะโฮวาให้นานขึ้น
คนที่เป็นเพื่อนกัน
มักจะใช้เวลาคุยกันจนดึกดื่น
แม้ว่าตอนเช้าจะต้องไปทำงานก็ตาม
เพราะอะไร?
เพราะพวกเขาชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
เราเองก็อยากเป็นแบบนั้น
ตอนที่เราอธิษฐานถึงพระยะโฮวา
คำแนะนำอย่างที่ 3 ก็คือ
อย่าอธิษฐานแค่บางเวลาเท่านั้น
แต่ให้อธิษฐานทุกครั้งที่มีโอกาส
เพื่อนที่สนิทกันมักจะส่งข้อความ
หรือโทรหากัน
หรือนึกอยากจะเจอหน้ากันก็ไปหากันเลย
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
ก็เพราะพวกเขานึกถึงกันตลอด
เราก็อยากเป็นแบบนั้นกับพระยะโฮวาด้วย
เราอยากจะนึกถึงพระองค์ตลอดทั้งวัน
และอธิษฐานถึงพระองค์ทุกครั้งที่มีโอกาส
พระเยซูก็ทำแบบนี้
หลังจากได้ยินประสบการณ์ดีๆ
จากเหล่าสาวกที่ไปรับใช้
ท่านบอกว่า “พ่อครับ
พระองค์มีอำนาจเหนือสวรรค์และโลกนี้
ผมขอสรรเสริญพระองค์ต่อหน้าทุกคน
เพราะพระองค์ซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้
อย่างมิดชิดจากคนมีความรู้และคนฉลาด
แต่เปิดเผยให้เด็กเล็กๆได้รู้”
ต่อไปเป็นคำแนะนำอย่างที่ 4 ครับ
คุณเคยรู้สึกไหมว่าตัวเอง
ใช้คำพูดเดิมๆตอนอธิษฐาน?
เราอาจรู้สึกว่าคำอธิษฐานของเรา
มันไม่ค่อยลึกซึ้งไม่ค่อยมาจากใจ
ถ้าเป็นแบบนั้น
เราอาจจะลองทำแบบนี้ก็คือ
ให้ลองคิดดูก่อนว่า
จะพูดอะไรบ้างในคำอธิษฐาน
เช่น
ขอให้นึกถึงตัวอย่างคำอธิษฐานของพระเยซู
เราจะทำตามความต้องการ
ของพระยะโฮวามากขึ้นได้ยังไง?
แล้วเราจะทำงานมอบหมายของเรา
ที่เบเธลให้ดีขึ้นได้ยังไง?
แล้วเรื่องงานรับใช้ล่ะ?
เราจะเสนอการศึกษาไบเบิล
ให้เก่งขึ้นได้ยังไง?
เราจะขอพระยะโฮวา
ให้อภัยบาปเราได้ไหม?
หรือจะขอพระองค์ช่วยเรา
ยกโทษให้คนอื่นได้ไหม?
เห็นไหมครับ
มีหลายอย่างที่เราคิดได้ก่อนที่จะอธิษฐาน
เพื่อเราจะอธิษฐานจากใจมากขึ้น
อย่างที่ 5
คำอธิษฐานของเราต้องไม่เป็นแบบจืดชืด
หรือไม่มีอารมณ์ความรู้สึก
คนเราจะสนิทกันได้
ก็ต้องจริงใจต่อกัน
ดังนั้น
เราเลยอยากจะอธิษฐานจากหัวใจด้วย
และนี่เป็นสิ่งที่เราอ่านในหนังสือสดุดี
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
เช่น สดุดี 13:1, 2 บอกว่า
“พระยะโฮวา พระองค์จะลืมผมอีกนานไหม?
ตลอดไปเลยหรือ?
พระองค์จะไม่หันมามองผมอีกนานแค่ไหน?
ผมจะต้องกังวลและเศร้าใจทุกวันไปอีกนานแค่ไหน?”
เราเห็นเลยว่าผู้เขียนสดุดีอธิษฐาน
ระบายความรู้สึกทั้งหมดให้พระยะโฮวาฟังได้
เราอยากจะสนิทกับพระยะโฮวาจริงๆ
เราเลยต้องระบายความรู้สึกทั้งหมด
ให้พระยะโฮวาฟัง
สรุปนะครับ
คำอธิษฐานของเราเป็นเหมือนกับสะพาน
ที่เชื่อมเรากับพระยะโฮวา
และไม่ว่าจะเป็นสะพานแบบไหน
ก็ต้องมีการซ่อมบำรุง
ตรวจสอบ
และปรับปรุงเพื่อจะใช้งานได้อย่างดี
ขอให้เราพยายามตรวจสอบ
คำอธิษฐานของเราอยู่เสมอ
และปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
แล้วเราก็จะสนิทกับพระยะโฮวา
ผู้เป็นพ่อและเพื่อนของเรา
-