มาร์ก สกอตต์: ตั้งเป้าหมายแบบที่ให้เกียรติพระยะโฮวา (1 โครินธ์ 9:26)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
คำอธิบายจาก
หอสังเกตการณ์ในวันนี้00:00:05
00:00:05
พูดถึงประโยชน์
ของการตั้งเป้าหมาย00:00:09
00:00:09
และความสุขที่เราจะได้รับ
ถ้าทำตามเป้าหมายสำเร็จ00:00:12
00:00:12
คำว่า “เป้าหมาย”00:00:14
00:00:14
ที่ใช้ในพระคัมภีร์ภาคภาษากรีก00:00:16
00:00:16
มาจากคำภาษากรีก “สโกโก้”00:00:20
00:00:20
ซึ่งเป็นรากศัพท์ของคำว่าสโคป
ในภาษาอังกฤษ00:00:23
00:00:23
คำว่า ไมโครสโคป หรือ เทเลสโคป00:00:26
00:00:26
ก็มาจากรากศัพท์นี้ 00:00:28
00:00:28
ทั้งหมดนี้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยขยาย
ให้เราเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนขึ้น00:00:32
00:00:32
คล้ายกันนักแม่นปืนจะใช้กล้องเล็ง00:00:36
00:00:36
เพื่อโฟกัสไปที่เป้าหมายของเขา 00:00:39
00:00:39
เขาไม่อยากยิงแบบมั่วๆหรือสะเปะสะปะ 00:00:42
00:00:42
แต่อยากจะยิงให้โดนเป้าหมาย 00:00:44
00:00:44
เรื่องนี้ก็คล้ายกันกับการจดจ่อไปที่เป้าหมาย
ในชีวิตของเรา00:00:50
00:00:50
การทำแบบนี้จะช่วยให้เราจำไว้ว่า00:00:53
00:00:53
อะไรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา00:00:55
00:00:55
และเป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร00:00:57
00:00:57
เปาโลเองก็รู้ว่าการตั้งเป้าหมายสำคัญ00:01:01
00:01:01
ให้เราอ่านด้วยกันที่ใน 1 โครินธ์ 9:2600:01:04
00:01:04
เขาบอกว่า “ดังนั้น ที่ผมกำลังวิ่งอยู่นี้
ผมไม่ได้วิ่งแบบไร้จุดหมาย00:01:11
00:01:11
และที่ผมชกอยู่นี้ ผมไม่ได้ชกลม” 00:01:15
00:01:16
ในข้อมูลสำหรับศึกษาภาษาอังกฤษ
ของข้อนี้บอกว่า00:01:19
00:01:19
“คริสเตียนต้องใช้กำลัง
และความพยายามของตัวเองให้ถูกทาง00:01:24
00:01:24
โดยจดจ่อไปที่รางวัลคือชีวิตตลอดไป”00:01:27
00:01:28
การที่เราตั้งเป้าหมาย
จริงๆแล้วเรากำลังเลียนแบบพระยะโฮวา00:01:32
00:01:32
เพราะที่เอเฟซัส 3:1100:01:35
00:01:35
พูดถึงความประสงค์ตลอดการของพระเจ้า00:01:38
00:01:38
ซึ่งพระองค์จะทำให้เกิดขึ้นจริงโดยทางพระคริสต์ 00:01:41
00:01:41
และในข้อมูลสำหรับศึกษาภาษาอังกฤษ
ของข้อนี้ก็บอกเราว่า00:01:45
00:01:45
คำว่า “ความประสงค์” ในข้อนี้00:01:48
00:01:48
หมายถึงเป้าหมาย
หรือจุดมุ่งหมายที่เฉพาะเจาะจง 00:01:51
00:01:51
นี่หมายความว่าพระยะโฮวาตั้งใจ
จะทำให้ความประสงค์ที่มีต่อมนุษย์เกิดขึ้นจริง00:01:57
00:01:57
แม้จะมีการกบฏ00:01:58
00:01:58
พวกคุณส่วนใหญ่ที่กำลังฟังคำบรรยายนี้อยู่00:02:02
00:02:02
ได้เคยตั้งเป้าหมาย และทำสำเร็จแล้ว 00:02:05
00:02:05
เราอยากจะชมเชยคุณที่ทำแบบนั้น00:02:08
00:02:09
แล้วอะไรกระตุ้นคุณ 00:02:11
00:02:11
ให้ตั้งเป้าหมายที่จะรับใช้พระยะโฮวามากขึ้น 00:02:15
00:02:16
อาจจะเป็นเพราะตัวอย่างที่ดี
และการสนับสนุนจากคนในครอบครัว00:02:20
00:02:21
คนนี้คือพี่น้องจอร์จ ยัง00:02:25
00:02:25
เขาเป็นมิชชันนารีก่อนที่จะมีโรงเรียนกิเลียด00:02:28
00:02:28
ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในวัย 53 ปี 00:02:32
00:02:32
เขาได้ประกาศอย่างน้อย 15 ประเทศ00:02:35
00:02:35
ใน 3 ทวีป 00:02:36
00:02:37
เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว 00:02:39
00:02:39
ผมกับภรรยาได้มีโอกาสเจอกับเหลนของเขา00:02:42
00:02:42
ซึ่งเป็นอาสาสมัครในโครงการก่อสร้าง
ที่แอฟริกาตะวันออก00:02:46
00:02:46
และเขาได้ทำงานรับใช้มา 7 ประเทศแล้ว00:02:49
00:02:50
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ00:02:53
00:02:53
ดังนั้นคนในครอบครัว00:02:56
00:02:56
สามารถเป็นตัวอย่างที่ดี
และช่วยกระตุ้นเราให้ตั้งเป้าในการรับใช้00:03:00
00:03:00
หรืออาจจะเป็นพี่น้องที่รับใช้เต็มเวลา
ในรูปแบบพิเศษ00:03:04
00:03:04
เช่น ผู้ดูแลหมวด เบเธลไลต์ หรือมิชชันนารี00:03:07
00:03:07
ที่เล่าเรื่องน่าตื่นเต้นในงานรับใช้ 00:03:09
00:03:09
และเราก็อยากทำแบบนั้นด้วย00:03:11
00:03:12
หรือการกระตุ้นอาจจะมาจาก
“ทาสที่ซื่อสัตย์และสุขุม”00:03:16
00:03:16
อันนี้00:03:17
00:03:18
เป็นใบแทรก 4 หน้า
ที่อยู่ในพระราชกิจของเรา00:03:22
00:03:22
เดือนมิถุนายนปี 197900:03:25
00:03:25
ที่มีชื่อว่า 00:03:26
00:03:26
“หนุ่มสาวทั้งหลายคุณจะตอบรับ
สิทธิพิเศษในงานรับใช้ไหม?”00:03:30
00:03:30
นี่แหละครับที่ทำให้ผมตั้งเป้า
ในการรับใช้ที่เบเธล00:03:34
00:03:34
หรือบางทีคุณอาจจะได้รับการกระตุ้น
จากคำบรรยายที่ได้ฟังในการประชุมภูมิภาค00:03:39
00:03:39
และในคำบรรยายก็มีคำถาม00:03:42
00:03:43
ที่ถามผู้ฟังอย่างตรงไปตรงมาว่า 00:03:45
00:03:48
“คุณบอกพระยะโฮวาได้ไหม
ว่าทำไมคุณไม่รับใช้เต็มเวลา?”00:03:53
00:03:53
เป็นคำถามที่ตรงมาก
แต่ก็ทำให้เราได้คิดใช่ไหมครับ00:03:57
00:03:58
หรืออาจจะเป็นเรื่องราวชีวิตจริง
ของพยานพระยะโฮวา 00:04:01
00:04:01
ตอนที่ภรรยาผมเรียนความจริง00:04:04
00:04:04
เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงอ่านประสบการณ์
ในหอสังเกตการณ์และตื่นเถิด! 00:04:07
00:04:07
เธอชอบและได้กำลังใจมากจากการอ่าน
เรื่องราวของพี่น้องในวารสาร00:04:12
00:04:12
ทุกอย่างที่พูดมานี้สามารถกระตุ้นเรา
ให้ตั้งเป้าที่จะขยายงานรับใช้00:04:19
00:04:20
เพื่อจะตั้งเป้าหมายและทำให้สำเร็จ00:04:22
00:04:22
เราต้องมีวินัยและความกล้าด้วย00:04:25
00:04:25
และพวกคุณทุกคนก็ทำได้ดีมากครับ00:04:29
00:04:29
นอกจากนั้นพวกเรายังให้กำลังใจคนอื่น
ให้อยากรับใช้มากขึ้นได้00:04:34
00:04:35
อย่าลืมนะครับ00:04:36
00:04:36
คำถามง่ายๆก็มีพลังมาก เช่น00:04:40
00:04:40
“คุณวางแผนจะทำอะไรหลังจากเรียนจบ?00:04:43
00:04:43
หรือหลังจากเกษียณ?”00:04:45
00:04:45
จริงๆแล้วเรากำลังถามว่า
“คุณมีเป้าหมายอะไร?”00:04:48
00:04:49
ก็จริงที่ก่อนจะตั้งเป้า00:04:51
00:04:51
เราก็ต้องคิดให้ดีๆก่อน00:04:53
00:04:53
แต่ก็มีหลักการหนึ่งในคัมภีร์ไบเบิล
ที่ปัญญาจารย์ 11:400:04:59
00:04:59
ให้เราอ่านข้อนั้นดูด้วยกันครับ00:05:02
00:05:02
ข้อ 4 บอกว่า “คนที่สังเกตดูลมจะไม่หว่านพืช
และคนที่สังเกตดูเมฆจะไม่เก็บเกี่ยว”00:05:10
00:05:12
ดังนั้นบางครั้งเราก็ต้องรวบรวม
ความกล้าและลงมือทำ00:05:15
00:05:16
มีประสบการณ์หนึ่งของพี่น้องมาลินดา คีเฟอร์ 00:05:20
00:05:20
ตอนที่พี่น้องมาลินดาอายุ 24 00:05:23
00:05:23
เธอคุยกับพี่น้องรัสเซลล์00:05:24
00:05:24
ว่าอยากจะเป็นคอลพอร์เทอร์
หรือไพโอเนียร์ในสมัยนั้น00:05:28
00:05:28
แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำงานนี้ได้ไหม00:05:30
00:05:30
เพราะเธอรู้สึกว่าต้องมีความรู้
ในคัมภีร์ไบเบิลมากกว่านี้00:05:34
00:05:34
คุณคงเข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนั้น00:05:38
00:05:38
เพราะเธอเพิ่งจะมารู้ความจริง
แค่ประมาณ 1 ปีเท่านั้นเอง00:05:41
00:05:42
แล้วพี่น้องรัสเซลล์บอกเธอว่ายังไง00:05:44
00:05:44
“ถ้ารอให้รู้ทุกอย่างก่อนคุณก็จะไม่ได้เริ่มสักที00:05:47
00:05:47
แต่ถ้าเริ่มตอนนี้คุณก็จะได้เรียนไปด้วย”00:05:50
00:05:50
คำพูดนี้กระตุ้นใจเธอจริงๆ00:05:53
00:05:53
เธอเริ่มงานไพโอเนียร์ทันที00:05:55
00:05:55
และตอนที่เธอเสียชีวิตในปี 1983
ตอนอายุ 100 ปี00:06:00
00:06:00
เธอรับใช้เต็มเวลามานานถึง 76 ปี00:06:04
00:06:04
เธอพูดไว้แบบนี้ครับ00:06:05
00:06:05
“ฉันดีใจมากที่ได้เริ่มงานไพโอเนียร์
ตอนที่อายุยังน้อย00:06:09
00:06:09
การรับใช้พระยะโฮวา
สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน”00:06:13
00:06:14
แต่มีอะไรไหมที่เราควรระวังตอนที่ตั้งเป้าหมาย00:06:19
00:06:19
บางครั้งเราอาจจะตั้งเป้าหมาย
แบบกว้างๆไม่ชัดเจน00:06:24
00:06:24
เราอาจบอกพระยะโฮวาว่า “ขอช่วยผม
ให้เป็นคนที่ดีขึ้น00:06:28
00:06:28
ให้เป็นผู้รับใช้ที่ดีขึ้นของพระองค์”00:06:30
00:06:31
มันค่อนข้างกว้างไปหน่อย00:06:33
00:06:34
ถ้าพูดให้เจาะจงกว่านี้ก็จะดีกว่ามาก เช่น00:06:37
00:06:37
“ขอช่วยผมควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น”00:06:39
00:06:41
“ขอช่วยผมให้หลีกเลี่ยงความคิดที่ไม่สะอาด”00:06:44
00:06:44
“ขอช่วยผมให้พอใจ
กับงานมอบหมายที่ได้รับในตอนนี้”00:06:47
00:06:47
เจาะจงแบบนี้ดีกว่าใช่ไหม00:06:49
00:06:50
แต่ในอีกด้านหนึ่ง00:06:51
00:06:51
เราอาจตั้งเป้าแคบเกินไปหรือเจาะจงเกินไป00:06:55
00:06:55
“ถ้าฉันได้รับใช้ที่เบเธลฉันก็จะมีความสุข”00:06:58
00:07:00
แต่ไม่ว่าเราจะรับใช้ในรูปแบบไหน00:07:02
00:07:03
พระยะโฮวาก็ช่วยเราให้มีความสุขได้00:07:06
00:07:07
ดังนั้นคุณอาจจะนึกถึงงานรับใช้
ในรูปแบบอื่นๆ00:07:11
00:07:11
ที่องค์การกำลังสนับสนุนให้ทำ00:07:14
00:07:15
เราอาจถามตัวเองว่า
เราอยากได้แต่งานมอบหมายที่สำคัญไหม00:07:20
00:07:21
ก็จริงที่เปาโลบอกใน 1 ทิโมธี 4:15 ว่า00:07:25
00:07:25
เราต้องให้คนอื่นเห็น
ความก้าวหน้าของเราได้ชัดเจน00:07:28
00:07:29
แต่ความก้าวหน้าที่พูดถึงนี้ไม่ได้หมายถึง
การได้รับงานมอบหมายพิเศษเท่านั้น00:07:34
00:07:35
เช่น ได้เป็นผู้ดูแล เป็นผู้ดูแลแผนก 00:07:38
00:07:38
หรือได้บรรยายในการประชุมใหญ่00:07:41
00:07:41
สำหรับผู้ช่วยงานรับใช้00:07:43
00:07:43
คุณคงคาดหวังว่าวันหนึ่งจะได้เป็นผู้ดูแลแน่ๆ00:07:47
00:07:47
ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี00:07:48
00:07:48
เราอยากจะทำงานที่ดีเหมือนที่
1 ทิโมธี 3:1 บอกไว้00:07:53
00:07:54
แต่งานหลักของผู้ดูแล00:07:55
00:07:55
ไม่ใช่แค่การให้คำบรรยาย00:07:58
00:07:58
แล้วพี่น้องก็ชื่นชม00:08:00
00:08:00
ตบมือให้คุณ00:08:02
00:08:02
แต่งานหลักจริงๆคือการบำรุงเลี้ยง00:08:05
00:08:05
คือการอดทนฟังคนที่ทุกข์ใจ00:08:08
00:08:08
เต็มใจช่วยพี่น้องแม้แต่ในเวลาที่เราไม่สะดวก00:08:12
00:08:12
และยังหมายถึงการไปเยี่ยมพี่น้องที่ป่วย00:08:15
00:08:15
หรือพยายามปรับความคิดของพี่น้อง
ที่ทำผิดอย่างอ่อนโยน00:08:19
00:08:19
ถึงแม้เขาจะไม่อยากให้คุณช่วย00:08:22
00:08:22
หรือถึงกับหงุดหงิดด้วยซ้ำ00:08:24
00:08:24
ที่จริงเปาโลอธิบายต่อว่า00:08:27
00:08:27
ความก้าวหน้าที่เขาพูดถึงมันหมายถึงอะไร00:08:30
00:08:30
ดูด้วยกันครับที่ 1 ทิโมธีบท 4
เราจะอ่านในข้อ 12 00:08:35
00:08:36
ข้อนั้นบอกว่า “ให้คำพูด ความประพฤติ
ความรัก ความเชื่อ และความบริสุทธิ์ของคุณ00:08:43
00:08:43
เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่ซื่อสัตย์”00:08:46
00:08:46
คุณลักษณะเหล่านี้มีค่ามากใช่ไหมครับ00:08:49
00:08:49
เอฟเฟซัส 4:13 00:08:53
00:08:53
สนับสนุนเราให้เติบโตอย่างเต็มที่00:08:56
00:08:56
จนเป็นผู้ใหญ่เหมือนพระคริสต์00:08:58
00:08:59
และในข้อมูลสำหรับศึกษาภาษาอังกฤษ00:09:01
00:09:02
ของเอเฟซัส 4:13 บอกว่า00:09:05
00:09:05
คริสเตียนทุกคนต้องตั้งเป้า
และพยายามที่จะเป็นคริสเตียนที่เป็นผู้ใหญ่00:09:09
00:09:10
ดังนั้นพระยะโฮวาจะมีความสุข00:09:13
00:09:13
ถ้าเราตั้งเป้าหมายที่แสดงว่าเรารักพระองค์00:09:16
00:09:16
ขอให้เป้าหมายทุกอย่างในชีวิตของเรา00:09:19
00:09:19
ทำให้ชื่อของพระยะโฮวา
เป็นที่เคารพนับถืออยู่เสมอ00:09:23
มาร์ก สกอตต์: ตั้งเป้าหมายแบบที่ให้เกียรติพระยะโฮวา (1 โครินธ์ 9:26)
-
มาร์ก สกอตต์: ตั้งเป้าหมายแบบที่ให้เกียรติพระยะโฮวา (1 โครินธ์ 9:26)
คำอธิบายจาก
<i>หอสังเกตการณ์</i>ในวันนี้
พูดถึงประโยชน์
ของการตั้งเป้าหมาย
และความสุขที่เราจะได้รับ
ถ้าทำตามเป้าหมายสำเร็จ
คำว่า “เป้าหมาย”
ที่ใช้ในพระคัมภีร์ภาคภาษากรีก
มาจากคำภาษากรีก “สโกโก้”
ซึ่งเป็นรากศัพท์ของคำว่าสโคป
ในภาษาอังกฤษ
คำว่า ไมโครสโคป หรือ เทเลสโคป
ก็มาจากรากศัพท์นี้
ทั้งหมดนี้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยขยาย
ให้เราเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนขึ้น
คล้ายกันนักแม่นปืนจะใช้กล้องเล็ง
เพื่อโฟกัสไปที่เป้าหมายของเขา
เขาไม่อยากยิงแบบมั่วๆหรือสะเปะสะปะ
แต่อยากจะยิงให้โดนเป้าหมาย
เรื่องนี้ก็คล้ายกันกับการจดจ่อไปที่เป้าหมาย
ในชีวิตของเรา
การทำแบบนี้จะช่วยให้เราจำไว้ว่า
อะไรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา
และเป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร
เปาโลเองก็รู้ว่าการตั้งเป้าหมายสำคัญ
ให้เราอ่านด้วยกันที่ใน 1 โครินธ์ 9:26
เขาบอกว่า “ดังนั้น ที่ผมกำลังวิ่งอยู่นี้
ผมไม่ได้วิ่งแบบไร้จุดหมาย
และที่ผมชกอยู่นี้ ผมไม่ได้ชกลม”
ในข้อมูลสำหรับศึกษาภาษาอังกฤษ
ของข้อนี้บอกว่า
“คริสเตียนต้องใช้กำลัง
และความพยายามของตัวเองให้ถูกทาง
โดยจดจ่อไปที่รางวัลคือชีวิตตลอดไป”
การที่เราตั้งเป้าหมาย
จริงๆแล้วเรากำลังเลียนแบบพระยะโฮวา
เพราะที่เอเฟซัส 3:11
พูดถึงความประสงค์ตลอดการของพระเจ้า
ซึ่งพระองค์จะทำให้เกิดขึ้นจริงโดยทางพระคริสต์
และในข้อมูลสำหรับศึกษาภาษาอังกฤษ
ของข้อนี้ก็บอกเราว่า
คำว่า “ความประสงค์” ในข้อนี้
หมายถึงเป้าหมาย
หรือจุดมุ่งหมายที่เฉพาะเจาะจง
นี่หมายความว่าพระยะโฮวาตั้งใจ
จะทำให้ความประสงค์ที่มีต่อมนุษย์เกิดขึ้นจริง
แม้จะมีการกบฏ
พวกคุณส่วนใหญ่ที่กำลังฟังคำบรรยายนี้อยู่
ได้เคยตั้งเป้าหมาย และทำสำเร็จแล้ว
เราอยากจะชมเชยคุณที่ทำแบบนั้น
แล้วอะไรกระตุ้นคุณ
ให้ตั้งเป้าหมายที่จะรับใช้พระยะโฮวามากขึ้น
อาจจะเป็นเพราะตัวอย่างที่ดี
และการสนับสนุนจากคนในครอบครัว
คนนี้คือพี่น้องจอร์จ ยัง
เขาเป็นมิชชันนารีก่อนที่จะมีโรงเรียนกิเลียด
ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในวัย 53 ปี
เขาได้ประกาศอย่างน้อย 15 ประเทศ
ใน 3 ทวีป
เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว
ผมกับภรรยาได้มีโอกาสเจอกับเหลนของเขา
ซึ่งเป็นอาสาสมัครในโครงการก่อสร้าง
ที่แอฟริกาตะวันออก
และเขาได้ทำงานรับใช้มา 7 ประเทศแล้ว
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ
ดังนั้นคนในครอบครัว
สามารถเป็นตัวอย่างที่ดี
และช่วยกระตุ้นเราให้ตั้งเป้าในการรับใช้
หรืออาจจะเป็นพี่น้องที่รับใช้เต็มเวลา
ในรูปแบบพิเศษ
เช่น ผู้ดูแลหมวด เบเธลไลต์ หรือมิชชันนารี
ที่เล่าเรื่องน่าตื่นเต้นในงานรับใช้
และเราก็อยากทำแบบนั้นด้วย
หรือการกระตุ้นอาจจะมาจาก
“ทาสที่ซื่อสัตย์และสุขุม”
อันนี้
เป็นใบแทรก 4 หน้า
ที่อยู่ใน<i>พระราชกิจของเรา</i>
เดือนมิถุนายนปี 1979
ที่มีชื่อว่า
“หนุ่มสาวทั้งหลายคุณจะตอบรับ
สิทธิพิเศษในงานรับใช้ไหม?”
นี่แหละครับที่ทำให้ผมตั้งเป้า
ในการรับใช้ที่เบเธล
หรือบางทีคุณอาจจะได้รับการกระตุ้น
จากคำบรรยายที่ได้ฟังในการประชุมภูมิภาค
และในคำบรรยายก็มีคำถาม
ที่ถามผู้ฟังอย่างตรงไปตรงมาว่า
“คุณบอกพระยะโฮวาได้ไหม
ว่าทำไมคุณไม่รับใช้เต็มเวลา?”
เป็นคำถามที่ตรงมาก
แต่ก็ทำให้เราได้คิดใช่ไหมครับ
หรืออาจจะเป็นเรื่องราวชีวิตจริง
ของพยานพระยะโฮวา
ตอนที่ภรรยาผมเรียนความจริง
เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงอ่านประสบการณ์
ใน<i>หอสังเกตการณ์</i>และ<i>ตื่นเถิด!</i><i> </i>
เธอชอบและได้กำลังใจมากจากการอ่าน
เรื่องราวของพี่น้องในวารสาร
ทุกอย่างที่พูดมานี้สามารถกระตุ้นเรา
ให้ตั้งเป้าที่จะขยายงานรับใช้
เพื่อจะตั้งเป้าหมายและทำให้สำเร็จ
เราต้องมีวินัยและความกล้าด้วย
และพวกคุณทุกคนก็ทำได้ดีมากครับ
นอกจากนั้นพวกเรายังให้กำลังใจคนอื่น
ให้อยากรับใช้มากขึ้นได้
อย่าลืมนะครับ
คำถามง่ายๆก็มีพลังมาก เช่น
“คุณวางแผนจะทำอะไรหลังจากเรียนจบ?
หรือหลังจากเกษียณ?”
จริงๆแล้วเรากำลังถามว่า
“คุณมีเป้าหมายอะไร?”
ก็จริงที่ก่อนจะตั้งเป้า
เราก็ต้องคิดให้ดีๆก่อน
แต่ก็มีหลักการหนึ่งในคัมภีร์ไบเบิล
ที่ปัญญาจารย์ 11:4
ให้เราอ่านข้อนั้นดูด้วยกันครับ
ข้อ 4 บอกว่า “คนที่สังเกตดูลมจะไม่หว่านพืช
และคนที่สังเกตดูเมฆจะไม่เก็บเกี่ยว”
ดังนั้นบางครั้งเราก็ต้องรวบรวม
ความกล้าและลงมือทำ
มีประสบการณ์หนึ่งของพี่น้องมาลินดา คีเฟอร์
ตอนที่พี่น้องมาลินดาอายุ 24
เธอคุยกับพี่น้องรัสเซลล์
ว่าอยากจะเป็นคอลพอร์เทอร์
หรือไพโอเนียร์ในสมัยนั้น
แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำงานนี้ได้ไหม
เพราะเธอรู้สึกว่าต้องมีความรู้
ในคัมภีร์ไบเบิลมากกว่านี้
คุณคงเข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนั้น
เพราะเธอเพิ่งจะมารู้ความจริง
แค่ประมาณ 1 ปีเท่านั้นเอง
แล้วพี่น้องรัสเซลล์บอกเธอว่ายังไง
“ถ้ารอให้รู้ทุกอย่างก่อนคุณก็จะไม่ได้เริ่มสักที
แต่ถ้าเริ่มตอนนี้คุณก็จะได้เรียนไปด้วย”
คำพูดนี้กระตุ้นใจเธอจริงๆ
เธอเริ่มงานไพโอเนียร์ทันที
และตอนที่เธอเสียชีวิตในปี 1983
ตอนอายุ 100 ปี
เธอรับใช้เต็มเวลามานานถึง 76 ปี
เธอพูดไว้แบบนี้ครับ
“ฉันดีใจมากที่ได้เริ่มงานไพโอเนียร์
ตอนที่อายุยังน้อย
การรับใช้พระยะโฮวา
สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน”
แต่มีอะไรไหมที่เราควรระวังตอนที่ตั้งเป้าหมาย
บางครั้งเราอาจจะตั้งเป้าหมาย
แบบกว้างๆไม่ชัดเจน
เราอาจบอกพระยะโฮวาว่า “ขอช่วยผม
ให้เป็นคนที่ดีขึ้น
ให้เป็นผู้รับใช้ที่ดีขึ้นของพระองค์”
มันค่อนข้างกว้างไปหน่อย
ถ้าพูดให้เจาะจงกว่านี้ก็จะดีกว่ามาก เช่น
“ขอช่วยผมควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น”
“ขอช่วยผมให้หลีกเลี่ยงความคิดที่ไม่สะอาด”
“ขอช่วยผมให้พอใจ
กับงานมอบหมายที่ได้รับในตอนนี้”
เจาะจงแบบนี้ดีกว่าใช่ไหม
แต่ในอีกด้านหนึ่ง
เราอาจตั้งเป้าแคบเกินไปหรือเจาะจงเกินไป
“ถ้าฉันได้รับใช้ที่เบเธลฉันก็จะมีความสุข”
แต่ไม่ว่าเราจะรับใช้ในรูปแบบไหน
พระยะโฮวาก็ช่วยเราให้มีความสุขได้
ดังนั้นคุณอาจจะนึกถึงงานรับใช้
ในรูปแบบอื่นๆ
ที่องค์การกำลังสนับสนุนให้ทำ
เราอาจถามตัวเองว่า
เราอยากได้แต่งานมอบหมายที่สำคัญไหม
ก็จริงที่เปาโลบอกใน 1 ทิโมธี 4:15 ว่า
เราต้องให้คนอื่นเห็น
ความก้าวหน้าของเราได้ชัดเจน
แต่ความก้าวหน้าที่พูดถึงนี้ไม่ได้หมายถึง
การได้รับงานมอบหมายพิเศษเท่านั้น
เช่น ได้เป็นผู้ดูแล เป็นผู้ดูแลแผนก
หรือได้บรรยายในการประชุมใหญ่
สำหรับผู้ช่วยงานรับใช้
คุณคงคาดหวังว่าวันหนึ่งจะได้เป็นผู้ดูแลแน่ๆ
ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี
เราอยากจะทำงานที่ดีเหมือนที่
1 ทิโมธี 3:1 บอกไว้
แต่งานหลักของผู้ดูแล
ไม่ใช่แค่การให้คำบรรยาย
แล้วพี่น้องก็ชื่นชม
ตบมือให้คุณ
แต่งานหลักจริงๆคือการบำรุงเลี้ยง
คือการอดทนฟังคนที่ทุกข์ใจ
เต็มใจช่วยพี่น้องแม้แต่ในเวลาที่เราไม่สะดวก
และยังหมายถึงการไปเยี่ยมพี่น้องที่ป่วย
หรือพยายามปรับความคิดของพี่น้อง
ที่ทำผิดอย่างอ่อนโยน
ถึงแม้เขาจะไม่อยากให้คุณช่วย
หรือถึงกับหงุดหงิดด้วยซ้ำ
ที่จริงเปาโลอธิบายต่อว่า
ความก้าวหน้าที่เขาพูดถึงมันหมายถึงอะไร
ดูด้วยกันครับที่ 1 ทิโมธีบท 4
เราจะอ่านในข้อ 12
ข้อนั้นบอกว่า “ให้คำพูด ความประพฤติ
ความรัก ความเชื่อ และความบริสุทธิ์ของคุณ
เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่ซื่อสัตย์”
คุณลักษณะเหล่านี้มีค่ามากใช่ไหมครับ
เอฟเฟซัส 4:13
สนับสนุนเราให้เติบโตอย่างเต็มที่
จนเป็นผู้ใหญ่เหมือนพระคริสต์
และในข้อมูลสำหรับศึกษาภาษาอังกฤษ
ของเอเฟซัส 4:13 บอกว่า
คริสเตียนทุกคนต้องตั้งเป้า
และพยายามที่จะเป็นคริสเตียนที่เป็นผู้ใหญ่
ดังนั้นพระยะโฮวาจะมีความสุข
ถ้าเราตั้งเป้าหมายที่แสดงว่าเรารักพระองค์
ขอให้เป้าหมายทุกอย่างในชีวิตของเรา
ทำให้ชื่อของพระยะโฮวา
เป็นที่เคารพนับถืออยู่เสมอ
-