โรเบิร์ต ซิแรงโก: คุณเชื่อเรื่องการอัศจรรย์ไหม? (กิจการ 24:15)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
คุณเชื่อเรื่องการอัศจรรย์ไหม?00:00:03
00:00:03
ถ้าคุณเชื่อว่าจะมีการฟื้นขึ้นจากตาย00:00:06
00:00:06
ก็แสดงว่า00:00:08
00:00:08
คุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเรื่องการอัศจรรย์00:00:10
00:00:10
เพราะการอัศจรรย์หมายถึง00:00:13
00:00:13
เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ00:00:15
00:00:15
ที่ผู้คนเชื่อกันว่าเกิดจากพลังอำนาจของพระเจ้า00:00:19
00:00:19
และมีแต่พระยะโฮวาเท่านั้น00:00:21
00:00:21
ที่คิดว่าจะให้คนตายกลับมามีชีวิตอีก00:00:24
00:00:24
เปาโลเป็นคนหนึ่ง
ที่เชื่อเรื่องการฟื้นขึ้นจากตายจริงๆ 00:00:28
00:00:28
ตอนที่เด็กหนุ่มที่ชื่อยุทิกัส00:00:31
00:00:31
ตกลงมาจากหน้าต่างชั้น 300:00:33
00:00:33
ลูกาที่เป็นหมอเข้าไปดู00:00:35
00:00:35
และบอกว่าเขาตายแล้ว00:00:36
00:00:37
แต่ด้วยพลังของพระเจ้า00:00:39
00:00:39
เปาโลปลุกเด็กหนุ่มคนนั้น00:00:40
00:00:40
ให้กลับมามีชีวิตอีก00:00:42
00:00:42
หลังจากเหตุการณ์นั้น00:00:44
00:00:44
ตอนที่เปาโลต้องพูดแก้คดี00:00:46
00:00:46
ต่อหน้าผู้ว่าราชการแคว้นยูเดีย00:00:48
00:00:48
เขาได้อธิบายเหตุผลว่า00:00:50
00:00:50
เขาเองก็เชื่อในพระเยซู00:00:52
00:00:52
เหมือนที่บอกใน
ข้อคัมภีร์ประจำวันของวันนี้ครับ00:00:55
00:00:55
ให้เราอ่านด้วยกันที่กิจการ 24:15 00:00:59
00:01:00
ที่นี่บอกว่า00:01:01
00:01:01
“และผมมีความหวังในพระเจ้า00:01:04
00:01:04
เหมือนที่พวกเขามี00:01:05
00:01:05
ความหวังของผมก็คือ00:01:07
00:01:07
ทั้งคนดี00:01:09
00:01:09
และคนชั่วจะฟื้นขึ้นจากตาย” 00:01:11
00:01:12
ความหวังที่เปาโลพูดถึงนี้00:01:14
00:01:14
ไม่ได้เป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆ00:01:17
00:01:17
หรือหลับหูหลับตาเชื่อ00:01:18
00:01:19
แต่เป็นความหวังแท้ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่มั่นคง00:01:23
00:01:23
ซึ่งก็คือความเชื่อ00:01:24
00:01:24
ในคำสัญญาของพระยะโฮวา00:01:26
00:01:27
มีอยู่ 2 ครั้ง00:01:28
00:01:28
ก่อนพระเยซูจะปลุกคนให้ฟื้นขึ้นจากตาย 00:01:31
00:01:31
ท่านบอกคนที่ดูอยู่ว่า00:01:33
00:01:33
ถ้าพวกเขามีความเชื่อ00:01:35
00:01:35
พวกเขาก็จะได้เห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง00:01:38
00:01:38
เช่น ที่ลูกา 8:50 00:01:40
00:01:40
ตอนที่ลูกสาวของไยรอสตาย00:01:42
00:01:42
ท่านบอกเขาว่า00:01:43
00:01:43
“ไม่ต้องกลัว ขอให้เชื่อเถอะ00:01:45
00:01:45
ลูกสาวคุณจะไม่เป็นอะไร” 00:01:47
00:01:47
แล้วพระเยซูก็ปลุกเด็กคนนั้นให้ฟื้นขึ้นมา00:01:50
00:01:50
ต่อมาที่ยอห์น 11:25 00:01:53
00:01:53
หลังจากลาซารัสตาย00:01:54
00:01:54
พระเยซูบอกมาร์ธาว่า 00:01:56
00:01:56
“ผมคือคนที่ปลุกคนตายให้ฟื้น00:01:58
00:01:58
และให้เขามีชีวิต00:02:00
00:02:00
คนที่แสดงความเชื่อในตัวผม00:02:02
00:02:02
ถึงแม้เขาตาย00:02:04
00:02:04
เขาก็จะมีชีวิตอีก” 00:02:06
00:02:06
แล้วท่าน00:02:06
00:02:06
ก็ปลุกลาซารัสให้ฟื้นขึ้นจากตาย00:02:09
00:02:10
ความเชื่อ00:02:12
00:02:12
ทำให้ความหวัง
เรื่องการฟื้นขึ้นจากตายของเราชัดเจน00:02:15
00:02:15
ยังไงครับ00:02:16
00:02:17
เปาโลได้รับการดลใจให้อธิบาย
ความหมายของความเชื่อ00:02:21
00:02:21
ไว้ในฮีบรู 11:1 00:02:23
00:02:23
ดูด้วยกันครับ00:02:24
00:02:24
ว่าเรื่องนี้00:02:25
00:02:25
เกี่ยวข้องกับการฟื้นขึ้นจากตายยังไง00:02:28
00:02:28
ความเชื่อที่เปาโลพูดถึงนี้00:02:30
00:02:30
เกี่ยวข้องกับสองอย่าง00:02:32
00:02:32
คือหนึ่ง00:02:33
00:02:33
เป็นความมั่นใจเพราะมีเหตุผลหนักแน่น00:02:36
00:02:36
ว่าสิ่งที่หวังไว้จะเกิดขึ้น00:02:38
00:02:38
ถ้าคุณมีความเชื่อ00:02:40
00:02:40
คุณจะมั่นใจว่าทุกอย่างที่พระยะโฮวาพูด00:02:43
00:02:43
เป็นความจริง00:02:44
00:02:44
และจะเกิดขึ้นจริง00:02:46
00:02:46
พระยะโฮวาให้มีการบันทึก00:02:47
00:02:47
เรื่องการฟื้นขึ้นจากตาย 9 ครั้งในพระคัมภีร์ 00:02:50
00:02:50
3 ครั้งอยู่ในภาคภาษาฮีบรู00:02:53
00:02:53
และอีก 6 ครั้งอยู่ในภาคภาษากรีก00:02:55
00:02:56
เรารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะพูดโกหก00:02:58
00:02:58
และพระองค์เป็นผู้ดลใจ00:02:59
00:02:59
ให้มีการบันทึกการอัศจรรย์เหล่านี้00:03:02
00:03:02
เลยไม่มีเหตุผลที่เราจะสงสัย00:03:05
00:03:05
แล้วเราสามารถมั่นใจได้ว่า00:03:07
00:03:07
คนที่เรารักที่ตายไปแล้วจะถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมา00:03:10
00:03:11
สอง00:03:12
00:03:12
ความเชื่อเป็นความแน่ใจ00:03:13
00:03:13
เพราะมีหลักฐานชัดเจน00:03:14
00:03:14
ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นมีจริง00:03:17
00:03:17
บางครั้งในวีดีโอของเรา00:03:19
00:03:19
มีฉากการฟื้นขึ้นจากตาย00:03:20
00:03:20
ของคนในสมัยคัมภีร์ไบเบิล00:03:23
00:03:23
และฉากของคนที่จะฟื้นขึ้นจากตายในอนาคต00:03:26
00:03:27
แต่นี่ก็ไม่เหมือนกับการได้เห็น00:03:30
00:03:30
คนที่ถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นจากตาย00:03:33
00:03:33
ด้วยตาของเราเอง00:03:34
00:03:35
แต่พอจะมีหลักฐาน00:03:37
00:03:37
ที่พิสูจน์ได้ไหมครับ00:03:39
00:03:39
ว่าอะไรที่ตายไปแล้ว00:03:41
00:03:41
จะสามารถกลับมามีชีวิตอีกได้00:03:44
00:03:44
มีครับ00:03:45
00:03:45
พระเยซูพูดถึงเรื่องนี้00:03:47
00:03:47
ในคำบรรยายบนภูเขา00:03:49
00:03:49
ให้เราอ่านด้วยกันครับ00:03:51
00:03:51
ที่มัทธิวบท 6 00:03:53
00:03:53
ตอนนั้น00:03:54
00:03:54
พระเยซูบอกคนที่ฟังท่าน00:03:56
00:03:56
ให้เลิกกังวลกับชีวิตความเป็นอยู่00:03:59
00:03:59
และบอกว่า00:04:00
00:04:00
ถ้าพวกเขาให้การปกครองของพระเจ้า00:04:03
00:04:03
และความถูกต้องชอบธรรม
ของพระองค์สำคัญที่สุด00:04:06
00:04:06
พระองค์ก็จะให้พวกเขามีสิ่งจำเป็น00:04:08
00:04:08
ให้เราดูสองแง่มุมเกี่ยวกับความเชื่อ00:04:10
00:04:10
ในฮีบรู 11:1 อีกครั้ง00:04:13
00:04:13
และดูว่าพระเยซูทำอะไร00:04:15
00:04:15
เพื่อช่วยผู้ฟังให้มั่นใจในคำสัญญานี้?00:04:18
00:04:18
ที่มัทธิว 6:32 ท่านบอกว่า00:04:21
00:04:21
“พระเจ้ารู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมีของทั้งหมดนี้”00:04:24
00:04:24
พระเยซูลูกของพระเจ้า00:04:27
00:04:27
บอกเองเลยว่า00:04:28
00:04:28
พ่อในสวรรค์จะดูแลให้พวกเขามีสิ่งจำเป็น00:04:31
00:04:31
นี่เป็นเหมือนเหตุผลหนักแน่นที่รับประกันว่า00:04:35
00:04:35
สิ่งที่หวังไว้จะเกิดขึ้น00:04:37
00:04:37
พระเยซูยังให้หลักฐานที่ชัดเจนกับพวกเขาด้วย00:04:41
00:04:41
ดูด้วยกันที่ข้อ 26 ครับ00:04:43
00:04:43
ท่านบอกพวกเขาว่า00:04:45
00:04:45
“ดูนกที่บินบนฟ้าสิ00:04:47
00:04:47
พวกมันไม่ได้หว่านหรือเก็บเกี่ยว00:04:48
00:04:48
หรือสะสมเมล็ดพืชไว้ในยุ้งฉาง00:04:51
00:04:51
แต่พระยะโฮวาเลี้ยงดูพวกมัน”00:04:53
00:04:53
และในข้อ 28 ท่านก็บอกว่า00:04:55
00:04:55
“ดูดอกไม้ในทุ่งสิมันงอกงามขึ้นได้อย่างไร00:04:59
00:04:59
มันไม่ต้องตรากตรำทำงานและไม่ต้องทอผ้า”00:05:02
00:05:02
แต่พระยะโฮวาก็ตกแต่งพวกมัน00:05:04
00:05:04
นี่พิสูจน์ว่า00:05:05
00:05:05
ถ้าเราให้พระยะโฮวาสำคัญที่สุด00:05:07
00:05:07
พระองค์จะดูแลและให้สิ่งจำเป็นกับเรา00:05:10
00:05:10
ทีนี้00:05:11
00:05:11
ให้เรามาดูบทเรียนจากดอกไม้ในทุ่งบ้างครับ00:05:14
00:05:14
การเติบโตของมัน00:05:16
00:05:16
ช่วยเราให้มั่นใจในคำสัญญา00:05:19
00:05:19
เรื่องการฟื้นขึ้นจากตายมากขึ้นได้ยังไง00:05:22
00:05:22
ข้อมูลสำหรับศึกษาบอกว่า00:05:24
00:05:24
ดอกไม้เหล่านี้อาจหมายถึง00:05:26
00:05:26
ดอกไม้ชนิดอื่นๆที่คล้ายดอกลิลลี่00:05:29
00:05:29
เช่น ทิวลิป00:05:30
00:05:30
ไอริส00:05:31
00:05:31
ไฮยาซินธ์00:05:32
00:05:32
และแกลดิโอลัส00:05:33
00:05:33
ดอกไม้เหล่านี้มีบางสิ่งที่เหมือนกัน00:05:36
00:05:36
คือวิธีที่มันงอก00:05:37
00:05:37
แล้วมันงอกได้ยังไง00:05:39
00:05:39
ให้เรามาเรียนเรื่องพืชกันสักนิดครับ00:05:41
00:05:41
ดอกไม้พวกนี้เป็นไม้ล้มลุก00:05:44
00:05:44
ที่ไม่ได้งอกออกจากเมล็ด00:05:46
00:05:46
แต่งอกจากหัวที่อยู่ใต้ดิน00:05:48
00:05:48
ดอกไม้พวกนี้จะตายทุกปี00:05:51
00:05:51
และงอกขึ้นใหม่ในฤดูกาลถัดไป00:05:53
00:05:53
นี่คือหัวของดอกทิวลิปครับ00:05:56
00:05:57
และ00:05:58
00:05:58
ในหัวของดอกทิวลิป00:05:59
00:05:59
ที่เล็กๆนี้00:06:01
00:06:01
มีสิ่งจำเป็นทุกอย่าง00:06:03
00:06:03
ที่ช่วยให้มันงอกและเจริญเติบโตขึ้นมาได้00:06:06
00:06:06
ในหัวนี้มีราก 00:06:09
00:06:09
มีลำต้น00:06:10
00:06:10
มีใบ00:06:11
00:06:11
ต้นอ่อน00:06:11
00:06:11
และอาหารที่ช่วยให้มันเติบโต00:06:14
00:06:14
ในช่วงฤดูหนาวที่ยาวนานหลายเดือน 00:06:17
00:06:17
หัวของดอกไม้ที่อยู่ใต้ดินจะอยู่ในระยะพักตัว00:06:21
00:06:21
คือไม่เจริญเติบโตเหมือนมันกำลังหลับ00:06:23
00:06:24
แต่พอถึงฤดูใบไม้ผลิ00:06:26
00:06:26
ดินก็จะอุ่นและอ่อนนุ่มขึ้น00:06:28
00:06:28
ต้นอ่อนก็จะงอกขึ้นมาจากหัว00:06:30
00:06:30
จากนั้นต้นอ่อนจะค่อยๆเติบโตขึ้นมา00:06:33
00:06:33
จนพ้นจากดิน00:06:35
00:06:35
ทำให้เรามองเห็นได้00:06:37
00:06:37
และตอนนั้นแหละครับ00:06:39
00:06:39
ทุกคนที่เห็นดอกไม้นี้00:06:41
00:06:41
จะได้เห็นหลักฐานชัดเจน00:06:43
00:06:43
ว่ามันยังมีชีวิตอยู่00:06:45
00:06:47
ตัวอย่างดอกไม้ในทุ่ง00:06:49
00:06:49
และการเจริญเติบโตของมัน00:06:51
00:06:51
สอนบทเรียนให้เรา 2 อย่างครับ00:06:53
00:06:53
อย่างแรก00:06:54
00:06:54
วิธีที่พระยะโฮวาตกแต่งดอกไม้00:06:56
00:06:56
ทำให้เรามั่นใจว่าพระองค์จะดูแล00:06:59
00:06:59
ให้เรามีสิ่งจำเป็น00:07:00
00:07:01
และวิธีที่พระยะโฮวา00:07:03
00:07:03
สร้างดอกไม้พวกนี้ให้กลับมามีชีวิตทุกๆปี00:07:06
00:07:06
ทำให้เรามั่นใจว่า00:07:08
00:07:08
พระองค์จะทำให้คนตายกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้00:07:11
00:07:12
หลักฐานที่เราเห็นในธรรมชาติ00:07:14
00:07:14
รวมถึงการฟื้นขึ้นจากตาย00:07:15
00:07:15
ที่เคยเกิดขึ้นในสมัยคัมภีร์ไบเบิล00:07:18
00:07:18
ทำให้เรายิ่งมั่นใจว่า00:07:20
00:07:20
อีกไม่นาน00:07:22
00:07:22
เราจะได้เห็นคนที่เรารัก00:07:23
00:07:23
ที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง00:07:26
00:07:27
แน่นอนว่าพระยะโฮวา00:07:29
00:07:29
สามารถจำรายละเอียดทุกอย่าง00:07:31
00:07:31
ของมนุษย์แต่ละคนได้00:07:33
00:07:33
นี่รวมถึงดีเอ็นเอของพวกเขาด้วย00:07:36
00:07:36
ดังนั้น00:07:37
00:07:37
ถึงเขาจะถูกสร้างขึ้นใหม่00:07:39
00:07:39
และเขาก็ยังเป็นคนเดิม00:07:40
00:07:40
เหมือนกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่00:07:42
00:07:42
พวกเขาจะมีหน้าตาเหมือนเดิม00:07:45
00:07:45
วิธีพูดเหมือนเดิม00:07:46
00:07:46
และคิดเหมือนเดิม00:07:47
00:07:47
คนอื่นจะจำเขาได้00:07:49
00:07:49
และเขาก็จำตัวเองได้ด้วย00:07:51
00:07:52
ให้เราดูที่อิสยาห์บท 26 ด้วยกันครับ00:07:56
00:07:56
อิสยาห์ 2600:07:57
00:07:57
ในข้อ 19 00:07:59
00:07:59
ผู้พยากรณ์อิสยาห์00:08:01
00:08:01
ทำให้เราเห็นภาพของการอัศจรรย์00:08:03
00:08:03
เรื่องการฟื้นขึ้นจากตายได้อย่างชัดเจน00:08:06
00:08:06
ที่นี่อ่านว่า 00:08:07
00:08:07
“คนของพวกเจ้าที่ตายแล้วจะมีชีวิตอีก00:08:11
00:08:11
ศพที่เป็นของเราจะลุกขึ้น00:08:13
00:08:13
และพวกเจ้าที่เป็นดินไปแล้วตื่นขึ้นเถอะ00:08:16
00:08:16
และโห่ร้องยินดี00:08:17
00:08:17
เพราะน้ำค้างของพวกเจ้า00:08:19
00:08:19
เป็นเหมือนน้ำค้างในตอนเช้า00:08:21
00:08:21
และโลกจะปล่อยคนตายกลับคืนมา”00:08:24
00:08:24
น่าตื่นเต้นใช่ไหมครับ00:08:26
00:08:26
คนที่ตายไปแล้ว00:08:28
00:08:28
จะกลับมามีชีวิตอีก00:08:30
00:08:31
และพวกเขาจะโห่ร้องด้วยความยินดี00:08:34
00:08:34
เรารอคอยให้คำสัญญานี้เกิดขึ้นจริงในโลกใหม่00:08:38
00:08:38
รอเวลาที่เราจะได้เห็น00:08:40
00:08:40
และกอดคนที่เรารักอีกครั้ง00:08:42
00:08:42
ดังนั้น00:08:43
00:08:43
ตอนที่คุณออกไปเดินเล่นในฤดูใบไม้ผลิ00:08:46
00:08:46
และเห็นดอกลิลลี่ที่กลับมาเบ่งบานอีกครั้ง00:08:49
00:08:49
ก็ขอให้นึกถึงคำสัญญานี้นะครับ00:08:51
00:08:51
ให้เรามาดูข้อคัมภีร์อีกข้อที่น่าสนใจ00:08:54
00:08:54
ในสดุดีบท 27 00:08:55
00:08:55
ซึ่งผู้เขียนคือดาวิด00:08:57
00:08:57
เขาพูดถึงอนาคตที่ยอดเยี่ยม00:09:00
00:09:00
ที่ให้ความหวังกับเรา00:09:02
00:09:02
เรื่องนี้อยู่ในสดุดีบท 2700:09:04
00:09:04
ให้เราเริ่มอ่านที่ข้อ 13 ครับ00:09:06
00:09:07
“ถ้าผมไม่เชื่อว่าจะได้เห็นความดีของพระยะโฮวา00:09:10
00:09:10
เมื่อยังมีชีวิตอยู่00:09:12
00:09:12
ตอนนี้ผมจะเป็นอย่างไร00:09:14
00:09:14
รอคอยพระยะโฮวาเถอะ00:09:16
00:09:16
กล้าหาญและเข้มแข็งเข้าไว้00:09:19
00:09:19
รอคอยพระยะโฮวาเถอะ”00:09:20
00:09:21
ทำไมเราถึงมั่นใจว่า00:09:23
00:09:23
เราจะได้เจอกับคนที่เรารักอีกครั้ง00:09:26
00:09:26
“ตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่” 00:09:27
00:09:28
ก็เพราะเราเชื่อ00:09:30
00:09:30
เหมือนที่อัครสาวกเปาโลบอก00:09:32
00:09:32
คือ “เชื่อว่าจะมีการฟื้นขึ้นจากตาย”00:09:35
โรเบิร์ต ซิแรงโก: คุณเชื่อเรื่องการอัศจรรย์ไหม? (กิจการ 24:15)
-
โรเบิร์ต ซิแรงโก: คุณเชื่อเรื่องการอัศจรรย์ไหม? (กิจการ 24:15)
คุณเชื่อเรื่องการอัศจรรย์ไหม?
ถ้าคุณเชื่อว่าจะมีการฟื้นขึ้นจากตาย
ก็แสดงว่า
คุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเรื่องการอัศจรรย์
เพราะการอัศจรรย์หมายถึง
เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ
ที่ผู้คนเชื่อกันว่าเกิดจากพลังอำนาจของพระเจ้า
และมีแต่พระยะโฮวาเท่านั้น
ที่คิดว่าจะให้คนตายกลับมามีชีวิตอีก
เปาโลเป็นคนหนึ่ง
ที่เชื่อเรื่องการฟื้นขึ้นจากตายจริงๆ
ตอนที่เด็กหนุ่มที่ชื่อยุทิกัส
ตกลงมาจากหน้าต่างชั้น 3
ลูกาที่เป็นหมอเข้าไปดู
และบอกว่าเขาตายแล้ว
แต่ด้วยพลังของพระเจ้า
เปาโลปลุกเด็กหนุ่มคนนั้น
ให้กลับมามีชีวิตอีก
หลังจากเหตุการณ์นั้น
ตอนที่เปาโลต้องพูดแก้คดี
ต่อหน้าผู้ว่าราชการแคว้นยูเดีย
เขาได้อธิบายเหตุผลว่า
เขาเองก็เชื่อในพระเยซู
เหมือนที่บอกใน
ข้อคัมภีร์ประจำวันของวันนี้ครับ
ให้เราอ่านด้วยกันที่กิจการ 24:15
ที่นี่บอกว่า
“และผมมีความหวังในพระเจ้า
เหมือนที่พวกเขามี
ความหวังของผมก็คือ
ทั้งคนดี
และคนชั่วจะฟื้นขึ้นจากตาย”
ความหวังที่เปาโลพูดถึงนี้
ไม่ได้เป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆ
หรือหลับหูหลับตาเชื่อ
แต่เป็นความหวังแท้ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่มั่นคง
ซึ่งก็คือความเชื่อ
ในคำสัญญาของพระยะโฮวา
มีอยู่ 2 ครั้ง
ก่อนพระเยซูจะปลุกคนให้ฟื้นขึ้นจากตาย
ท่านบอกคนที่ดูอยู่ว่า
ถ้าพวกเขามีความเชื่อ
พวกเขาก็จะได้เห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง
เช่น ที่ลูกา 8:50
ตอนที่ลูกสาวของไยรอสตาย
ท่านบอกเขาว่า
“ไม่ต้องกลัว ขอให้เชื่อเถอะ
ลูกสาวคุณจะไม่เป็นอะไร”
แล้วพระเยซูก็ปลุกเด็กคนนั้นให้ฟื้นขึ้นมา
ต่อมาที่ยอห์น 11:25
หลังจากลาซารัสตาย
พระเยซูบอกมาร์ธาว่า
“ผมคือคนที่ปลุกคนตายให้ฟื้น
และให้เขามีชีวิต
คนที่แสดงความเชื่อในตัวผม
ถึงแม้เขาตาย
เขาก็จะมีชีวิตอีก”
แล้วท่าน
ก็ปลุกลาซารัสให้ฟื้นขึ้นจากตาย
ความเชื่อ
ทำให้ความหวัง
เรื่องการฟื้นขึ้นจากตายของเราชัดเจน
ยังไงครับ
เปาโลได้รับการดลใจให้อธิบาย
ความหมายของความเชื่อ
ไว้ในฮีบรู 11:1
ดูด้วยกันครับ
ว่าเรื่องนี้
เกี่ยวข้องกับการฟื้นขึ้นจากตายยังไง
ความเชื่อที่เปาโลพูดถึงนี้
เกี่ยวข้องกับสองอย่าง
คือหนึ่ง
เป็นความมั่นใจเพราะมีเหตุผลหนักแน่น
ว่าสิ่งที่หวังไว้จะเกิดขึ้น
ถ้าคุณมีความเชื่อ
คุณจะมั่นใจว่าทุกอย่างที่พระยะโฮวาพูด
เป็นความจริง
และจะเกิดขึ้นจริง
พระยะโฮวาให้มีการบันทึก
เรื่องการฟื้นขึ้นจากตาย 9 ครั้งในพระคัมภีร์
3 ครั้งอยู่ในภาคภาษาฮีบรู
และอีก 6 ครั้งอยู่ในภาคภาษากรีก
เรารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะพูดโกหก
และพระองค์เป็นผู้ดลใจ
ให้มีการบันทึกการอัศจรรย์เหล่านี้
เลยไม่มีเหตุผลที่เราจะสงสัย
แล้วเราสามารถมั่นใจได้ว่า
คนที่เรารักที่ตายไปแล้วจะถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมา
สอง
ความเชื่อเป็นความแน่ใจ
เพราะมีหลักฐานชัดเจน
ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นมีจริง
บางครั้งในวีดีโอของเรา
มีฉากการฟื้นขึ้นจากตาย
ของคนในสมัยคัมภีร์ไบเบิล
และฉากของคนที่จะฟื้นขึ้นจากตายในอนาคต
แต่นี่ก็ไม่เหมือนกับการได้เห็น
คนที่ถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นจากตาย
ด้วยตาของเราเอง
แต่พอจะมีหลักฐาน
ที่พิสูจน์ได้ไหมครับ
ว่าอะไรที่ตายไปแล้ว
จะสามารถกลับมามีชีวิตอีกได้
มีครับ
พระเยซูพูดถึงเรื่องนี้
ในคำบรรยายบนภูเขา
ให้เราอ่านด้วยกันครับ
ที่มัทธิวบท 6
ตอนนั้น
พระเยซูบอกคนที่ฟังท่าน
ให้เลิกกังวลกับชีวิตความเป็นอยู่
และบอกว่า
ถ้าพวกเขาให้การปกครองของพระเจ้า
และความถูกต้องชอบธรรม
ของพระองค์สำคัญที่สุด
พระองค์ก็จะให้พวกเขามีสิ่งจำเป็น
ให้เราดูสองแง่มุมเกี่ยวกับความเชื่อ
ในฮีบรู 11:1 อีกครั้ง
และดูว่าพระเยซูทำอะไร
เพื่อช่วยผู้ฟังให้มั่นใจในคำสัญญานี้?
ที่มัทธิว 6:32 ท่านบอกว่า
“พระเจ้ารู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมีของทั้งหมดนี้”
พระเยซูลูกของพระเจ้า
บอกเองเลยว่า
พ่อในสวรรค์จะดูแลให้พวกเขามีสิ่งจำเป็น
นี่เป็นเหมือนเหตุผลหนักแน่นที่รับประกันว่า
สิ่งที่หวังไว้จะเกิดขึ้น
พระเยซูยังให้หลักฐานที่ชัดเจนกับพวกเขาด้วย
ดูด้วยกันที่ข้อ 26 ครับ
ท่านบอกพวกเขาว่า
“ดูนกที่บินบนฟ้าสิ
พวกมันไม่ได้หว่านหรือเก็บเกี่ยว
หรือสะสมเมล็ดพืชไว้ในยุ้งฉาง
แต่พระยะโฮวาเลี้ยงดูพวกมัน”
และในข้อ 28 ท่านก็บอกว่า
“ดูดอกไม้ในทุ่งสิมันงอกงามขึ้นได้อย่างไร
มันไม่ต้องตรากตรำทำงานและไม่ต้องทอผ้า”
แต่พระยะโฮวาก็ตกแต่งพวกมัน
นี่พิสูจน์ว่า
ถ้าเราให้พระยะโฮวาสำคัญที่สุด
พระองค์จะดูแลและให้สิ่งจำเป็นกับเรา
ทีนี้
ให้เรามาดูบทเรียนจากดอกไม้ในทุ่งบ้างครับ
การเติบโตของมัน
ช่วยเราให้มั่นใจในคำสัญญา
เรื่องการฟื้นขึ้นจากตายมากขึ้นได้ยังไง
ข้อมูลสำหรับศึกษาบอกว่า
ดอกไม้เหล่านี้อาจหมายถึง
ดอกไม้ชนิดอื่นๆที่คล้ายดอกลิลลี่
เช่น ทิวลิป
ไอริส
ไฮยาซินธ์
และแกลดิโอลัส
ดอกไม้เหล่านี้มีบางสิ่งที่เหมือนกัน
คือวิธีที่มันงอก
แล้วมันงอกได้ยังไง
ให้เรามาเรียนเรื่องพืชกันสักนิดครับ
ดอกไม้พวกนี้เป็นไม้ล้มลุก
ที่ไม่ได้งอกออกจากเมล็ด
แต่งอกจากหัวที่อยู่ใต้ดิน
ดอกไม้พวกนี้จะตายทุกปี
และงอกขึ้นใหม่ในฤดูกาลถัดไป
นี่คือหัวของดอกทิวลิปครับ
และ
ในหัวของดอกทิวลิป
ที่เล็กๆนี้
มีสิ่งจำเป็นทุกอย่าง
ที่ช่วยให้มันงอกและเจริญเติบโตขึ้นมาได้
ในหัวนี้มีราก
มีลำต้น
มีใบ
ต้นอ่อน
และอาหารที่ช่วยให้มันเติบโต
ในช่วงฤดูหนาวที่ยาวนานหลายเดือน
หัวของดอกไม้ที่อยู่ใต้ดินจะอยู่ในระยะพักตัว
คือไม่เจริญเติบโตเหมือนมันกำลังหลับ
แต่พอถึงฤดูใบไม้ผลิ
ดินก็จะอุ่นและอ่อนนุ่มขึ้น
ต้นอ่อนก็จะงอกขึ้นมาจากหัว
จากนั้นต้นอ่อนจะค่อยๆเติบโตขึ้นมา
จนพ้นจากดิน
ทำให้เรามองเห็นได้
และตอนนั้นแหละครับ
ทุกคนที่เห็นดอกไม้นี้
จะได้เห็นหลักฐานชัดเจน
ว่ามันยังมีชีวิตอยู่
ตัวอย่างดอกไม้ในทุ่ง
และการเจริญเติบโตของมัน
สอนบทเรียนให้เรา 2 อย่างครับ
อย่างแรก
วิธีที่พระยะโฮวาตกแต่งดอกไม้
ทำให้เรามั่นใจว่าพระองค์จะดูแล
ให้เรามีสิ่งจำเป็น
และวิธีที่พระยะโฮวา
สร้างดอกไม้พวกนี้ให้กลับมามีชีวิตทุกๆปี
ทำให้เรามั่นใจว่า
พระองค์จะทำให้คนตายกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้
หลักฐานที่เราเห็นในธรรมชาติ
รวมถึงการฟื้นขึ้นจากตาย
ที่เคยเกิดขึ้นในสมัยคัมภีร์ไบเบิล
ทำให้เรายิ่งมั่นใจว่า
อีกไม่นาน
เราจะได้เห็นคนที่เรารัก
ที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
แน่นอนว่าพระยะโฮวา
สามารถจำรายละเอียดทุกอย่าง
ของมนุษย์แต่ละคนได้
นี่รวมถึงดีเอ็นเอของพวกเขาด้วย
ดังนั้น
ถึงเขาจะถูกสร้างขึ้นใหม่
และเขาก็ยังเป็นคนเดิม
เหมือนกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
พวกเขาจะมีหน้าตาเหมือนเดิม
วิธีพูดเหมือนเดิม
และคิดเหมือนเดิม
คนอื่นจะจำเขาได้
และเขาก็จำตัวเองได้ด้วย
ให้เราดูที่อิสยาห์บท 26 ด้วยกันครับ
อิสยาห์ 26
ในข้อ 19
ผู้พยากรณ์อิสยาห์
ทำให้เราเห็นภาพของการอัศจรรย์
เรื่องการฟื้นขึ้นจากตายได้อย่างชัดเจน
ที่นี่อ่านว่า
“คนของพวกเจ้าที่ตายแล้วจะมีชีวิตอีก
ศพที่เป็นของเราจะลุกขึ้น
และพวกเจ้าที่เป็นดินไปแล้วตื่นขึ้นเถอะ
และโห่ร้องยินดี
เพราะน้ำค้างของพวกเจ้า
เป็นเหมือนน้ำค้างในตอนเช้า
และโลกจะปล่อยคนตายกลับคืนมา”
น่าตื่นเต้นใช่ไหมครับ
คนที่ตายไปแล้ว
จะกลับมามีชีวิตอีก
และพวกเขาจะโห่ร้องด้วยความยินดี
เรารอคอยให้คำสัญญานี้เกิดขึ้นจริงในโลกใหม่
รอเวลาที่เราจะได้เห็น
และกอดคนที่เรารักอีกครั้ง
ดังนั้น
ตอนที่คุณออกไปเดินเล่นในฤดูใบไม้ผลิ
และเห็นดอกลิลลี่ที่กลับมาเบ่งบานอีกครั้ง
ก็ขอให้นึกถึงคำสัญญานี้นะครับ
ให้เรามาดูข้อคัมภีร์อีกข้อที่น่าสนใจ
ในสดุดีบท 27
ซึ่งผู้เขียนคือดาวิด
เขาพูดถึงอนาคตที่ยอดเยี่ยม
ที่ให้ความหวังกับเรา
เรื่องนี้อยู่ในสดุดีบท 27
ให้เราเริ่มอ่านที่ข้อ 13 ครับ
“ถ้าผมไม่เชื่อว่าจะได้เห็นความดีของพระยะโฮวา
เมื่อยังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้ผมจะเป็นอย่างไร
รอคอยพระยะโฮวาเถอะ
กล้าหาญและเข้มแข็งเข้าไว้
รอคอยพระยะโฮวาเถอะ”
ทำไมเราถึงมั่นใจว่า
เราจะได้เจอกับคนที่เรารักอีกครั้ง
“ตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่”
ก็เพราะเราเชื่อ
เหมือนที่อัครสาวกเปาโลบอก
คือ “เชื่อว่าจะมีการฟื้นขึ้นจากตาย”
-