ไคลฟ์ มาร์ติน: เราได้ประโยชน์จากค่าไถ่ที่เป็นของขวัญจากพระเจ้า (สดุดี 27:13)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
ถ้าคุณแสดงความเชื่อในค่าไถ่00:00:04
00:00:04
คุณก็จะมีชีวิตตลอดไป00:00:06
00:00:06
เราสอนเรื่องนี้และก็ชอบคำสอนนี้ด้วย00:00:09
00:00:09
แต่เราจะได้รับประโยชน์จากค่าไถ่ที่เป็นของขวัญ00:00:13
00:00:13
เฉพาะแค่ในอนาคตเท่านั้นไหม?00:00:15
00:00:16
ไม่ครับ00:00:17
00:00:17
ที่จริง00:00:18
00:00:18
ความเชื่อในค่าไถ่00:00:20
00:00:20
ทำให้เราสามารถ
มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระยะโฮวา00:00:24
00:00:24
และสามารถสนิทกับพระองค์ได้00:00:27
00:00:27
และนี่ยังทำให้เราได้เห็นความดีของพระยะโฮวา00:00:30
00:00:30
และความรักที่มั่นคงของพระองค์ด้วย00:00:33
00:00:33
เราได้รับประโยชน์จาก 2 อย่างนี้00:00:35
00:00:35
ทุกวันเลยครับ00:00:37
00:00:37
ให้เราดูว่าเรื่องนี้สำคัญกับเรายังไง00:00:41
00:00:42
เปิดดูด้วยกันครับ00:00:43
00:00:43
ที่สดุดี 27:1300:00:48
00:00:49
ข้อนี้ดาวิดคิดใคร่ครวญ00:00:50
00:00:50
ถึงความดีของพระยะโฮวา00:00:53
00:00:53
และความรักที่มั่นคงของพระองค์00:00:55
00:00:56
หลังจากได้เห็นความดี00:00:58
00:00:58
ที่พระยะโฮวาแสดงต่อเขาในทุกๆ วัน00:01:02
00:01:02
ดาวิดเลยบอกในข้อ 13 00:01:04
00:01:04
ไว้อย่างนี้ครับ00:01:05
00:01:05
"ถ้าผมไม่เชื่อว่าจะได้เห็นความดีของพระยะโฮวา00:01:08
00:01:08
เมื่อยังมีชีวิตอยู่00:01:10
00:01:10
ตอนนี้ผมจะเป็นอย่างไร"00:01:12
00:01:13
แล้วเราล่ะครับ?00:01:15
00:01:15
ให้เราหยุดคิดสักนิดหนึ่ง00:01:17
00:01:17
ถ้าไม่มีค่าไถ่00:01:19
00:01:19
ถ้าพระยะโฮวา00:01:20
00:01:20
ไม่ได้แสดงความดีต่อเราในทุกๆวัน00:01:23
00:01:23
ชีวิตเราจะเป็นยังไง? 00:01:25
00:01:26
ไม่อยากจะคิดเลยใช่ไหมครับ00:01:28
00:01:28
เพราะฉะนั้น00:01:29
00:01:29
ดีที่เราจะคิดถึงเรื่องนี้เป็นระยะๆ00:01:33
00:01:33
แล้วเราก็จะรู้ว่าเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น00:01:36
00:01:36
เราต้องรับรู้และสัมผัสได้ว่า00:01:39
00:01:39
พระยะโฮวาแสดงความดีกับเราในทุกๆวัน00:01:43
00:01:43
เอาล่ะให้เรามาดูกันครับว่า00:01:46
00:01:46
พระยะโฮวาทำดีกับเราในวิธีไหนบ้าง?00:01:49
00:01:49
เนื่องจากเรามีความเชื่อในพระองค์00:01:52
00:01:52
และเชื่อในค่าไถ่00:01:53
00:01:53
ให้เรามาเขียนด้วยกันครับ00:01:55
00:01:55
สิ่งที่ดาวิดพูดในสดุดีจะช่วยเรา00:01:58
00:01:58
ตอนต้นของสดุดีบท 2700:02:00
00:02:01
เราจะเห็นความดี
อย่างแรกของพระยะโฮวา00:02:04
00:02:04
ดาวิดบอกว่า00:02:05
00:02:05
"พระยะโฮวาเป็นแสงสว่าง00:02:06
00:02:06
และเป็นความรอดของผม00:02:08
00:02:08
ผมจะต้องกลัวใคร00:02:10
00:02:10
พระยะโฮวาเป็นที่มั่นของชีวิตผม00:02:12
00:02:12
ผมจะต้องเกรงกลัวใคร00:02:14
00:02:14
เมื่อพวกคนชั่วที่เป็นศัตรูของผมมาทำร้าย00:02:17
00:02:17
และจะกินเนื้อผม00:02:19
00:02:19
พวกเขาก็สะดุดล้มลง"00:02:21
00:02:21
ทำไมดาวิดเอาชนะศัตรูได้00:02:24
00:02:24
เป็นเพราะเขารบเก่งไหม?00:02:25
00:02:25
ไม่ใช่00:02:27
00:02:27
เพราะเขาบอกว่า00:02:28
00:02:28
เพราะพระยะโฮวาเป็นที่มั่นของชีวิตเขา 00:02:32
00:02:33
พระยะโฮวา00:02:34
00:02:34
แสดงความรักที่มั่นคงกับดาวิด00:02:36
00:02:36
และช่วยเหลือเขาตลอดในช่วงที่เจอปัญหา00:02:39
00:02:40
เขาเลยเอาชนะได้00:02:42
00:02:42
และเมื่อดาวิดคิดใคร่ครวญ00:02:44
00:02:44
ว่าพระยะโฮวาแสดงความรักที่มั่นคง00:02:46
00:02:46
และช่วยเหลือเขายังไง00:02:48
00:02:48
เขาก็เข้าใจจุดสำคัญ00:02:50
00:02:50
เขาบอกในข้อ 3 ว่า00:02:52
00:02:52
"แม้มีกองทัพมาตั้งค่ายล้อมผม00:02:55
00:02:55
ผมก็จะไม่กลัว00:02:57
00:02:57
แม้มีคนมาทำสงครามกับผม00:02:59
00:02:59
ผมก็ยังมั่นใจในพระองค์"00:03:01
00:03:03
แล้วดาวิดมั่นใจมากขนาดไหน00:03:06
00:03:06
ว่าพระยะโฮวามีความรักที่มั่นคง?00:03:08
00:03:08
ดูที่ข้อ 10 ครับ00:03:10
00:03:11
"ถึงแม้00:03:12
00:03:12
พ่อแม่แท้ๆจะทิ้งผม00:03:15
00:03:16
[ซึ่งมันไม่มีทางเกิดขึ้น00:03:18
00:03:18
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น]00:03:19
00:03:19
พระยะโฮวาก็จะรับผมไว้"00:03:22
00:03:22
เป็นอย่างนั้นจริงใช่ไหมครับ00:03:24
00:03:24
เมื่อเราได้เห็นความรักที่มั่นคง00:03:26
00:03:26
และความช่วยเหลือจากพระยะโฮวา00:03:28
00:03:28
ก็ทำให้เรามั่นใจ00:03:30
00:03:30
ว่าพระองค์จะช่วยเรา00:03:32
00:03:32
แม้แต่ตอนที่เจอปัญหาหนักในชีวิต00:03:35
00:03:36
นี่คืออย่างแรกที่เราได้เรียนครับ00:03:38
00:03:38
ต่อไปอย่างที่ 200:03:41
00:03:41
ให้เราดูที่ข้อ 14 00:03:43
00:03:44
ดาวิดบอกว่า 00:03:46
00:03:46
"รอคอยพระยะโฮวาเถอะ00:03:49
00:03:49
กล้าหาญและเข้มแข็งเข้าไว้"00:03:51
00:03:53
เพราะเรามีความเชื่อในค่าไถ่00:03:55
00:03:55
เราเลยมีเหตุผลที่จะหวังและรอคอยพระยะโฮวา00:03:59
00:03:59
เรามีความหวัง00:04:00
00:04:00
ว่าพระองค์จะช่วยเรา
ให้อดทนได้ในแต่ละวัน00:04:03
00:04:03
แล้วเรารอคอยให้พระยะโฮวา00:04:05
00:04:05
ทำให้คำสัญญาที่ยอดเยี่ยมนี้เป็นจริง00:04:08
00:04:08
นี่ทำให้เรารู้สึกยังไงครับ?00:04:10
00:04:10
นี่ทำให้เรา "กล้าหาญและเข้มแข็ง"00:04:13
00:04:14
ความหวังช่วยให้กล้าหาญ00:04:16
00:04:16
จริงเหรอ? 00:04:17
00:04:17
ใช่ครับ00:04:19
00:04:19
เมื่อไม่นานมานี้00:04:20
00:04:20
ผมเพิ่งได้ฟังประสบการณ์00:04:21
00:04:21
ที่น่าประทับใจ00:04:23
00:04:23
เป็นประสบการณ์ของพี่น้องตัวน้อย00:04:25
00:04:25
ชื่อเอลิซ่า อายุ 7 ขวบ00:04:27
00:04:27
แม่ของเอลิซ่ามีนักศึกษาคนหนึ่ง00:04:30
00:04:30
ที่มีลูกสาว00:04:32
00:04:32
อายุเท่าๆกับเอลิซ่า00:04:34
00:04:34
นักศึกษาคนนั้นป่วยหนัก00:04:37
00:04:37
และบางครั้ง00:04:39
00:04:39
ก็ถึงกับต้องนอนที่โรงพยาบาล00:04:42
00:04:42
แม่ของเอลิซ่าเลยไปรับ00:04:44
00:04:44
และพาลูกของนักศึกษามาที่บ้าน00:04:47
00:04:47
เธอจะได้มาเล่นกับเอลิซ่า00:04:49
00:04:50
ตอนที่ไปส่งลูกนักศึกษากลับบ้าน00:04:53
00:04:53
เด็กคนนั้นบอกว่า 00:04:54
00:04:54
"เอลิซ่า00:04:55
00:04:55
ขอบคุณนะที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น"00:04:58
00:04:59
แม่อยากรู้เลยถามว่า00:05:01
00:05:01
"เอลิซ่าลูกทำอะไรเหรอ?"00:05:04
00:05:04
เอลิซ่าบอกว่า00:05:06
00:05:06
"หนูเห็นเขาเศร้า00:05:07
00:05:07
เพราะแม่ของเขายังอยู่ในโรงพยาบาล00:05:10
00:05:10
เขาคิดถึงแม่00:05:11
00:05:11
หนูเลยอยากช่วยเขาให้รู้สึกดีขึ้น00:05:14
00:05:14
หนูอธิษฐานกับเขา00:05:16
00:05:16
แล้วก็นึกถึงข้อคัมภีร์หนึ่งที่คิดว่าช่วยเขาได้00:05:19
00:05:19
ข้อคัมภีร์นั้น00:05:21
00:05:21
ที่บอกว่า00:05:22
00:05:22
พระเจ้าจะเช็ดน้ำตาทุกหยด00:05:24
00:05:24
และทำให้ความเจ็บปวดไม่มีอีกเลย00:05:27
00:05:27
หนูเปิดข้อนั้นให้เขาดู00:05:29
00:05:29
แล้วก็กอดเขา"00:05:30
00:05:32
เรียบง่าย00:05:33
00:05:33
แต่มีประสิทธิภาพมาก00:05:36
00:05:36
เพื่อนของเอลิซ่ารู้สึกเข้มแข็งขึ้น00:05:39
00:05:39
เขาพร้อมจะสู้กับเรื่องยากๆแล้ว00:05:42
00:05:42
เพราะเอลิซ่าได้สอนให้เขารอคอย00:05:45
00:05:45
และมีความหวังในพระยะโฮวา00:05:48
00:05:49
เหมือนกันครับ00:05:50
00:05:50
เพราะเรามีความหวังในพระยะโฮวาทุกวัน00:05:54
00:05:54
พระองค์เลยช่วยให้เรามีความกล้า00:05:56
00:05:56
เพื่อจะรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน00:05:59
00:05:59
นี่คืออย่างที่ 2 ครับ00:06:01
00:06:01
ต่อไปอย่างที่ 3 00:06:03
00:06:03
ให้เราย้อนไปที่ข้อ 400:06:06
00:06:06
ที่ดาวิดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ00:06:09
00:06:10
"สิ่งหนึ่งที่ผมเคยขอพระยะโฮวา00:06:13
00:06:13
ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องการมากเหลือเกิน00:06:15
00:06:15
คือการได้อยู่ในวิหาร
ของพระยะโฮวาตลอดชีวิต00:06:19
00:06:19
เพื่อจะได้เห็นความสง่างามของพระยะโฮวา00:06:22
00:06:22
และได้มองดูวิหารของพระองค์00:06:23
00:06:23
ด้วยความปลาบปลื้ม"00:06:25
00:06:27
ดาวิดเห็นค่าสิทธิพิเศษที่ได้นมัสการพระยะโฮวา00:06:31
00:06:31
แล้วเราล่ะครับ?00:06:33
00:06:33
เรามีสิ่งที่ดีกว่าดาวิด00:06:35
00:06:35
เรามีสิทธิพิเศษที่ได้รับใช้ใน "ลานวิหาร"00:06:39
00:06:39
ของวิหารโดยนัยที่ยิ่งใหญ่00:06:41
00:06:41
การจัดเตรียมสำหรับการนมัสการพระยะโฮวา00:06:45
00:06:45
ก็มีพื้นฐานมาจากค่าไถ่ของพระเยซู00:06:47
00:06:48
และเมื่อนมัสการที่นั่นเราได้อะไรบ้าง?00:06:51
00:06:52
ให้เรามาดูสิ่งที่ดาวิดเขียน00:06:54
00:06:54
เขาบอกว่า00:06:55
00:06:55
เขาอยากเห็น "ความสง่างามของพระยะโฮวา"00:06:58
00:07:00
เราได้เรียนเกี่ยวกับ00:07:02
00:07:02
"ความสง่างามของพระยะโฮวา"00:07:04
00:07:04
ได้เรียนคุณลักษณะที่ดีเยี่ยมหลายอย่าง00:07:07
00:07:07
ที่พระองค์แสดงต่อเรา00:07:09
00:07:09
การจัดเตรียมเรื่องการนมัสการนี้00:07:11
00:07:11
ทำให้เราได้เห็นคุณลักษณะดีๆหลายอย่าง00:07:14
00:07:14
ที่พระยะโฮวาแสดงต่อเรา00:07:15
00:07:15
และเป็นประโยชน์กับเราเป็นส่วนตัว00:07:18
00:07:18
นี่ทำให้เรารู้สึกยังไงครับ?00:07:21
00:07:21
เรามองดูวิหารของพระองค์00:07:23
00:07:23
ด้วยความปลาบปลื้ม00:07:25
00:07:25
เราปลาบปลื้ม00:07:27
00:07:27
และขอบคุณที่ได้นมัสการพระยะโฮวา00:07:30
00:07:30
ถึงจะอยู่ในโลก00:07:31
00:07:31
ที่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่ารังเกียจ00:07:33
00:07:34
แต่เห็นด้วยใช่ไหมครับ00:07:35
00:07:35
ว่าความรู้สึกขอบคุณจากหัวใจ00:07:38
00:07:38
ทำให้เรารับใช้พระยะโฮวาได้อย่างมีความสุข00:07:40
00:07:41
นี่คืออย่างที่ 3 00:07:42
00:07:42
ตอนนี้ให้เราทบทวนอีกทีครับ00:07:45
00:07:45
ขอจำไว้ว่า00:07:47
00:07:47
เพราะเรามีความเชื่อในค่าไถ่00:07:49
00:07:49
พระยะโฮวาเลยเข้ามาใกล้ชิดเรา00:07:51
00:07:51
แสดงความรักที่มั่นคง00:07:53
00:07:53
และทำให้เราได้เห็นความดีของพระองค์00:07:56
00:07:56
ดังนั้น00:07:57
00:07:57
1.เพราะเรามีความเชื่อในค่าไถ่00:08:00
00:08:00
เราได้เห็นพระยะโฮวาแสดงความรักที่มั่นคงและช่วยเหลือเรา 00:08:05
00:08:05
นี่ทำให้เรามั่นใจ00:08:06
00:08:06
ว่าเราสามารถอดทนกับปัญหาและการข่มเหงได้00:08:09
00:08:10
2.เพราะความเชื่อในค่าไถ่00:08:13
00:08:13
เราเลยมีความหวัง00:08:16
00:08:16
เรารอคอยและหวังในพระยะโฮวา00:08:19
00:08:19
และพระองค์ให้เรามีความกล้า00:08:21
00:08:21
เพื่อรับมือกับปัญหาในวันนั้น00:08:23
00:08:24
3.เพราะความเชื่อในค่าไถ่00:08:27
00:08:27
เราเห็นค่าสิทธิพิเศษที่ได้นมัสการพระยะโฮวา00:08:31
00:08:31
ซึ่งทำให้เราได้เห็นคุณลักษณะดีๆของพระองค์00:08:35
00:08:35
นี่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ00:08:36
00:08:36
และทำให้มีความสุขมากขึ้น00:08:39
00:08:39
ประโยชน์ของค่าไถ่ที่เราได้รับในแต่ละวันมีแค่นี้ไหมครับ?00:08:44
00:08:44
ไม่00:08:45
00:08:45
มีอีกหลายอย่าง00:08:46
00:08:46
แต่เช้านี้เราคุยกันแค่นี้ครับ00:08:49
00:08:49
ตอนที่คุณศึกษาส่วนตัว00:08:51
00:08:51
หรือนมัสการประจำครอบครัว00:08:53
00:08:53
ก็ลองคิดถึงประโยชน์อย่างอื่นได้00:08:55
00:08:55
ตอนนี้เราได้ 3 อย่างแล้ว00:08:57
00:08:57
ที่เหลือคุณก็เพิ่มเองได้ครับ00:08:59
00:08:59
เมื่อคุณคิดใคร่ครวญ00:09:01
00:09:01
ถึงจุดต่างๆเหล่านี้00:09:03
00:09:03
ว่าเราได้รับประโยชน์อะไรบ้าง00:09:05
00:09:05
จากความรักที่มั่นคง
ของพระยะโฮวาในทุกๆวัน00:09:08
00:09:08
และคิดถึงประโยชน์ของค่าไถ่00:09:10
00:09:11
ก็จะกระตุ้นให้เราอยากทำ 2 อย่างครับ00:09:13
00:09:13
คือหนึ่ง00:09:15
00:09:15
เราอยากขอบคุณพระยะโฮวาจากใจ00:09:17
00:09:18
สำหรับค่าไถ่ที่เป็นของขวัญ00:09:20
00:09:20
และเรา00:09:21
00:09:21
ก็อยากบอกคนอื่นๆเกี่ยวกับเรื่องนี้00:09:24
00:09:24
เพราะเราอยากให้คนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้00:09:27
00:09:27
ได้รับประโยชน์จากค่าไถ่00:09:29
00:09:29
ของขวัญที่ล้ำค่าจากพระเจ้า00:09:32
ไคลฟ์ มาร์ติน: เราได้ประโยชน์จากค่าไถ่ที่เป็นของขวัญจากพระเจ้า (สดุดี 27:13)
-
ไคลฟ์ มาร์ติน: เราได้ประโยชน์จากค่าไถ่ที่เป็นของขวัญจากพระเจ้า (สดุดี 27:13)
ถ้าคุณแสดงความเชื่อในค่าไถ่
คุณก็จะมีชีวิตตลอดไป
เราสอนเรื่องนี้และก็ชอบคำสอนนี้ด้วย
แต่เราจะได้รับประโยชน์จากค่าไถ่ที่เป็นของขวัญ
เฉพาะแค่ในอนาคตเท่านั้นไหม?
ไม่ครับ
ที่จริง
ความเชื่อในค่าไถ่
ทำให้เราสามารถ
มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระยะโฮวา
และสามารถสนิทกับพระองค์ได้
และนี่ยังทำให้เราได้เห็นความดีของพระยะโฮวา
และความรักที่มั่นคงของพระองค์ด้วย
เราได้รับประโยชน์จาก 2 อย่างนี้
ทุกวันเลยครับ
ให้เราดูว่าเรื่องนี้สำคัญกับเรายังไง
เปิดดูด้วยกันครับ
ที่สดุดี 27:13
ข้อนี้ดาวิดคิดใคร่ครวญ
ถึงความดีของพระยะโฮวา
และความรักที่มั่นคงของพระองค์
หลังจากได้เห็นความดี
ที่พระยะโฮวาแสดงต่อเขาในทุกๆ วัน
ดาวิดเลยบอกในข้อ 13
ไว้อย่างนี้ครับ
"ถ้าผมไม่เชื่อว่าจะได้เห็นความดีของพระยะโฮวา
เมื่อยังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้ผมจะเป็นอย่างไร"
แล้วเราล่ะครับ?
ให้เราหยุดคิดสักนิดหนึ่ง
ถ้าไม่มีค่าไถ่
ถ้าพระยะโฮวา
ไม่ได้แสดงความดีต่อเราในทุกๆวัน
ชีวิตเราจะเป็นยังไง?
ไม่อยากจะคิดเลยใช่ไหมครับ
เพราะฉะนั้น
ดีที่เราจะคิดถึงเรื่องนี้เป็นระยะๆ
แล้วเราก็จะรู้ว่าเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
เราต้องรับรู้และสัมผัสได้ว่า
พระยะโฮวาแสดงความดีกับเราในทุกๆวัน
เอาล่ะให้เรามาดูกันครับว่า
พระยะโฮวาทำดีกับเราในวิธีไหนบ้าง?
เนื่องจากเรามีความเชื่อในพระองค์
และเชื่อในค่าไถ่
ให้เรามาเขียนด้วยกันครับ
สิ่งที่ดาวิดพูดในสดุดีจะช่วยเรา
ตอนต้นของสดุดีบท 27
เราจะเห็นความดี
อย่างแรกของพระยะโฮวา
ดาวิดบอกว่า
"พระยะโฮวาเป็นแสงสว่าง
และเป็นความรอดของผม
ผมจะต้องกลัวใคร
พระยะโฮวาเป็นที่มั่นของชีวิตผม
ผมจะต้องเกรงกลัวใคร
เมื่อพวกคนชั่วที่เป็นศัตรูของผมมาทำร้าย
และจะกินเนื้อผม
พวกเขาก็สะดุดล้มลง"
ทำไมดาวิดเอาชนะศัตรูได้
เป็นเพราะเขารบเก่งไหม?
ไม่ใช่
เพราะเขาบอกว่า
เพราะพระยะโฮวาเป็นที่มั่นของชีวิตเขา
พระยะโฮวา
แสดงความรักที่มั่นคงกับดาวิด
และช่วยเหลือเขาตลอดในช่วงที่เจอปัญหา
เขาเลยเอาชนะได้
และเมื่อดาวิดคิดใคร่ครวญ
ว่าพระยะโฮวาแสดงความรักที่มั่นคง
และช่วยเหลือเขายังไง
เขาก็เข้าใจจุดสำคัญ
เขาบอกในข้อ 3 ว่า
"แม้มีกองทัพมาตั้งค่ายล้อมผม
ผมก็จะไม่กลัว
แม้มีคนมาทำสงครามกับผม
ผมก็ยังมั่นใจในพระองค์"
แล้วดาวิดมั่นใจมากขนาดไหน
ว่าพระยะโฮวามีความรักที่มั่นคง?
ดูที่ข้อ 10 ครับ
"ถึงแม้
พ่อแม่แท้ๆจะทิ้งผม
[ซึ่งมันไม่มีทางเกิดขึ้น
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น]
พระยะโฮวาก็จะรับผมไว้"
เป็นอย่างนั้นจริงใช่ไหมครับ
เมื่อเราได้เห็นความรักที่มั่นคง
และความช่วยเหลือจากพระยะโฮวา
ก็ทำให้เรามั่นใจ
ว่าพระองค์จะช่วยเรา
แม้แต่ตอนที่เจอปัญหาหนักในชีวิต
นี่คืออย่างแรกที่เราได้เรียนครับ
ต่อไปอย่างที่ 2
ให้เราดูที่ข้อ 14
ดาวิดบอกว่า
"รอคอยพระยะโฮวาเถอะ
กล้าหาญและเข้มแข็งเข้าไว้"
เพราะเรามีความเชื่อในค่าไถ่
เราเลยมีเหตุผลที่จะหวังและรอคอยพระยะโฮวา
เรามีความหวัง
ว่าพระองค์จะช่วยเรา
ให้อดทนได้ในแต่ละวัน
แล้วเรารอคอยให้พระยะโฮวา
ทำให้คำสัญญาที่ยอดเยี่ยมนี้เป็นจริง
นี่ทำให้เรารู้สึกยังไงครับ?
นี่ทำให้เรา "กล้าหาญและเข้มแข็ง"
ความหวังช่วยให้กล้าหาญ
จริงเหรอ?
ใช่ครับ
เมื่อไม่นานมานี้
ผมเพิ่งได้ฟังประสบการณ์
ที่น่าประทับใจ
เป็นประสบการณ์ของพี่น้องตัวน้อย
ชื่อเอลิซ่า อายุ 7 ขวบ
แม่ของเอลิซ่ามีนักศึกษาคนหนึ่ง
ที่มีลูกสาว
อายุเท่าๆกับเอลิซ่า
นักศึกษาคนนั้นป่วยหนัก
และบางครั้ง
ก็ถึงกับต้องนอนที่โรงพยาบาล
แม่ของเอลิซ่าเลยไปรับ
และพาลูกของนักศึกษามาที่บ้าน
เธอจะได้มาเล่นกับเอลิซ่า
ตอนที่ไปส่งลูกนักศึกษากลับบ้าน
เด็กคนนั้นบอกว่า
"เอลิซ่า
ขอบคุณนะที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น"
แม่อยากรู้เลยถามว่า
"เอลิซ่าลูกทำอะไรเหรอ?"
เอลิซ่าบอกว่า
"หนูเห็นเขาเศร้า
เพราะแม่ของเขายังอยู่ในโรงพยาบาล
เขาคิดถึงแม่
หนูเลยอยากช่วยเขาให้รู้สึกดีขึ้น
หนูอธิษฐานกับเขา
แล้วก็นึกถึงข้อคัมภีร์หนึ่งที่คิดว่าช่วยเขาได้
ข้อคัมภีร์นั้น
ที่บอกว่า
พระเจ้าจะเช็ดน้ำตาทุกหยด
และทำให้ความเจ็บปวดไม่มีอีกเลย
หนูเปิดข้อนั้นให้เขาดู
แล้วก็กอดเขา"
เรียบง่าย
แต่มีประสิทธิภาพมาก
เพื่อนของเอลิซ่ารู้สึกเข้มแข็งขึ้น
เขาพร้อมจะสู้กับเรื่องยากๆแล้ว
เพราะเอลิซ่าได้สอนให้เขารอคอย
และมีความหวังในพระยะโฮวา
เหมือนกันครับ
เพราะเรามีความหวังในพระยะโฮวาทุกวัน
พระองค์เลยช่วยให้เรามีความกล้า
เพื่อจะรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
นี่คืออย่างที่ 2 ครับ
ต่อไปอย่างที่ 3
ให้เราย้อนไปที่ข้อ 4
ที่ดาวิดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ
"สิ่งหนึ่งที่ผมเคยขอพระยะโฮวา
ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องการมากเหลือเกิน
คือการได้อยู่ในวิหาร
ของพระยะโฮวาตลอดชีวิต
เพื่อจะได้เห็นความสง่างามของพระยะโฮวา
และได้มองดูวิหารของพระองค์
ด้วยความปลาบปลื้ม"
ดาวิดเห็นค่าสิทธิพิเศษที่ได้นมัสการพระยะโฮวา
แล้วเราล่ะครับ?
เรามีสิ่งที่ดีกว่าดาวิด
เรามีสิทธิพิเศษที่ได้รับใช้ใน "ลานวิหาร"
ของวิหารโดยนัยที่ยิ่งใหญ่
การจัดเตรียมสำหรับการนมัสการพระยะโฮวา
ก็มีพื้นฐานมาจากค่าไถ่ของพระเยซู
และเมื่อนมัสการที่นั่นเราได้อะไรบ้าง?
ให้เรามาดูสิ่งที่ดาวิดเขียน
เขาบอกว่า
เขาอยากเห็น "ความสง่างามของพระยะโฮวา"
เราได้เรียนเกี่ยวกับ
"ความสง่างามของพระยะโฮวา"
ได้เรียนคุณลักษณะที่ดีเยี่ยมหลายอย่าง
ที่พระองค์แสดงต่อเรา
การจัดเตรียมเรื่องการนมัสการนี้
ทำให้เราได้เห็นคุณลักษณะดีๆหลายอย่าง
ที่พระยะโฮวาแสดงต่อเรา
และเป็นประโยชน์กับเราเป็นส่วนตัว
นี่ทำให้เรารู้สึกยังไงครับ?
เรามองดูวิหารของพระองค์
ด้วยความปลาบปลื้ม
เราปลาบปลื้ม
และขอบคุณที่ได้นมัสการพระยะโฮวา
ถึงจะอยู่ในโลก
ที่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่ารังเกียจ
แต่เห็นด้วยใช่ไหมครับ
ว่าความรู้สึกขอบคุณจากหัวใจ
ทำให้เรารับใช้พระยะโฮวาได้อย่างมีความสุข
นี่คืออย่างที่ 3
ตอนนี้ให้เราทบทวนอีกทีครับ
ขอจำไว้ว่า
เพราะเรามีความเชื่อในค่าไถ่
พระยะโฮวาเลยเข้ามาใกล้ชิดเรา
แสดงความรักที่มั่นคง
และทำให้เราได้เห็นความดีของพระองค์
ดังนั้น
1.เพราะเรามีความเชื่อในค่าไถ่
เราได้เห็นพระยะโฮวาแสดงความรักที่มั่นคงและช่วยเหลือเรา
นี่ทำให้เรามั่นใจ
ว่าเราสามารถอดทนกับปัญหาและการข่มเหงได้
2.เพราะความเชื่อในค่าไถ่
เราเลยมีความหวัง
เรารอคอยและหวังในพระยะโฮวา
และพระองค์ให้เรามีความกล้า
เพื่อรับมือกับปัญหาในวันนั้น
3.เพราะความเชื่อในค่าไถ่
เราเห็นค่าสิทธิพิเศษที่ได้นมัสการพระยะโฮวา
ซึ่งทำให้เราได้เห็นคุณลักษณะดีๆของพระองค์
นี่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ
และทำให้มีความสุขมากขึ้น
ประโยชน์ของค่าไถ่ที่เราได้รับในแต่ละวันมีแค่นี้ไหมครับ?
ไม่
มีอีกหลายอย่าง
แต่เช้านี้เราคุยกันแค่นี้ครับ
ตอนที่คุณศึกษาส่วนตัว
หรือนมัสการประจำครอบครัว
ก็ลองคิดถึงประโยชน์อย่างอื่นได้
ตอนนี้เราได้ 3 อย่างแล้ว
ที่เหลือคุณก็เพิ่มเองได้ครับ
เมื่อคุณคิดใคร่ครวญ
ถึงจุดต่างๆเหล่านี้
ว่าเราได้รับประโยชน์อะไรบ้าง
จากความรักที่มั่นคง
ของพระยะโฮวาในทุกๆวัน
และคิดถึงประโยชน์ของค่าไถ่
ก็จะกระตุ้นให้เราอยากทำ 2 อย่างครับ
คือหนึ่ง
เราอยากขอบคุณพระยะโฮวาจากใจ
สำหรับค่าไถ่ที่เป็นของขวัญ
และเรา
ก็อยากบอกคนอื่นๆเกี่ยวกับเรื่องนี้
เพราะเราอยากให้คนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ได้รับประโยชน์จากค่าไถ่
ของขวัญที่ล้ำค่าจากพระเจ้า
-