ไอแซก เมอเร: พระยะโฮวาทำให้เรามีความต้องการและกำลัง (ฟีลิปปี 2:13)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
ข้อคัมภีร์ประจำวันวันนี้00:00:04
00:00:05
เป็นข้อหนึ่งที่ให้กำลังใจ00:00:08
00:00:08
คนที่กำลังท้อได้มากที่สุด 00:00:10
00:00:11
ข้อนี้บอกว่า 00:00:12
00:00:13
“พระเจ้าเป็นผู้ที่กระตุ้นพวกคุณ00:00:16
00:00:16
ให้มีทั้งความต้องการและกำลัง 00:00:19
00:00:19
เพื่อจะทำสิ่งที่พระองค์พอใจ” 00:00:22
00:00:23
เราเรียน 2 อย่างได้จากข้อนี้ 00:00:26
00:00:26
หนึ่งก็คือพระยะโฮวาอยากช่วยเรา 00:00:29
00:00:30
นี่เป็นสิ่งที่พระองค์พอใจ 00:00:32
00:00:33
และอย่างที่สอง 00:00:34
00:00:34
พระองค์จะให้เรามีกำลัง 00:00:37
00:00:39
กำลังที่มาจากพลังบริสุทธิ์ 00:00:42
00:00:42
ซึ่งเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอกภพ 00:00:45
00:00:46
เราทุกคนรู้ว่าพระยะโฮวาเป็นเพื่อนของเรา 00:00:50
00:00:50
และเป็นเพื่อนเราตลอดไป00:00:52
00:00:52
และเราพยายามทำทุกอย่าง00:00:55
00:00:55
เพื่อรักษาสายสัมพันธ์นี้00:00:57
00:00:57
ที่มีกับพระองค์ตลอดไป 00:00:59
00:01:00
แต่เราก็รู้ด้วยว่า00:01:02
00:01:02
ซาตานพยายามทำลาย
สายสัมพันธ์ที่เรามีกับพระยะโฮวา 00:01:06
00:01:07
มันใช้ปัญหาและความทุกข์ต่างๆ00:01:10
00:01:10
เพื่อทำลายความตั้งใจของเราในเรื่องนี้ 00:01:14
00:01:15
ให้เราอ่านเรื่องนี้ด้วยกัน00:01:17
00:01:17
ที่ 1 เธสะโลนิกา บทที่ 3 00:01:20
00:01:21
และเราจะอ่านข้อ 200:01:23
00:01:24
1 เธสะโลนิกา บท 3 00:01:26
00:01:28
เราจะเริ่มอ่านที่ข้อ 2 00:01:30
00:01:31
“และส่งทิโมธีพี่น้องของเราไปหาพวกคุณ 00:01:35
00:01:35
เขาเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า00:01:38
00:01:38
ที่ประกาศข่าวดีเรื่องพระคริสต์ 00:01:40
00:01:40
เขาจะช่วยพวกคุณให้เข้มแข็งและมีกำลังใจ 00:01:44
00:01:44
เพื่อทำให้พวกคุณมีความเชื่อที่มั่นคง 00:01:48
00:01:48
และไม่หวั่นไหวเมื่อเจอความยากลำบาก 00:01:51
00:01:51
พวกคุณก็รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นกับเรา 00:01:54
00:01:54
เพราะตอนที่อยู่กับพวกคุณ 00:01:57
00:01:57
เราเคยบอกไว้แล้วว่า00:01:58
00:01:58
เราจะต้องเจอความยากลำบาก 00:02:01
00:02:01
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆอย่างที่พวกคุณรู้”00:02:04
00:02:07
เป้าหมายของซาตานก็คือ00:02:11
00:02:11
ทำให้เรา “หวั่นไหว” 00:02:13
00:02:14
นี่หมายความว่ายังไงครับ? 00:02:16
00:02:16
นี่หมายความว่าเราจะอ่อนแอ00:02:19
00:02:19
และความมั่นใจในพระยะโฮวาก็จะลดน้อยลง 00:02:23
00:02:24
สิ่งที่มันทำก็คือพยายามทำให้เราท้อใจ 00:02:29
00:02:30
อยากให้เราท้อจนเลิกรับใช้ 00:02:33
00:02:35
บางครั้งเราอาจถึงกับรู้สึกท้อมากๆ 00:02:41
00:02:41
สิ่งที่ซาตานทำก็คือ00:02:43
00:02:43
มันอยากให้เราคิดว่า00:02:45
00:02:45
ความทุกข์และปัญหาต่างๆ
มาจากพระยะโฮวา 00:02:49
00:02:50
มันทำให้เราเริ่มคิดสงสัย 00:02:52
00:02:52
เราอาจคิดว่า00:02:54
00:02:54
ทำไมพระยะโฮวา00:02:56
00:02:56
ยอมให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกับฉัน? 00:02:59
00:03:01
ฉันทำผิดอะไร? 00:03:03
00:03:04
ทำไมพระยะโฮวาถึงโกรธฉันมากขนาดนี้? 00:03:09
00:03:09
พระองค์ไม่รักฉันแล้วเหรอ? 00:03:12
00:03:13
และพอปัญหาเหล่านี้มันไม่หมดไปสักที 00:03:16
00:03:16
เราก็จะยิ่งรู้สึกท้อ 00:03:19
00:03:19
และอยากยอมแพ้ 00:03:21
00:03:21
เราอาจรู้สึกเหมือนเอลียาห์ 00:03:23
00:03:23
จำได้ไหมครับตอนที่เขาต้องหนี00:03:26
00:03:26
การตามล่าของราชินีเยเซเบล00:03:29
00:03:29
ตอนนั้นเขานั่งอยู่ใต้ต้นไม้00:03:32
00:03:32
อยู่ในที่กันดาร 00:03:34
00:03:34
เขาบอกพระยะโฮวาว่า 00:03:36
00:03:36
‘เอาชีวิตผมไปเลย’00:03:38
00:03:39
เขาไม่อยากอยู่แล้ว เขาอยากตาย 00:03:41
00:03:42
พระยะโฮวาส่งทูตสวรรค์ไปหาเขา 00:03:45
00:03:45
เอาน้ำและอาหารให้เขากิน 00:03:48
00:03:48
จากคนที่หมดแรง 00:03:49
00:03:49
เขาก็ลุกขึ้นมา00:03:51
00:03:52
เขาเดินต่อไปเกือบ 500 กิโลเมตร
จนถึงภูเขาโฮเรบ 00:03:56
00:03:56
เขาเดิน 40 วัน 40 คืน00:03:59
00:04:00
โดยไม่กินข้าวกินน้ำเลย 00:04:02
00:04:02
และที่ภูเขานั้น 00:04:04
00:04:05
พระยะโฮวาให้กำลังกับเอลียาห์ 00:04:08
00:04:08
พระองค์ปลอบโยนเขา 00:04:10
00:04:10
บอกเขาว่าควรจะทำอะไร 00:04:12
00:04:12
พระองค์ทำให้เขามั่นใจว่าพระองค์รักเขา 00:04:16
00:04:16
จากนั้นเขาก็รับใช้พระยะโฮวาต่อไป 00:04:19
00:04:20
แล้วพวกเราล่ะ? 00:04:22
00:04:22
พระยะโฮวารู้ว่าเราเจอกับอะไรบ้าง 00:04:25
00:04:25
และรู้ว่าเรารู้สึกยังไง 00:04:27
00:04:27
พระองค์อยากให้เรามีชีวิตอยู่ 00:04:29
00:04:29
อย่าลืมว่าพระองค์ให้ค่าไถ่กับเรา 00:04:32
00:04:32
เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่มากเพื่อเรา 00:04:36
00:04:36
ดังนั้นเราควรรับมือกับ
ปัญหาในชีวิตแบบไหน? 00:04:41
00:04:41
ในฟีลิปปีบท 2 00:04:43
00:04:43
เปาโลยกตัวอย่างของพระเยซู 00:04:46
00:04:46
เขาอธิบายว่าพระเยซูรับมือกับปัญหา
และความทุกข์ต่างๆยังไง 00:04:50
00:04:50
และเราก็เลียนแบบท่านได้ 00:04:52
00:04:52
ให้เราเปิดไปที่ฟีลิปปี บท 2 00:04:55
00:04:55
เราจะอ่านข้อ 5 00:04:57
00:04:58
ที่นี่บอกว่า00:05:00
00:05:00
“ให้พวกคุณคิดแบบเดียวกับพระคริสต์เยซู 00:05:05
00:05:05
ถึงแม้ท่านมีสภาพอย่างพระเจ้า”00:05:08
00:05:09
[สภาพอย่างพระเจ้า] 00:05:11
00:05:11
และข้อ 7 บอกว่า 00:05:13
00:05:13
“ท่านยอมสละทุกสิ่งมารับสภาพทาส00:05:17
00:05:16
และเกิดเป็นมนุษย์” 00:05:19
00:05:21
ท่านสละตำแหน่งของท่านในสวรรค์ 00:05:23
00:05:24
ท่านยอมสละทุกสิ่ง00:05:26
00:05:27
และมาเกิดเป็นเด็กทารก00:05:29
00:05:29
และค่อยๆเติบโตมาเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง 00:05:32
00:05:32
ท่านตัวเล็กและอ่อนแอมาก00:05:35
00:05:35
เมื่อเทียบกับตอนที่ท่านเคยอยู่ในสวรรค์ 00:05:38
00:05:38
ตอนนั้นท่านเป็น มีคาเอล00:05:40
00:05:40
ซึ่งเป็นเจ้าผู้สูงส่งท่านหนึ่งในสวรรค์00:05:43
00:05:46
ตอนนี้ให้เรามาอ่านข้อ 8 00:05:48
00:05:48
“ไม่ใช่แค่นั้น00:05:50
00:05:51
[ให้เราดูว่าพระเยซูทำอะไรอีก] 00:05:53
00:05:55
เมื่อมาเป็นมนุษย์แล้ว 00:05:56
00:05:56
ท่านถ่อมตัว
และเชื่อฟังทุกอย่างจนถึงกับยอมตาย 00:06:00
00:06:00
คือตายบนเสาทรมาน” 00:06:02
00:06:03
มันยากมากสำหรับพระเยซู 00:06:06
00:06:07
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย 00:06:09
00:06:09
มันยากยังไง? 00:06:11
00:06:11
ให้เราดูในลูกาบทที่ 22 00:06:13
00:06:14
เรื่องนี้มีบอกไว้ในลูกาบท 22 00:06:18
00:06:18
เราจะดูในข้อที่ 42 00:06:21
00:06:21
พระเยซูบอกว่า 00:06:23
00:06:24
“พ่อครับ ถ้าพ่อต้องการ00:06:27
00:06:27
ขอให้ถ้วยนี้ผ่านพ้นไปจากผมเถอะ 00:06:29
00:06:30
แต่อย่าให้เป็นไปตามใจผมเลย 00:06:33
00:06:33
ขอให้เป็นไปตามที่พ่อต้องการ” 00:06:36
00:06:37
ท่านมีมุมมองที่ดีมาก00:06:39
00:06:40
แล้วทูตสวรรค์องค์หนึ่งก็มาหา
และให้กำลังใจพระเยซู 00:06:44
00:06:44
แต่พอไหม? 00:06:45
00:06:45
ให้เราอ่านต่อข้อ 44 00:06:47
00:06:47
“แต่ท่านรู้สึกเครียดมาก 00:06:50
00:06:50
จึงอธิษฐานอ้อนวอนอย่างหนัก 00:06:53
00:06:54
จนเหงื่อเป็นเหมือนเลือดหยดลงบนพื้น” 00:06:57
00:06:59
คุณนึกออกไหมว่าพระเยซูเครียดมากแค่ไหน? 00:07:02
00:07:04
เราจะอ่านข้อ 45 00:07:06
00:07:07
“พออธิษฐานเสร็จแล้ว00:07:09
00:07:12
ท่านก็ไปหาพวกสาวก” 00:07:15
00:07:15
และข้อ 46 บอกว่า 00:07:16
00:07:16
“ทำไมนอนหลับล่ะ? 00:07:18
00:07:18
ลุกขึ้นมาอธิษฐานสิ 00:07:20
00:07:20
อธิษฐานเรื่อยๆจะได้ไม่พลาด
เมื่อถูกทดสอบ”00:07:23
00:07:23
พระยะโฮวาให้กำลังกับท่าน 00:07:26
00:07:27
ท่านมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ00:07:29
00:07:29
และยังให้กำลังใจคนอื่นด้วย 00:07:32
00:07:33
ให้เรากลับมาดูฟีลิปปีบท 2 ด้วยกัน 00:07:36
00:07:36
และดูว่าพระยะโฮวาตอบแทนท่านยังไง 00:07:39
00:07:39
ฟีลิปปีบท 2 00:07:40
00:07:40
เราจะอ่านข้อ 9 ครับ 00:07:42
00:07:44
“นี่เป็นเหตุผล00:07:46
00:07:46
ที่พระเจ้ายกฐานะท่านให้สูงขึ้น 00:07:50
00:07:51
และมอบชื่อที่ยิ่งใหญ่กว่าชื่ออื่นทั้งหมดให้ท่าน” 00:07:54
00:07:56
เราเห็นว่าพระยะโฮวา
ให้กำลังและอำนาจกับท่าน 00:07:59
00:08:00
ตอนนี้ท่านมีอำนาจในสวรรค์ 00:08:02
00:08:03
มีชีวิตอมตะ 00:08:04
00:08:05
ท่านได้รับอำนาจแบบที่ท่านไม่เคยมีมาก่อน 00:08:10
00:08:11
ท่านจะทำลายซาตาน00:08:13
00:08:14
รวมทั้งระบบชั่วของมัน00:08:16
00:08:17
และทำให้โลกสงบสุข 00:08:19
00:08:20
ท่านจะปลุกหลายล้านคน00:08:22
00:08:23
และให้พวกเขามีชีวิตตลอดไป 00:08:26
00:08:26
นี่ก็เพราะพระเยซูได้รับ
พลังอำนาจจากพระยะโฮวา 00:08:30
00:08:33
แล้วพวกเราล่ะ? 00:08:36
00:08:38
พระยะโฮวาอยากให้เราทำอะไร? 00:08:40
00:08:40
ให้เราอ่านด้วยกันในฟีลิปปี 2:12 00:08:45
00:08:45
ฟีลิปปี 2:12 00:08:47
00:08:47
นี่คือสิ่งที่พระยะโฮวาอยากให้เราทำ 00:08:50
00:08:50
ส่วนท้ายข้อนี้บอกว่า 00:08:51
00:08:51
“ขอให้ทำทุกอย่างด้วยความนับถือ00:08:54
00:08:54
และความเกรงกลัว เพื่อจะได้รับความรอด” 00:08:57
00:08:57
เพื่อจะได้ความรอดคุณต้องลงมือทำเอง 00:09:00
00:09:01
ต้องทำด้วย “ความนับถือและความเกรงกลัว” 00:09:04
00:09:05
ถ้าเราเข้มแข็งเราก็จะไม่นับถือ ไม่เกรงกลัว 00:09:09
00:09:10
และก็จะไม่พึ่งพระยะโฮวา00:09:12
00:09:12
แต่พระยะโฮวารู้ว่า
เราไม่สมบูรณ์แบบและอ่อนแอ 00:09:16
00:09:16
พระองค์จะให้เรามี00:09:18
00:09:18
ทั้ง “ความต้องการและกำลัง” 00:09:20
00:09:20
เมื่อเราพึ่งพระองค์ 00:09:22
00:09:22
เราอยากเลียนแบบพระเยซู 00:09:24
00:09:24
มี 2 อย่างที่ท่านทำ00:09:26
00:09:26
1. ทำตามความต้องการของพระยะโฮวา00:09:29
00:09:29
2. ท่านอธิษฐานอ้อนวอนอย่างหนัก 00:09:32
00:09:32
ให้เรามาสรุปด้วยกัน 4 จุด00:09:36
00:09:36
1. สิ่งที่พระเจ้าพอใจ00:09:39
00:09:39
คืออยากให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต 00:09:41
00:09:41
จุดที่ 2. พระองค์ให้พลังบริสุทธิ์กับเรา00:09:46
00:09:46
ซึ่งเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอกภพ 00:09:48
00:09:49
จุดที่ 3. พระองค์ให้เรามีความต้องการ
เพื่อทำตามความประสงค์ของพระองค์ 00:09:54
00:09:54
และจุดที่ 4. ให้กำลังเราเพื่อจะทำได้00:09:58
00:09:58
จริงอย่างที่เปาโลบอกในฟีลิปปี 4:13 00:10:02
00:10:02
“ผมมีกำลังทนได้ทุกสิ่ง 00:10:05
00:10:05
เพราะพระองค์ให้กำลังกับผม” 00:10:08
ไอแซก เมอเร: พระยะโฮวาทำให้เรามีความต้องการและกำลัง (ฟีลิปปี 2:13)
-
ไอแซก เมอเร: พระยะโฮวาทำให้เรามีความต้องการและกำลัง (ฟีลิปปี 2:13)
ข้อคัมภีร์ประจำวันวันนี้
เป็นข้อหนึ่งที่ให้กำลังใจ
คนที่กำลังท้อได้มากที่สุด
ข้อนี้บอกว่า
“พระเจ้าเป็นผู้ที่กระตุ้นพวกคุณ
ให้มีทั้งความต้องการและกำลัง
เพื่อจะทำสิ่งที่พระองค์พอใจ”
เราเรียน 2 อย่างได้จากข้อนี้
หนึ่งก็คือพระยะโฮวาอยากช่วยเรา
นี่เป็นสิ่งที่พระองค์พอใจ
และอย่างที่สอง
พระองค์จะให้เรามีกำลัง
กำลังที่มาจากพลังบริสุทธิ์
ซึ่งเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอกภพ
เราทุกคนรู้ว่าพระยะโฮวาเป็นเพื่อนของเรา
และเป็นเพื่อนเราตลอดไป
และเราพยายามทำทุกอย่าง
เพื่อรักษาสายสัมพันธ์นี้
ที่มีกับพระองค์ตลอดไป
แต่เราก็รู้ด้วยว่า
ซาตานพยายามทำลาย
สายสัมพันธ์ที่เรามีกับพระยะโฮวา
มันใช้ปัญหาและความทุกข์ต่างๆ
เพื่อทำลายความตั้งใจของเราในเรื่องนี้
ให้เราอ่านเรื่องนี้ด้วยกัน
ที่ 1 เธสะโลนิกา บทที่ 3
และเราจะอ่านข้อ 2
1 เธสะโลนิกา บท 3
เราจะเริ่มอ่านที่ข้อ 2
“และส่งทิโมธีพี่น้องของเราไปหาพวกคุณ
เขาเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า
ที่ประกาศข่าวดีเรื่องพระคริสต์
เขาจะช่วยพวกคุณให้เข้มแข็งและมีกำลังใจ
เพื่อทำให้พวกคุณมีความเชื่อที่มั่นคง
และไม่หวั่นไหวเมื่อเจอความยากลำบาก
พวกคุณก็รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นกับเรา
เพราะตอนที่อยู่กับพวกคุณ
เราเคยบอกไว้แล้วว่า
เราจะต้องเจอความยากลำบาก
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆอย่างที่พวกคุณรู้”
เป้าหมายของซาตานก็คือ
ทำให้เรา “หวั่นไหว”
นี่หมายความว่ายังไงครับ?
นี่หมายความว่าเราจะอ่อนแอ
และความมั่นใจในพระยะโฮวาก็จะลดน้อยลง
สิ่งที่มันทำก็คือพยายามทำให้เราท้อใจ
อยากให้เราท้อจนเลิกรับใช้
บางครั้งเราอาจถึงกับรู้สึกท้อมากๆ
สิ่งที่ซาตานทำก็คือ
มันอยากให้เราคิดว่า
ความทุกข์และปัญหาต่างๆ
มาจากพระยะโฮวา
มันทำให้เราเริ่มคิดสงสัย
เราอาจคิดว่า
ทำไมพระยะโฮวา
ยอมให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกับฉัน?
ฉันทำผิดอะไร?
ทำไมพระยะโฮวาถึงโกรธฉันมากขนาดนี้?
พระองค์ไม่รักฉันแล้วเหรอ?
และพอปัญหาเหล่านี้มันไม่หมดไปสักที
เราก็จะยิ่งรู้สึกท้อ
และอยากยอมแพ้
เราอาจรู้สึกเหมือนเอลียาห์
จำได้ไหมครับตอนที่เขาต้องหนี
การตามล่าของราชินีเยเซเบล
ตอนนั้นเขานั่งอยู่ใต้ต้นไม้
อยู่ในที่กันดาร
เขาบอกพระยะโฮวาว่า
‘เอาชีวิตผมไปเลย’
เขาไม่อยากอยู่แล้ว เขาอยากตาย
พระยะโฮวาส่งทูตสวรรค์ไปหาเขา
เอาน้ำและอาหารให้เขากิน
จากคนที่หมดแรง
เขาก็ลุกขึ้นมา
เขาเดินต่อไปเกือบ 500 กิโลเมตร
จนถึงภูเขาโฮเรบ
เขาเดิน 40 วัน 40 คืน
โดยไม่กินข้าวกินน้ำเลย
และที่ภูเขานั้น
พระยะโฮวาให้กำลังกับเอลียาห์
พระองค์ปลอบโยนเขา
บอกเขาว่าควรจะทำอะไร
พระองค์ทำให้เขามั่นใจว่าพระองค์รักเขา
จากนั้นเขาก็รับใช้พระยะโฮวาต่อไป
แล้วพวกเราล่ะ?
พระยะโฮวารู้ว่าเราเจอกับอะไรบ้าง
และรู้ว่าเรารู้สึกยังไง
พระองค์อยากให้เรามีชีวิตอยู่
อย่าลืมว่าพระองค์ให้ค่าไถ่กับเรา
เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่มากเพื่อเรา
ดังนั้นเราควรรับมือกับ
ปัญหาในชีวิตแบบไหน?
ในฟีลิปปีบท 2
เปาโลยกตัวอย่างของพระเยซู
เขาอธิบายว่าพระเยซูรับมือกับปัญหา
และความทุกข์ต่างๆยังไง
และเราก็เลียนแบบท่านได้
ให้เราเปิดไปที่ฟีลิปปี บท 2
เราจะอ่านข้อ 5
ที่นี่บอกว่า
“ให้พวกคุณคิดแบบเดียวกับพระคริสต์เยซู
ถึงแม้ท่านมีสภาพอย่างพระเจ้า”
[สภาพอย่างพระเจ้า]
และข้อ 7 บอกว่า
“ท่านยอมสละทุกสิ่งมารับสภาพทาส
และเกิดเป็นมนุษย์”
ท่านสละตำแหน่งของท่านในสวรรค์
ท่านยอมสละทุกสิ่ง
และมาเกิดเป็นเด็กทารก
และค่อยๆเติบโตมาเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง
ท่านตัวเล็กและอ่อนแอมาก
เมื่อเทียบกับตอนที่ท่านเคยอยู่ในสวรรค์
ตอนนั้นท่านเป็น มีคาเอล
ซึ่งเป็นเจ้าผู้สูงส่งท่านหนึ่งในสวรรค์
ตอนนี้ให้เรามาอ่านข้อ 8
“ไม่ใช่แค่นั้น
[ให้เราดูว่าพระเยซูทำอะไรอีก]
เมื่อมาเป็นมนุษย์แล้ว
ท่านถ่อมตัว
และเชื่อฟังทุกอย่างจนถึงกับยอมตาย
คือตายบนเสาทรมาน”
มันยากมากสำหรับพระเยซู
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
มันยากยังไง?
ให้เราดูในลูกาบทที่ 22
เรื่องนี้มีบอกไว้ในลูกาบท 22
เราจะดูในข้อที่ 42
พระเยซูบอกว่า
“พ่อครับ ถ้าพ่อต้องการ
ขอให้ถ้วยนี้ผ่านพ้นไปจากผมเถอะ
แต่อย่าให้เป็นไปตามใจผมเลย
ขอให้เป็นไปตามที่พ่อต้องการ”
ท่านมีมุมมองที่ดีมาก
แล้วทูตสวรรค์องค์หนึ่งก็มาหา
และให้กำลังใจพระเยซู
แต่พอไหม?
ให้เราอ่านต่อข้อ 44
“แต่ท่านรู้สึกเครียดมาก
จึงอธิษฐานอ้อนวอนอย่างหนัก
จนเหงื่อเป็นเหมือนเลือดหยดลงบนพื้น”
คุณนึกออกไหมว่าพระเยซูเครียดมากแค่ไหน?
เราจะอ่านข้อ 45
“พออธิษฐานเสร็จแล้ว
ท่านก็ไปหาพวกสาวก”
และข้อ 46 บอกว่า
“ทำไมนอนหลับล่ะ?
ลุกขึ้นมาอธิษฐานสิ
อธิษฐานเรื่อยๆจะได้ไม่พลาด
เมื่อถูกทดสอบ”
พระยะโฮวาให้กำลังกับท่าน
ท่านมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ
และยังให้กำลังใจคนอื่นด้วย
ให้เรากลับมาดูฟีลิปปีบท 2 ด้วยกัน
และดูว่าพระยะโฮวาตอบแทนท่านยังไง
ฟีลิปปีบท 2
เราจะอ่านข้อ 9 ครับ
“นี่เป็นเหตุผล
ที่พระเจ้ายกฐานะท่านให้สูงขึ้น
และมอบชื่อที่ยิ่งใหญ่กว่าชื่ออื่นทั้งหมดให้ท่าน”
เราเห็นว่าพระยะโฮวา
ให้กำลังและอำนาจกับท่าน
ตอนนี้ท่านมีอำนาจในสวรรค์
มีชีวิตอมตะ
ท่านได้รับอำนาจแบบที่ท่านไม่เคยมีมาก่อน
ท่านจะทำลายซาตาน
รวมทั้งระบบชั่วของมัน
และทำให้โลกสงบสุข
ท่านจะปลุกหลายล้านคน
และให้พวกเขามีชีวิตตลอดไป
นี่ก็เพราะพระเยซูได้รับ
พลังอำนาจจากพระยะโฮวา
แล้วพวกเราล่ะ?
พระยะโฮวาอยากให้เราทำอะไร?
ให้เราอ่านด้วยกันในฟีลิปปี 2:12
ฟีลิปปี 2:12
นี่คือสิ่งที่พระยะโฮวาอยากให้เราทำ
ส่วนท้ายข้อนี้บอกว่า
“ขอให้ทำทุกอย่างด้วยความนับถือ
และความเกรงกลัว เพื่อจะได้รับความรอด”
เพื่อจะได้ความรอดคุณต้องลงมือทำเอง
ต้องทำด้วย “ความนับถือและความเกรงกลัว”
ถ้าเราเข้มแข็งเราก็จะไม่นับถือ ไม่เกรงกลัว
และก็จะไม่พึ่งพระยะโฮวา
แต่พระยะโฮวารู้ว่า
เราไม่สมบูรณ์แบบและอ่อนแอ
พระองค์จะให้เรามี
ทั้ง “ความต้องการและกำลัง”
เมื่อเราพึ่งพระองค์
เราอยากเลียนแบบพระเยซู
มี 2 อย่างที่ท่านทำ
1. ทำตามความต้องการของพระยะโฮวา
2. ท่านอธิษฐานอ้อนวอนอย่างหนัก
ให้เรามาสรุปด้วยกัน 4 จุด
1. สิ่งที่พระเจ้าพอใจ
คืออยากให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต
จุดที่ 2. พระองค์ให้พลังบริสุทธิ์กับเรา
ซึ่งเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอกภพ
จุดที่ 3. พระองค์ให้เรามีความต้องการ
เพื่อทำตามความประสงค์ของพระองค์
และจุดที่ 4. ให้กำลังเราเพื่อจะทำได้
จริงอย่างที่เปาโลบอกในฟีลิปปี 4:13
“ผมมีกำลังทนได้ทุกสิ่ง
เพราะพระองค์ให้กำลังกับผม”
-