โจนาทาน สมิธ: เชื่อฟังอย่างซื่อสัตย์แม้แต่ในเรื่องเล็กๆ (ลูกา 16:10)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:00
ข้อคัมภีร์ประจำวันวันนี้00:00:02
00:00:02
และคำอธิบาย
จากหอสังเกตการณ์ 00:00:05
00:00:05
เราได้เรียนว่า 00:00:07
00:00:07
เราจะรอดผ่านช่วงความทุกข์ลำบาก
ครั้งใหญ่หรือไม่00:00:11
00:00:11
ก็ขึ้นอยู่กับว่า 00:00:13
00:00:13
เราเชื่อฟังในเรื่องเล็กน้อยด้วยไหม 00:00:16
00:00:17
แล้วก็ยังมีหอสังเกตการณ์ฉบับอื่นๆด้วย 00:00:21
00:00:21
ที่พูดคล้ายๆกันนี้00:00:23
00:00:23
ตัวอย่างเช่นหอสังเกตการณ์
เดือนธันวาคมปี 2007 บอกว่า00:00:27
00:00:27
“เมื่อเราใกล้จุดเริ่มต้นของความทุกข์ลำบาก
ครั้งใหญ่มากกว่านี้00:00:31
00:00:31
เราอาจได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดในบางเรื่อง00:00:34
00:00:34
เพื่อเราจะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย
ผ่านช่วงที่ยากลำบากนั้น 00:00:39
00:00:39
เราต้องเชื่อฟังการชี้นำแบบเดียวกัน00:00:41
00:00:41
กับที่ผู้รับใช้ที่ภักดี
ของพระยะโฮวาคนอื่นๆทำอยู่”00:00:45
00:00:46
หอสังเกตการณ์เมษายนปี 2012 ก็บอกว่า 00:00:50
00:00:50
“ในช่วงความทุกข์ลำบากใหญ่ 00:00:52
00:00:52
คริสเตียนจะต้องเอาใจใส่คำแนะนำ
ที่มาจากพระคำและองค์การของพระเจ้า 00:00:59
00:01:00
เนื่องจากความรอดของเรา 00:01:02
00:01:02
ขึ้นอยู่กับ00:01:03
00:01:03
การเชื่อฟัง”00:01:05
00:01:05
หอสังเกตการณ์มีนาคม 2022 บอกว่า 00:01:09
00:01:09
“บางครั้งทาสที่ซื่อสัตย์อาจจะแนะนำ
ให้เราทำบางอย่างแบบที่เราไม่เข้าใจเหตุผล 00:01:14
00:01:14
ตัวอย่างเช่น00:01:16
00:01:16
พวกเขาอาจแนะนำวิธี
ที่เราจะรอดชีวิตผ่านภัยพิบัติ 00:01:20
00:01:20
ซึ่งเราอาจจะรู้สึกว่า
ไม่มีทางเกิดแถวบ้านเราแน่ๆ”00:01:26
00:01:26
และในหอสังเกตการณ์ตุลาคมปี 2023 บอกว่า00:01:30
00:01:31
“ในช่วงที่โควิด 19 เพิ่งระบาดใหม่ๆ 00:01:34
00:01:34
เราได้รับคำแนะนำไม่ให้ไปประชุมที่หอประชุม 00:01:37
00:01:37
และไม่ให้ไปประกาศตามบ้าน 00:01:39
00:01:39
คุณรู้สึกยาก 00:01:40
00:01:40
ที่จะทำตามคำแนะนำนี้ไหม 00:01:42
00:01:42
ถึงแม้จะรู้สึกยาก00:01:44
00:01:44
แต่การที่คุณเชื่อฟังก็ปกป้องตัวคุณ00:01:47
00:01:47
ทำให้คุณเป็นหนึ่งเดียวกันกับพี่น้อง 00:01:49
00:01:49
และทำให้พระยะโฮวาพอใจ 00:01:51
00:01:51
สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดนี้ 00:01:53
00:01:53
ช่วยให้เราพร้อมที่จะเชื่อฟัง
คำแนะนำทุกอย่างที่เราจะได้รับ00:01:58
00:01:58
ตอนที่เกิดความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่”00:02:01
00:02:01
และสุดท้าย หอสังเกตการณ์
เดือนกุมภาพันธ์ปี 2024 บอกว่า00:02:06
00:02:06
“แต่บางครั้งเราอาจรู้สึกว่ายาก 00:02:09
00:02:09
ที่จะทำตามการชี้นำของพระยะโฮวา 00:02:12
00:02:12
โดยเฉพาะถ้าเราได้รับคำแนะนำ
จากมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ00:02:16
00:02:17
เพราะอะไร?00:02:18
00:02:18
เพราะคำแนะนำนั้น 00:02:20
00:02:20
อาจจะไม่ถูกใจเรา 00:02:22
00:02:23
หรือเราอาจรู้สึกว่าคำแนะนำนั้น
ไม่ฉลาดเท่าไหร่00:02:27
00:02:27
และคิดเองว่า
มันคงไม่ใช่คำแนะนำที่มาจากพระยะโฮวา” 00:02:32
00:02:33
เราเห็นชัดเลยว่า00:02:35
00:02:35
หอสังเกตการณ์ในไม่กี่ปีมานี้ 00:02:37
00:02:37
เตือนเราบ่อยๆให้เชื่อฟัง00:02:40
00:02:40
เหมือนกับที่คำอธิบาย
ในหอสังเกตการณ์วันนี้บอก00:02:44
00:02:44
เราต้องเชื่อฟัง 00:02:46
00:02:46
แม้คำแนะนำนั้นอาจดูแปลก 00:02:48
00:02:48
ใช้ไม่ได้จริง 00:02:49
00:02:49
หรือถึงกับไม่มีเหตุผล 00:02:52
00:02:52
ทำไมครับ?00:02:54
00:02:54
ให้เราย้อนกลับไปในสมัยอียิปต์โบราณ00:02:58
00:02:58
ตอนที่ชาติอิสราเอลได้รับการช่วยให้รอด00:03:02
00:03:02
คุณจำได้ไหม
ว่ามีคำแนะนำอะไรบ้างในตอนนั้น 00:03:07
00:03:07
ที่อาจจะดูเหมือนแปลก 00:03:09
00:03:09
ใช้ไม่ได้จริง00:03:10
00:03:10
หรือถึงกับไม่มีเหตุผล 00:03:12
00:03:12
อย่างแรกเลย 00:03:14
00:03:14
พระยะโฮวาบอกให้โมเสสกับอาโรน 00:03:17
00:03:17
ไปบอกฟาโรห์ให้ปล่อยชาวอิสราเอล 00:03:21
00:03:21
แล้วผลเป็นยังไง00:03:23
00:03:23
ฟาโรห์สั่งให้ชาวอิสราเอล
ไปหาฟางสำหรับใช้ทำอิฐเอง 00:03:29
00:03:29
แล้วก็ต้องทำอิฐจำนวนเท่าเดิมด้วย 00:03:32
00:03:32
พูดง่ายๆก็คือ
แทนที่สถานการณ์จะดีขึ้นแต่กลับแย่ลง00:03:36
00:03:38
หลังจากนั้นก็เกิดภัยพิบัติแรก00:03:41
00:03:41
แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด 00:03:43
00:03:44
แต่ฟาโรห์00:03:47
00:03:47
ก็เห็นนักบวชที่มีเวทมนตร์คาถาของอียิปต์ 00:03:50
00:03:50
เปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นเลือดได้เหมือนกัน 00:03:53
00:03:53
นี่เลยทำให้ฟาโรห์มีใจดื้อดึง 00:03:56
00:03:57
และภัยพิบัติต่อไป 00:03:59
00:03:59
ซึ่งก็คือฝูงกบ 00:04:01
00:04:01
พวกนักบวชที่มีเวทมนตร์คาถาของอียิปต์ 00:04:04
00:04:04
ก็ทำได้เหมือนกัน00:04:07
00:04:07
พอมาถึงตอนนี้00:04:09
00:04:09
โมเสสกับอาโรนจะเริ่มสงสัยไหมว่า 00:04:12
00:04:12
‘พระยะโฮวาครับ
สิ่งที่พระองค์ให้พวกผมทำมันไม่ได้ผล’00:04:17
00:04:18
และจากนั้นก็มีภัยพิบัติอื่นๆอีก 00:04:21
00:04:21
แต่คราวนี้00:04:22
00:04:22
พวกนักบวชที่มีเวทมนตร์คาถาของอียิปต์ 00:04:26
00:04:26
ก็เลียนแบบไม่ได้อีกแล้ว 00:04:28
00:04:28
พวกนักบวชถึงกับยอมรับว่า 00:04:30
00:04:30
“เหตุการณ์นี้เกิดจากอำนาจของพระเจ้า”00:04:32
00:04:33
ก่อนจะถึงภัยพิบัติอย่างที่ 10 00:04:35
00:04:35
ครอบครัวชาวอิสราเอลได้รับคำสั่ง
ให้ฆ่าลูกแกะตัวผู้อายุ 1 ปี 00:04:40
00:04:40
ให้เอาเนื้อไปย่าง อย่าเอาไปต้ม00:04:43
00:04:43
อย่าหักกระดูกมัน 00:04:45
00:04:45
อย่าให้มีส่วนไหนอยู่เหลือจนถึงตอนเช้า 00:04:47
00:04:47
แต่ถ้ามีก็ให้เอาไปเผาไฟให้หมด 00:04:49
00:04:49
ตอนที่กินต้องเอาผ้าคาดเอวไว้ให้แน่น00:04:54
00:04:54
สวมรองเท้า ถือไม้เท้าไว้ในมือ
และรีบกินให้หมด00:04:59
00:04:59
รายละเอียดเยอะมากเลยใช่ไหมครับ00:05:01
00:05:01
ตอนนั้นชาวอิสราเอลเข้าใจไหม00:05:04
00:05:04
ว่าทำไมพระเจ้าสั่งแบบนี้ 00:05:06
00:05:06
อย่างเช่น 00:05:07
00:05:07
ทำไมเราถึงหักกระดูกของลูกแกะไม่ได้00:05:11
00:05:11
ตอนนั้นพระยะโฮวาก็ไม่ได้บอกเหตุผล00:05:14
00:05:14
ที่จริงแล้วคำสั่งนั้น 00:05:17
00:05:17
เป็นคำพยากรณ์ถึงเหตุการณ์
ที่จะเกิดขึ้นจริง00:05:22
00:05:22
หลังจากนั้นมากกว่า 1,500 ปี00:05:25
00:05:26
แต่ในเวลานั้นชาวอิสราเอลจะคิดไหมว่า00:05:31
00:05:32
‘ขอโทษนะโมเสส พวกเราทำอาหารเป็น00:05:36
00:05:37
ไม่ต้องมาสอนพวกเราหรอก00:05:39
00:05:39
ถึงจะต้องมานั่งหักกระดูก00:05:41
00:05:41
แต่ฉันก็ชอบกินแบบต้ม
มากกว่าย่าง 00:05:44
00:05:44
แล้วถ้าจะให้ฉันมากินแบบรีบๆ
ฉันจะท้องอืดนะ’ 00:05:49
00:05:50
เป็นได้ที่ชาวอิสราเอลบางคนอาจจะบ่น 00:05:53
00:05:53
แต่พวกเขาเชื่อฟังไหม00:05:55
00:05:55
ใช่ พวกเขาเชื่อฟัง00:05:57
00:05:58
ที่อพยพ 12:28 บอกว่า 00:06:02
00:06:02
“ชาวอิสราเอลก็ทำตามที่พระยะโฮวาสั่ง
โมเสสกับอาโรน00:06:07
00:06:07
พวกเขาทำตามทุกอย่าง”00:06:11
00:06:12
หลังจากภัยพิบัติอย่างที่ 1000:06:15
00:06:15
พระยะโฮวาก็สั่งชาวอิสราเอล
ให้ทำอะไรอีกอย่างหนึ่งที่ดูแปลกๆ00:06:20
00:06:20
พระองค์บอกชาวอิสราเอล
ให้ไปขอเครื่องเงิน เครื่องทอง00:06:25
00:06:25
และเสื้อผ้าจากชาวอียิปต์ 00:06:27
00:06:28
พวกเขาเชื่อฟังคำสั่งนี้ของพระยะโฮวาไหม00:06:33
00:06:33
พวกเขาพูดไหมว่า 00:06:35
00:06:35
‘โมเสสมันใช่เวลาไหมเนี่ย00:06:37
00:06:37
ทุกครอบครัวในอียิปต์ 00:06:41
00:06:41
ลูกชายคนโตของพวกเขาเพิ่งจะตาย 00:06:46
00:06:46
แล้วเรายังไปขอเครื่องเงิน เครื่องทอง
และเสื้อผ้าจากพวกเขาเนี่ยนะ 00:06:51
00:06:51
มันจะไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอ’00:06:54
00:06:54
แต่ความจริงก็คือ00:06:57
00:06:57
นี่เป็นการที่ชาวอียิปต์
จ่ายชดเชยให้กับชาวอิสราเอล00:07:01
00:07:01
ที่ถูกบังคับให้ทำงานเป็นทาส 00:07:03
00:07:03
มาเป็นเวลานานหลายปี 00:07:05
00:07:05
ซึ่งพวกเขาไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น 00:07:07
00:07:07
เพราะความจริงแล้ว 00:07:09
00:07:09
ชาวอิสราเอลเข้ามาในอียิปต์ในฐานะแขก
ไม่ใช่ในฐานะทาส 00:07:14
00:07:15
แล้วชาวอิสราเอล00:07:18
00:07:18
เชื่อฟังคำสั่งนี้ไหม 00:07:20
00:07:20
พวกเขาเชื่อฟัง 00:07:22
00:07:22
คัมภีร์ไบเบิลบอกว่า 00:07:23
00:07:23
พระยะโฮวาจะทำให้ชาวอียิปต์
เมตตาชาวอิสราเอล 00:07:27
00:07:27
และชาวอียิปต์จะให้ในสิ่งที่พวกเขาขอ 00:07:30
00:07:30
พวกเขาให้สิ่งจำเป็น00:07:32
00:07:32
ที่ชาวอิสราเอลจะเอาไปสร้างเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์
ในหลายปีต่อมา00:07:36
00:07:36
ตอนนี้ 00:07:37
00:07:37
พอพวกเขาออกมาจากอียิปต์ 00:07:40
00:07:40
พระยะโฮวาก็บอกโมเสส
ให้ไปบอกชาวอิสราเอล 00:07:44
00:07:44
ให้วกกลับไปตั้งค่ายตรงข้ามทะเลแดง 00:07:48
00:07:49
นี่ทำให้พวกเขาติดอยู่ระหว่างทะเลแดง
กับกองทัพของฟาโรห์00:07:55
00:07:55
ที่กำลังไล่ตามมา00:07:56
00:07:57
คำสั่งนี้ 00:07:59
00:07:59
ทำให้ตกอยู่ในอันตราย 00:08:01
00:08:01
หรือเป็นคำสั่งที่ฉลาด 00:08:04
00:08:04
คุณรู้คำตอบอยู่แล้ว 00:08:06
00:08:07
บทเรียนสำหรับพวกเราก็คือ 00:08:10
00:08:10
ถ้าเราได้รับคำแนะนำ
จากองค์การของพระยะโฮวา 00:08:14
00:08:14
ที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่ได้ผล 00:08:16
00:08:16
หรืออาจจะเป็นคำแนะนำ
ที่ทำให้เราใช้ชีวิตยากขึ้นกว่าเดิม 00:08:21
00:08:21
เหมือนกับตอนที่ชาวอิสราเอล
ต้องไปหาฟางเอาเองเพื่อมาทำอิฐ 00:08:26
00:08:27
หรือถ้าคำแนะนำที่เราได้รับ 00:08:29
00:08:29
ดูเหมือนจะก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว หรือการตัดสินใจส่วนตัวของเรามากเกินไป00:08:34
00:08:34
เช่น เราต้องกินอะไร 00:08:37
00:08:37
ต้องทำกับข้าววิธีไหน 00:08:39
00:08:39
หรือถึงกับบอกด้วยว่า00:08:41
00:08:41
เราต้องกินยังไง 00:08:42
00:08:43
หรือคำสั่งบางอย่างที่เราได้รับ 00:08:45
00:08:45
เราก็ไม่รู้เหตุผลสักทีว่าทำไมถึงสั่งแบบนั้น00:08:48
00:08:48
อาจจะผ่านไปหลายวัน หลายสัปดาห์
หรือหลายเดือนเราก็ยังไม่รู้ 00:08:53
00:08:53
หรือถึงกับให้รอตั้ง 1,500 ปีถึงจะรู้00:08:56
00:08:57
แล้วถ้าคำแนะนำ 00:09:00
00:09:00
ที่มาจากองค์การของพระยะโฮวา 00:09:02
00:09:02
ดูเหมือนจะทำให้เราตกอยู่ในอันตราย 00:09:05
00:09:05
เหมือนตอนที่ชาวอิสราเอลติดอยู่ที่ทะเลแดง00:09:09
00:09:09
อะไรจะช่วยให้เราเชื่อฟัง 00:09:11
00:09:12
เราต้องจำไว้ว่า 00:09:13
00:09:13
ในทุกครั้งที่พระยะโฮวาให้มีภัยพิบัติ00:09:16
00:09:16
พระองค์ทำให้เห็นว่า
พระองค์ใช้โมเสสกับอาโรนอยู่ 00:09:21
00:09:21
และทุกวันนี้พระองค์ก็ทำคล้ายกัน00:09:23
00:09:23
ลองคิดถึงช่วงสมัยสุดท้ายนี้00:09:25
00:09:25
ที่มีทั้งภัยธรรมชาติ สงคราม
และโรคระบาด 00:09:29
00:09:29
เราได้รับคำแนะนำที่ฉลาดอยู่เสมอ 00:09:32
00:09:32
จากองค์การของพระยะโฮวา
โดยทางทาสที่ซื่อสัตย์และสุขุม00:09:37
00:09:37
บทเรียนคือ 00:09:39
00:09:39
ตอนนี้เป็นเวลาที่เราต้องฝึกตัวเอง
ที่จะไว้ใจพระยะโฮวา00:09:43
00:09:43
ไว้ใจคนที่พระองค์ใช้00:09:45
00:09:45
และเชื่อฟังอย่างซื่อสัตย์แม้แต่ในเรื่องเล็กๆ 00:09:48
00:09:48
การทำแบบนี้ไม่เพียงเตรียมเราให้พร้อม00:09:51
00:09:51
สำหรับความทุกข์ยากลำบาก
ครั้งใหญ่เท่านั้น00:09:53
00:09:54
แต่ยังเตรียมเราไว้
สำหรับช่วงเวลาหลังจากนั้นด้วย00:09:57
00:09:57
คือช่วงการปกครอง 1,000 ปี00:09:59
00:09:59
เหมือนที่บอกไว้ในสดุดี 45:16 00:10:03
00:10:03
เราจะยังทำตามการชี้นำไหม 00:10:06
00:10:06
แม้ว่าเราต้องทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ 00:10:09
00:10:09
มันก็ขึ้นอยู่กับว่า00:10:11
00:10:11
เราทำตามคำแนะนำของพระยะโฮวา
ตั้งแต่ตอนนี้ไหม00:10:16
โจนาทาน สมิธ: เชื่อฟังอย่างซื่อสัตย์แม้แต่ในเรื่องเล็กๆ (ลูกา 16:10)
-
โจนาทาน สมิธ: เชื่อฟังอย่างซื่อสัตย์แม้แต่ในเรื่องเล็กๆ (ลูกา 16:10)
ข้อคัมภีร์ประจำวันวันนี้
และคำอธิบาย
จาก<i>หอสังเกตการณ์</i>
เราได้เรียนว่า
เราจะรอดผ่านช่วงความทุกข์ลำบาก
ครั้งใหญ่หรือไม่
ก็ขึ้นอยู่กับว่า
เราเชื่อฟังในเรื่องเล็กน้อยด้วยไหม
แล้วก็ยังมี<i>หอสังเกตการณ์</i>ฉบับอื่นๆด้วย
ที่พูดคล้ายๆกันนี้
ตัวอย่างเช่น<i>หอสังเกตการณ์</i>
เดือนธันวาคมปี 2007 บอกว่า
“เมื่อเราใกล้จุดเริ่มต้นของความทุกข์ลำบาก
ครั้งใหญ่มากกว่านี้
เราอาจได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดในบางเรื่อง
เพื่อเราจะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย
ผ่านช่วงที่ยากลำบากนั้น
เราต้องเชื่อฟังการชี้นำแบบเดียวกัน
กับที่ผู้รับใช้ที่ภักดี
ของพระยะโฮวาคนอื่นๆทำอยู่”
<i>หอสังเกตการณ์</i>เมษายนปี 2012 ก็บอกว่า
“ในช่วงความทุกข์ลำบากใหญ่
คริสเตียนจะต้องเอาใจใส่คำแนะนำ
ที่มาจากพระคำและองค์การของพระเจ้า
เนื่องจากความรอดของเรา
ขึ้นอยู่กับ
การเชื่อฟัง”
<i>หอสังเกตการณ์</i>มีนาคม 2022 บอกว่า
“บางครั้งทาสที่ซื่อสัตย์อาจจะแนะนำ
ให้เราทำบางอย่างแบบที่เราไม่เข้าใจเหตุผล
ตัวอย่างเช่น
พวกเขาอาจแนะนำวิธี
ที่เราจะรอดชีวิตผ่านภัยพิบัติ
ซึ่งเราอาจจะรู้สึกว่า
ไม่มีทางเกิดแถวบ้านเราแน่ๆ”
และใน<i>หอสังเกตการณ์</i>ตุลาคมปี 2023 บอกว่า
“ในช่วงที่โควิด 19 เพิ่งระบาดใหม่ๆ
เราได้รับคำแนะนำไม่ให้ไปประชุมที่หอประชุม
และไม่ให้ไปประกาศตามบ้าน
คุณรู้สึกยาก
ที่จะทำตามคำแนะนำนี้ไหม
ถึงแม้จะรู้สึกยาก
แต่การที่คุณเชื่อฟังก็ปกป้องตัวคุณ
ทำให้คุณเป็นหนึ่งเดียวกันกับพี่น้อง
และทำให้พระยะโฮวาพอใจ
สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดนี้
ช่วยให้เราพร้อมที่จะเชื่อฟัง
คำแนะนำทุกอย่างที่เราจะได้รับ
ตอนที่เกิดความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่”
และสุดท้าย <i>หอสังเกตการณ์</i>
เดือนกุมภาพันธ์ปี 2024 บอกว่า
“แต่บางครั้งเราอาจรู้สึกว่ายาก
ที่จะทำตามการชี้นำของพระยะโฮวา
โดยเฉพาะถ้าเราได้รับคำแนะนำ
จากมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ
เพราะอะไร?
เพราะคำแนะนำนั้น
อาจจะไม่ถูกใจเรา
หรือเราอาจรู้สึกว่าคำแนะนำนั้น
ไม่ฉลาดเท่าไหร่
และคิดเองว่า
มันคงไม่ใช่คำแนะนำที่มาจากพระยะโฮวา”
เราเห็นชัดเลยว่า
<i>หอสังเกตการณ์</i>ในไม่กี่ปีมานี้
เตือนเราบ่อยๆให้เชื่อฟัง
เหมือนกับที่คำอธิบาย
ใน<i>หอสังเกตการณ์</i>วันนี้บอก
เราต้องเชื่อฟัง
แม้คำแนะนำนั้นอาจดูแปลก
ใช้ไม่ได้จริง
หรือถึงกับไม่มีเหตุผล
ทำไมครับ?
ให้เราย้อนกลับไปในสมัยอียิปต์โบราณ
ตอนที่ชาติอิสราเอลได้รับการช่วยให้รอด
คุณจำได้ไหม
ว่ามีคำแนะนำอะไรบ้างในตอนนั้น
ที่อาจจะดูเหมือนแปลก
ใช้ไม่ได้จริง
หรือถึงกับไม่มีเหตุผล
อย่างแรกเลย
พระยะโฮวาบอกให้โมเสสกับอาโรน
ไปบอกฟาโรห์ให้ปล่อยชาวอิสราเอล
แล้วผลเป็นยังไง
ฟาโรห์สั่งให้ชาวอิสราเอล
ไปหาฟางสำหรับใช้ทำอิฐเอง
แล้วก็ต้องทำอิฐจำนวนเท่าเดิมด้วย
พูดง่ายๆก็คือ
แทนที่สถานการณ์จะดีขึ้นแต่กลับแย่ลง
หลังจากนั้นก็เกิดภัยพิบัติแรก
แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด
แต่ฟาโรห์
ก็เห็นนักบวชที่มีเวทมนตร์คาถาของอียิปต์
เปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นเลือดได้เหมือนกัน
นี่เลยทำให้ฟาโรห์มีใจดื้อดึง
และภัยพิบัติต่อไป
ซึ่งก็คือฝูงกบ
พวกนักบวชที่มีเวทมนตร์คาถาของอียิปต์
ก็ทำได้เหมือนกัน
พอมาถึงตอนนี้
โมเสสกับอาโรนจะเริ่มสงสัยไหมว่า
‘พระยะโฮวาครับ
สิ่งที่พระองค์ให้พวกผมทำมันไม่ได้ผล’
และจากนั้นก็มีภัยพิบัติอื่นๆอีก
แต่คราวนี้
พวกนักบวชที่มีเวทมนตร์คาถาของอียิปต์
ก็เลียนแบบไม่ได้อีกแล้ว
พวกนักบวชถึงกับยอมรับว่า
“เหตุการณ์นี้เกิดจากอำนาจของพระเจ้า”
ก่อนจะถึงภัยพิบัติอย่างที่ 10
ครอบครัวชาวอิสราเอลได้รับคำสั่ง
ให้ฆ่าลูกแกะตัวผู้อายุ 1 ปี
ให้เอาเนื้อไปย่าง อย่าเอาไปต้ม
อย่าหักกระดูกมัน
อย่าให้มีส่วนไหนอยู่เหลือจนถึงตอนเช้า
แต่ถ้ามีก็ให้เอาไปเผาไฟให้หมด
ตอนที่กินต้องเอาผ้าคาดเอวไว้ให้แน่น
สวมรองเท้า ถือไม้เท้าไว้ในมือ
และรีบกินให้หมด
รายละเอียดเยอะมากเลยใช่ไหมครับ
ตอนนั้นชาวอิสราเอลเข้าใจไหม
ว่าทำไมพระเจ้าสั่งแบบนี้
อย่างเช่น
ทำไมเราถึงหักกระดูกของลูกแกะไม่ได้
ตอนนั้นพระยะโฮวาก็ไม่ได้บอกเหตุผล
ที่จริงแล้วคำสั่งนั้น
เป็นคำพยากรณ์ถึงเหตุการณ์
ที่จะเกิดขึ้นจริง
หลังจากนั้นมากกว่า 1,500 ปี
แต่ในเวลานั้นชาวอิสราเอลจะคิดไหมว่า
‘ขอโทษนะโมเสส พวกเราทำอาหารเป็น
ไม่ต้องมาสอนพวกเราหรอก
ถึงจะต้องมานั่งหักกระดูก
แต่ฉันก็ชอบกินแบบต้ม
มากกว่าย่าง
แล้วถ้าจะให้ฉันมากินแบบรีบๆ
ฉันจะท้องอืดนะ’
เป็นได้ที่ชาวอิสราเอลบางคนอาจจะบ่น
แต่พวกเขาเชื่อฟังไหม
ใช่ พวกเขาเชื่อฟัง
ที่อพยพ 12:28 บอกว่า
“ชาวอิสราเอลก็ทำตามที่พระยะโฮวาสั่ง
โมเสสกับอาโรน
พวกเขาทำตามทุกอย่าง”
หลังจากภัยพิบัติอย่างที่ 10
พระยะโฮวาก็สั่งชาวอิสราเอล
ให้ทำอะไรอีกอย่างหนึ่งที่ดูแปลกๆ
พระองค์บอกชาวอิสราเอล
ให้ไปขอเครื่องเงิน เครื่องทอง
และเสื้อผ้าจากชาวอียิปต์
พวกเขาเชื่อฟังคำสั่งนี้ของพระยะโฮวาไหม
พวกเขาพูดไหมว่า
‘โมเสสมันใช่เวลาไหมเนี่ย
ทุกครอบครัวในอียิปต์
ลูกชายคนโตของพวกเขาเพิ่งจะตาย
แล้วเรายังไปขอเครื่องเงิน เครื่องทอง
และเสื้อผ้าจากพวกเขาเนี่ยนะ
มันจะไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอ’
แต่ความจริงก็คือ
นี่เป็นการที่ชาวอียิปต์
จ่ายชดเชยให้กับชาวอิสราเอล
ที่ถูกบังคับให้ทำงานเป็นทาส
มาเป็นเวลานานหลายปี
ซึ่งพวกเขาไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น
เพราะความจริงแล้ว
ชาวอิสราเอลเข้ามาในอียิปต์ในฐานะแขก
ไม่ใช่ในฐานะทาส
แล้วชาวอิสราเอล
เชื่อฟังคำสั่งนี้ไหม
พวกเขาเชื่อฟัง
คัมภีร์ไบเบิลบอกว่า
พระยะโฮวาจะทำให้ชาวอียิปต์
เมตตาชาวอิสราเอล
และชาวอียิปต์จะให้ในสิ่งที่พวกเขาขอ
พวกเขาให้สิ่งจำเป็น
ที่ชาวอิสราเอลจะเอาไปสร้างเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์
ในหลายปีต่อมา
ตอนนี้
พอพวกเขาออกมาจากอียิปต์
พระยะโฮวาก็บอกโมเสส
ให้ไปบอกชาวอิสราเอล
ให้วกกลับไปตั้งค่ายตรงข้ามทะเลแดง
นี่ทำให้พวกเขาติดอยู่ระหว่างทะเลแดง
กับกองทัพของฟาโรห์
ที่กำลังไล่ตามมา
คำสั่งนี้
ทำให้ตกอยู่ในอันตราย
หรือเป็นคำสั่งที่ฉลาด
คุณรู้คำตอบอยู่แล้ว
บทเรียนสำหรับพวกเราก็คือ
ถ้าเราได้รับคำแนะนำ
จากองค์การของพระยะโฮวา
ที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่ได้ผล
หรืออาจจะเป็นคำแนะนำ
ที่ทำให้เราใช้ชีวิตยากขึ้นกว่าเดิม
เหมือนกับตอนที่ชาวอิสราเอล
ต้องไปหาฟางเอาเองเพื่อมาทำอิฐ
หรือถ้าคำแนะนำที่เราได้รับ
ดูเหมือนจะก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว หรือการตัดสินใจส่วนตัวของเรามากเกินไป
เช่น เราต้องกินอะไร
ต้องทำกับข้าววิธีไหน
หรือถึงกับบอกด้วยว่า
เราต้องกินยังไง
หรือคำสั่งบางอย่างที่เราได้รับ
เราก็ไม่รู้เหตุผลสักทีว่าทำไมถึงสั่งแบบนั้น
อาจจะผ่านไปหลายวัน หลายสัปดาห์
หรือหลายเดือนเราก็ยังไม่รู้
หรือถึงกับให้รอตั้ง 1,500 ปีถึงจะรู้
แล้วถ้าคำแนะนำ
ที่มาจากองค์การของพระยะโฮวา
ดูเหมือนจะทำให้เราตกอยู่ในอันตราย
เหมือนตอนที่ชาวอิสราเอลติดอยู่ที่ทะเลแดง
อะไรจะช่วยให้เราเชื่อฟัง
เราต้องจำไว้ว่า
ในทุกครั้งที่พระยะโฮวาให้มีภัยพิบัติ
พระองค์ทำให้เห็นว่า
พระองค์ใช้โมเสสกับอาโรนอยู่
และทุกวันนี้พระองค์ก็ทำคล้ายกัน
ลองคิดถึงช่วงสมัยสุดท้ายนี้
ที่มีทั้งภัยธรรมชาติ สงคราม
และโรคระบาด
เราได้รับคำแนะนำที่ฉลาดอยู่เสมอ
จากองค์การของพระยะโฮวา
โดยทางทาสที่ซื่อสัตย์และสุขุม
บทเรียนคือ
ตอนนี้เป็นเวลาที่เราต้องฝึกตัวเอง
ที่จะไว้ใจพระยะโฮวา
ไว้ใจคนที่พระองค์ใช้
และเชื่อฟังอย่างซื่อสัตย์แม้แต่ในเรื่องเล็กๆ
การทำแบบนี้ไม่เพียงเตรียมเราให้พร้อม
สำหรับความทุกข์ยากลำบาก
ครั้งใหญ่เท่านั้น
แต่ยังเตรียมเราไว้
สำหรับช่วงเวลาหลังจากนั้นด้วย
คือช่วงการปกครอง 1,000 ปี
เหมือนที่บอกไว้ในสดุดี 45:16
เราจะยังทำตามการชี้นำไหม
แม้ว่าเราต้องทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ
มันก็ขึ้นอยู่กับว่า
เราทำตามคำแนะนำของพระยะโฮวา
ตั้งแต่ตอนนี้ไหม
-