ดาร์ซี แมคคิววัน: เต็มใจเสียสละเพราะรักและรู้สึกขอบคุณ (ผู้วินิจฉัย 11:36)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:00
วันนี้เราจะคุยกันเรื่องการเสียสละ00:00:03
00:00:04
เราได้เรียนจากการประชุมใหญ่ปีนี้ว่า00:00:07
00:00:07
การนมัสการพระยะโฮวา00:00:09
00:00:09
เกี่ยวข้องกับการให้อะไรบางอย่าง00:00:12
00:00:12
และเสียสละบางอย่างเพื่อพระองค์00:00:14
00:00:16
ในประชาคมและที่เบเธล00:00:18
00:00:18
เราได้เห็นตัวอย่างของหลายคน
ที่ได้เสียสละมากเพื่อรับใช้พระยะโฮวา00:00:23
00:00:23
ใช่ไหมครับ?00:00:24
00:00:26
แต่ในคำบรรยายนี้เราจะไม่คุยกันว่า00:00:29
00:00:29
เราให้อะไรกับพระยะโฮวาหรือให้มากแค่ไหน 00:00:33
00:00:33
แต่เราอยากจะสนใจเหตุผล00:00:36
00:00:36
ที่เราเต็มใจเสียสละเพื่อพระองค์ 00:00:40
00:00:40
และเราจะดูด้วยว่าเราเรียนอะไรได้จาก00:00:43
00:00:43
แรงกระตุ้นที่อยู่เบื้องหลังของการเสียสละ00:00:46
00:00:46
จากเรื่องราวที่น่าประทับใจในคัมภีร์ไบเบิล00:00:50
00:00:50
ซึ่งก็คือตัวอย่างของลูกสาวเยฟธาห์00:00:52
00:00:53
เราทุกคนคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี00:00:56
00:00:56
ก่อนเยฟธาห์ออกไปรบ00:00:58
00:00:58
เขาได้ปฏิญาณกับพระยะโฮวาว่า00:01:01
00:01:01
ถ้าพระองค์ช่วยเขาให้รบชนะ00:01:03
00:01:03
ใครที่ออกมาต้อนรับเขาเป็นคนแรก00:01:05
00:01:05
เขาจะยกคนนั้นให้พระยะโฮวา
ให้รับใช้พระองค์ในเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์00:01:10
00:01:11
เรารู้ว่าเรื่องเป็นยังไง00:01:13
00:01:13
คนแรกที่ออกมาต้อนรับเยฟธาห์
คือลูกสาวคนเดียวของเขา00:01:17
00:01:18
และเธอต้องรับใช้พระยะโฮวา
ที่เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์00:01:21
00:01:21
ไปตลอดชีวิต00:01:23
00:01:23
โดยไม่แต่งงาน00:01:24
00:01:25
มีหลายอย่างที่เราสามารถเรียนได้จากเรื่องนี้00:01:29
00:01:29
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ00:01:31
00:01:32
แต่ตอนนี้เราอยากจะเน้นที่ท่าที
และการตอบรับของเธอ00:01:36
00:01:36
หลังจากที่รู้สิ่งที่พ่อสัญญากับพระยะโฮวา00:01:39
00:01:39
ให้เราเปิดดูด้วยกันครับ ที่ผู้วินิจฉัยบท 1100:01:43
00:01:47
ตอนแรกที่ได้ยินเธอมีท่าทียังไง00:01:51
00:01:51
ตอนที่รู้ว่าพ่อได้ให้คำปฏิญาณ
ที่มีผลต่อชีวิตเธอทั้งชีวิต?00:01:56
00:01:57
ในผู้วินิจฉัยบท 1100:01:59
00:01:59
เราเห็นว่าเยฟธาห์พ่อของเธอบอกว่า00:02:02
00:02:02
พ่อสัญญากับพระยะโฮวาไว้แล้ว
พ่อจะกลับคำไม่ได้00:02:05
00:02:05
เธอตอบรับยังไง?00:02:07
00:02:08
หลายครั้งเราคิดถึงเหตุการณ์ในข้อ 3700:02:11
00:02:11
ที่เธอขอไปอยู่คนเดียวสัก 2 เดือน00:02:13
00:02:13
ไปตามภูเขาเพื่อคิดถึงเรื่องนี้และอธิษฐาน00:02:16
00:02:17
แต่นี่ไม่ใช่ท่าทีของเธอในตอนแรกครับ00:02:20
00:02:21
ให้เรามาดูว่าเธอทำอะไรในข้อ 3600:02:24
00:02:25
แต่เธอพูดกับพ่อว่า00:02:26
00:02:26
“พ่อคะ ถ้าพ่อสัญญากับพระยะโฮวาแล้ว
ก็ทำตามที่สัญญาไว้เถอะค่ะ”00:02:34
00:02:34
‘ทำตามที่สัญญาเถอะค่ะ’00:02:36
00:02:36
เธอเต็มใจทำตามคำปฏิญาณของพ่อ
และสนับสนุนทันที00:02:40
00:02:41
เธอไม่ลังเลเลย00:02:43
00:02:43
หนูจะทำค่ะ00:02:44
00:02:45
น่าประทับใจใช่ไหม?00:02:47
00:02:47
ทำไมครับ?00:02:48
00:02:49
เธอเข้าใจจริงๆไหมว่าตัวเองต้องทำอะไร?00:02:52
00:02:55
หรือเธอทำไปเพราะรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกไหม?00:02:58
00:02:59
หรือทำเพื่อให้พ่อดีใจ?00:03:01
00:03:03
เราไม่ต้องเดาเลยครับ00:03:04
00:03:04
เพราะเธอบอกให้เรารู้ว่า
ทำไมถึงตอบรับเร็วขนาดนั้น00:03:08
00:03:08
ดูส่วนท้ายของข้อ 36 นะครับ00:03:10
00:03:10
เธอบอกว่า “ทำตามที่สัญญาไว้เถอะค่ะ”00:03:13
00:03:13
ทำไมครับ?00:03:14
00:03:14
สังเกตประโยคถัดไป 00:03:16
00:03:16
“เพราะพระยะโฮวาแก้แค้นชาวอัมโมน
ศัตรูของพ่อให้แล้ว”00:03:21
00:03:21
เพราะพระยะโฮวาแก้แค้นศัตรูให้แล้ว00:03:25
00:03:26
ถึงเราจะไม่รู้ว่าลูกสาวเยฟธาห์ชื่ออะไร00:03:29
00:03:29
แต่คำพูดเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า
เธอรู้สึกยังไง00:03:32
00:03:33
เธอรักพระยะโฮวา
และรู้สึกขอบคุณพระองค์มาก00:03:37
00:03:37
เธอเลยเต็มใจทำตามคำปฏิญาณของพ่อ00:03:40
00:03:40
เพราะขอบคุณที่พระยะโฮวา
ทำเพื่อชาวอิสราเอล00:03:43
00:03:44
เพื่อพ่อ00:03:45
00:03:46
และเพื่อตัวของเธอเอง00:03:48
00:03:50
ลองคิดดูว่าชัยชนะครั้งนี้
มีความหมายกับเธอมากแค่ไหน00:03:54
00:03:54
บท 10 พูดถึงท้องเรื่อง
ที่ช่วยให้เราเข้าใจสภาพการณ์ได้ดีขึ้น 00:03:58
00:03:58
ชาวอัมโมนกดขี่ข่มเหงชาวอิสราเอลนาน 18 ปี 00:04:03
00:04:03
เด็กสาวคนนี้คงตกอยู่ในสภาพนี้มาตลอด00:04:06
00:04:06
ชีวิตที่ถูกกดขี่ หวาดกลัว
และไม่รู้ว่าจะโดนโจมตีอีกครั้งเมื่อไหร่ 00:04:12
00:04:14
ลูกสาวเยฟธาห์อยู่ทางตะวันออก
ของแม่น้ำจอร์แดน00:04:17
00:04:17
พื้นที่นี้ไม่ใช่แค่อยู่ใกล้กับชาวอัมโมน00:04:20
00:04:20
แต่เป็นจุดที่ถูกโจมตีบ่อยกว่าที่อื่นๆ00:04:23
00:04:25
คัมภีร์ไบเบิลบอกว่า
ที่นั่นถูกกดขี่ข่มเหงอย่างหนัก00:04:29
00:04:30
ชาวอิสราเอลทุกข์ใจ00:04:32
00:04:32
เขาบอกพระยะโฮวาว่า00:04:33
00:04:33
ขอช่วยพวกเราด้วยเถอะ00:04:35
00:04:36
คุณคิดว่าลูกสาวเยฟธาห์จะขอแบบนี้ด้วยไหม?00:04:39
00:04:41
ให้เรามานึกภาพ00:04:42
00:04:42
ตอนที่เยฟธาห์พ่อของเธอ
ต้องออกไปสู้รบกับชาวอัมโมน00:04:46
00:04:46
ไบเบิลแค่บันทึกว่า เธอดีใจตอนที่พ่อกลับมา00:04:50
00:04:50
แต่ไม่ได้บันทึกเหตุการณ์00:04:52
00:04:52
ตอนที่เยฟธาห์กำลังจะไป00:04:54
00:04:54
และความรู้สึกของเธอ00:04:56
00:04:57
เรามั่นใจว่าเธอต้องภูมิใจแน่ๆ
ที่พ่อออกไปสู้ในนามพระยะโฮวา00:05:02
00:05:02
แต่เธออาจรู้สึกกลัวด้วยไหม?00:05:04
00:05:05
เธออาจรู้สึกแบบนี้ด้วยไหม
ว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอพ่อ 00:05:10
00:05:12
คุณนึกภาพออกไหม00:05:13
00:05:13
เธอคงต้องอธิษฐานขอให้พระยะโฮวา
ช่วยปกป้องพ่อของเธอ และช่วยให้รบชนะ00:05:18
00:05:19
ดังนั้น พอได้ยินว่าชาวอิสราเอลรบชนะ
และเห็นพ่อกลับมา00:05:24
00:05:24
เธอก็เต้นรำพร้อมกับตีกลองแทมบูริน
ออกมาต้อนรับ00:05:27
00:05:27
เหมือนกำลังขอบคุณพระยะโฮวา00:05:30
00:05:31
เธอขอบคุณจริงๆ00:05:33
00:05:35
เธอดีใจและรู้สึกขอบคุณ00:05:37
00:05:37
นี่แหละกระตุ้นให้เธอเต็มใจ
ทำตามคำปฏิญาณของพ่อ00:05:41
00:05:41
ไม่ว่าจะต้องเสียสละมากแค่ไหนก็ตาม00:05:44
00:05:45
ความรู้สึกขอบคุณ
เป็นเหตุผลสำคัญของการเสียสละของเธอ00:05:50
00:05:51
เราเองก็เหมือนกัน00:05:53
00:05:53
ความรักและความรู้สึกขอบคุณพระยะโฮวา
เป็นเหตุผลหลักที่เรายอมเสียสละ00:05:58
00:05:59
เราถามตัวเองได้ว่า00:06:00
00:06:01
‘ถ้าไม่มีพระยะโฮวาเราจะเป็นยังไง?’00:06:03
00:06:04
พระยะโฮวาให้ชีวิตกับเรา00:06:06
00:06:07
พระยะโฮวาชักนำเรา00:06:09
00:06:09
ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
ในครอบครัวของพระองค์00:06:12
00:06:13
ให้เราลองคิดถึงสิ่งดีๆ และพรต่างๆ00:06:16
00:06:16
ที่พระยะโฮวาให้กับเราเป็นส่วนตัว00:06:19
00:06:20
รวมถึงตอนที่พระองค์
ตอบคำอธิษฐานของเราด้วย00:06:23
00:06:24
ถ้าเราปลูกฝังความรู้สึกขอบคุณแบบนี้ต่อไป00:06:28
00:06:28
เราก็จะเสียสละเพื่อพระยะโฮวาได้ง่ายขึ้น00:06:32
00:06:32
และยังทำให้เรามีความสุขตอนที่เสียสละด้วย00:06:35
00:06:36
คุณเห็นด้วยไหมครับ?00:06:37
00:06:37
บางครั้งตอนที่เราเสียสละ
เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังทำแบบนั้นอยู่00:06:41
00:06:43
แต่พระยะโฮวาเห็นครับ00:06:45
00:06:45
บางครั้งเราอาจไม่ได้สังเกตว่า
เรากำลังเสียสละอะไรบางอย่าง00:06:49
00:06:50
แต่พระยะโฮวาเห็นความเสียสละของเรา00:06:53
00:06:53
เรารู้เรื่องนี้ได้ยังไง?00:06:55
00:06:55
ถ้าเราดูในข้อ 3900:06:57
00:06:59
“พอครบ 2 เดือนเธอก็กลับมาหาพ่อ00:07:02
00:07:02
หลังจากนั้น เยฟธาห์ก็ทำตามที่ปฏิญาณไว้
เกี่ยวกับเธอ00:07:06
00:07:06
เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย”00:07:09
00:07:10
คำพูดนี้ทำให้เรารู้เรื่องสำคัญ
นั่นก็คือเธอซื่อสัตย์ต่อคำปฏิญาณ00:07:15
00:07:17
และพระยะโฮวาก็อยากให้เรารู้ว่า
เธอซื่อสัตย์ด้วย00:07:21
00:07:21
พระยะโฮวาคงต้องภูมิใจในตัวเธอมาก00:07:24
00:07:24
พระองค์เห็นความเสียสละ
และความอดทนของเธอตั้งแต่ต้นจนจบ00:07:28
00:07:29
สุดยอดเลยใช่ไหม?00:07:31
00:07:32
และข้อนี้ยังบอกให้เรารู้อีกอย่างหนึ่งด้วย00:07:34
00:07:35
ใครเขียนคำพูดนี้ครับ00:07:36
00:07:36
ใครอีกที่เห็นความเสียสละของเธอ?00:07:39
00:07:40
ดูเหมือนว่าซามูเอลน่าจะเป็นคนเขียนผู้วินิจฉัย00:07:44
00:07:44
หลายครั้งหนังสือของเรามักจะบอกว่า00:07:46
00:07:46
ซามูเอลกับลูกสาวเยฟธาห์
รับใช้ในช่วงเวลาเดียวกันในเมืองชิโลห์00:07:51
00:07:51
ถ้าเป็นแบบนั้น00:07:53
00:07:53
ซามูเอลก็ไม่ใช่แค่รู้ว่า
ลูกสาวเยฟธาห์ซื่อสัตย์ต่อคำปฏิญาณ00:07:57
00:07:58
แต่ทุกๆวันเขาเห็นตัวอย่างที่ดีของเธอ00:08:01
00:08:02
แม้แต่ช่วงเวลาที่เกิดปัญหาที่เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์00:08:05
00:08:06
เขาอาจรู้สึกว่าเธอเข้าใจเขา00:08:08
00:08:08
เพราะที่ 2 คนมาอยู่ที่นี่
ก็เพราะทำตามที่พ่อแม่ปฏิญาณ00:08:12
00:08:13
ตัวอย่างของเธออาจกระตุ้นให้เขา
ทำตามคำปฏิญาณไหม?00:08:17
00:08:18
ไม่ว่าจะยังไง
เธอก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขา00:08:22
00:08:24
นี่ทำให้ผมคิดถึงวัยรุ่นของเราครับ00:08:26
00:08:27
บางคนนี่เริ่มเป็นไพโอเนียร์หลังจากเรียนจบ00:08:30
00:08:30
หรือคุณที่มารับใช้ที่เบเธล
คุณอาจมาตอนอายุ 18 หรือ 1900:08:35
00:08:36
คุณมีพี่น้องไหม?00:08:38
00:08:38
หรืออาจจะเป็นเพื่อนๆก็ได้00:08:40
00:08:41
พวกเขาอาจไม่ได้บอกอะไรคุณ
แต่พวกเขากำลังชื่นชมคุณอยู่00:08:45
00:08:46
พวกเขาเห็นความเสียสละของคุณ00:08:49
00:08:49
และที่สำคัญกว่านั้นพวกเขาเห็นความสุข00:08:52
00:08:52
เห็นรอยยิ้มและความกระตือรือร้น00:08:54
00:08:54
ตอนที่คุณเล่าเกี่ยวกับงานมอบหมาย
ให้พวกเขาฟัง00:08:57
00:08:57
พวกเขาอาจเห็นว่า
คุณเป็นผู้ใหญ่ทางความเชื่อมากขึ้น00:09:00
00:09:00
คุณกำลังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเขา00:09:03
00:09:03
พวกเขาสังเกตเห็นตัวอย่างของคุณ00:09:05
00:09:05
และนี่จะช่วยพวกเขาให้ตัดสินใจได้อย่างฉลาด00:09:08
00:09:09
ให้เรามาสรุปกันครับว่า
เราได้คุยอะไรกันไปบ้าง00:09:12
00:09:13
อะไรเป็นเหตุผลที่เราเสียสละเพื่อพระยะโฮวา?00:09:16
00:09:16
ไม่ใช่เพราะหน้าที่00:09:18
00:09:18
หรืออยากให้คนอื่นชื่นชม 00:09:20
00:09:20
แต่เป็นเพราะเรารักและรู้สึกขอบคุณ
สำหรับทุกสิ่งที่พระยะโฮวาทำเพื่อเรา00:09:25
00:09:25
สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่ยกย่องพระยะโฮวา00:09:28
00:09:28
แต่ยังให้กำลังใจคนอื่นได้ด้วย00:09:30
00:09:31
ดังนั้น ขอให้เรารับใช้พระยะโฮวาสุดหัวใจต่อไป00:09:35
00:09:35
จำไว้ว่าพระองค์สังเกตและเห็นค่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเสียสละเพื่อพระองค์00:09:40
ดาร์ซี แมคคิววัน: เต็มใจเสียสละเพราะรักและรู้สึกขอบคุณ (ผู้วินิจฉัย 11:36)
-
ดาร์ซี แมคคิววัน: เต็มใจเสียสละเพราะรักและรู้สึกขอบคุณ (ผู้วินิจฉัย 11:36)
วันนี้เราจะคุยกันเรื่องการเสียสละ
เราได้เรียนจากการประชุมใหญ่ปีนี้ว่า
การนมัสการพระยะโฮวา
เกี่ยวข้องกับการให้อะไรบางอย่าง
และเสียสละบางอย่างเพื่อพระองค์
ในประชาคมและที่เบเธล
เราได้เห็นตัวอย่างของหลายคน
ที่ได้เสียสละมากเพื่อรับใช้พระยะโฮวา
ใช่ไหมครับ?
แต่ในคำบรรยายนี้เราจะไม่คุยกันว่า
เราให้อะไรกับพระยะโฮวาหรือให้มากแค่ไหน
แต่เราอยากจะสนใจเหตุผล
ที่เราเต็มใจเสียสละเพื่อพระองค์
และเราจะดูด้วยว่าเราเรียนอะไรได้จาก
แรงกระตุ้นที่อยู่เบื้องหลังของการเสียสละ
จากเรื่องราวที่น่าประทับใจในคัมภีร์ไบเบิล
ซึ่งก็คือตัวอย่างของลูกสาวเยฟธาห์
เราทุกคนคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี
ก่อนเยฟธาห์ออกไปรบ
เขาได้ปฏิญาณกับพระยะโฮวาว่า
ถ้าพระองค์ช่วยเขาให้รบชนะ
ใครที่ออกมาต้อนรับเขาเป็นคนแรก
เขาจะยกคนนั้นให้พระยะโฮวา
ให้รับใช้พระองค์ในเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์
เรารู้ว่าเรื่องเป็นยังไง
คนแรกที่ออกมาต้อนรับเยฟธาห์
คือลูกสาวคนเดียวของเขา
และเธอต้องรับใช้พระยะโฮวา
ที่เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์
ไปตลอดชีวิต
โดยไม่แต่งงาน
มีหลายอย่างที่เราสามารถเรียนได้จากเรื่องนี้
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ
แต่ตอนนี้เราอยากจะเน้นที่ท่าที
และการตอบรับของเธอ
หลังจากที่รู้สิ่งที่พ่อสัญญากับพระยะโฮวา
ให้เราเปิดดูด้วยกันครับ ที่ผู้วินิจฉัยบท 11
ตอนแรกที่ได้ยินเธอมีท่าทียังไง
ตอนที่รู้ว่าพ่อได้ให้คำปฏิญาณ
ที่มีผลต่อชีวิตเธอทั้งชีวิต?
ในผู้วินิจฉัยบท 11
เราเห็นว่าเยฟธาห์พ่อของเธอบอกว่า
พ่อสัญญากับพระยะโฮวาไว้แล้ว
พ่อจะกลับคำไม่ได้
เธอตอบรับยังไง?
หลายครั้งเราคิดถึงเหตุการณ์ในข้อ 37
ที่เธอขอไปอยู่คนเดียวสัก 2 เดือน
ไปตามภูเขาเพื่อคิดถึงเรื่องนี้และอธิษฐาน
แต่นี่ไม่ใช่ท่าทีของเธอในตอนแรกครับ
ให้เรามาดูว่าเธอทำอะไรในข้อ 36
แต่เธอพูดกับพ่อว่า
“พ่อคะ ถ้าพ่อสัญญากับพระยะโฮวาแล้ว
ก็ทำตามที่สัญญาไว้เถอะค่ะ”
‘ทำตามที่สัญญาเถอะค่ะ’
เธอเต็มใจทำตามคำปฏิญาณของพ่อ
และสนับสนุนทันที
เธอไม่ลังเลเลย
หนูจะทำค่ะ
น่าประทับใจใช่ไหม?
ทำไมครับ?
เธอเข้าใจจริงๆไหมว่าตัวเองต้องทำอะไร?
หรือเธอทำไปเพราะรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกไหม?
หรือทำเพื่อให้พ่อดีใจ?
เราไม่ต้องเดาเลยครับ
เพราะเธอบอกให้เรารู้ว่า
ทำไมถึงตอบรับเร็วขนาดนั้น
ดูส่วนท้ายของข้อ 36 นะครับ
เธอบอกว่า “ทำตามที่สัญญาไว้เถอะค่ะ”
ทำไมครับ?
สังเกตประโยคถัดไป
“เพราะพระยะโฮวาแก้แค้นชาวอัมโมน
ศัตรูของพ่อให้แล้ว”
เพราะพระยะโฮวาแก้แค้นศัตรูให้แล้ว
ถึงเราจะไม่รู้ว่าลูกสาวเยฟธาห์ชื่ออะไร
แต่คำพูดเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า
เธอรู้สึกยังไง
เธอรักพระยะโฮวา
และรู้สึกขอบคุณพระองค์มาก
เธอเลยเต็มใจทำตามคำปฏิญาณของพ่อ
เพราะขอบคุณที่พระยะโฮวา
ทำเพื่อชาวอิสราเอล
เพื่อพ่อ
และเพื่อตัวของเธอเอง
ลองคิดดูว่าชัยชนะครั้งนี้
มีความหมายกับเธอมากแค่ไหน
บท 10 พูดถึงท้องเรื่อง
ที่ช่วยให้เราเข้าใจสภาพการณ์ได้ดีขึ้น
ชาวอัมโมนกดขี่ข่มเหงชาวอิสราเอลนาน 18 ปี
เด็กสาวคนนี้คงตกอยู่ในสภาพนี้มาตลอด
ชีวิตที่ถูกกดขี่ หวาดกลัว
และไม่รู้ว่าจะโดนโจมตีอีกครั้งเมื่อไหร่
ลูกสาวเยฟธาห์อยู่ทางตะวันออก
ของแม่น้ำจอร์แดน
พื้นที่นี้ไม่ใช่แค่อยู่ใกล้กับชาวอัมโมน
แต่เป็นจุดที่ถูกโจมตีบ่อยกว่าที่อื่นๆ
คัมภีร์ไบเบิลบอกว่า
ที่นั่นถูกกดขี่ข่มเหงอย่างหนัก
ชาวอิสราเอลทุกข์ใจ
เขาบอกพระยะโฮวาว่า
ขอช่วยพวกเราด้วยเถอะ
คุณคิดว่าลูกสาวเยฟธาห์จะขอแบบนี้ด้วยไหม?
ให้เรามานึกภาพ
ตอนที่เยฟธาห์พ่อของเธอ
ต้องออกไปสู้รบกับชาวอัมโมน
ไบเบิลแค่บันทึกว่า เธอดีใจตอนที่พ่อกลับมา
แต่ไม่ได้บันทึกเหตุการณ์
ตอนที่เยฟธาห์กำลังจะไป
และความรู้สึกของเธอ
เรามั่นใจว่าเธอต้องภูมิใจแน่ๆ
ที่พ่อออกไปสู้ในนามพระยะโฮวา
แต่เธออาจรู้สึกกลัวด้วยไหม?
เธออาจรู้สึกแบบนี้ด้วยไหม
ว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอพ่อ
คุณนึกภาพออกไหม
เธอคงต้องอธิษฐานขอให้พระยะโฮวา
ช่วยปกป้องพ่อของเธอ และช่วยให้รบชนะ
ดังนั้น พอได้ยินว่าชาวอิสราเอลรบชนะ
และเห็นพ่อกลับมา
เธอก็เต้นรำพร้อมกับตีกลองแทมบูริน
ออกมาต้อนรับ
เหมือนกำลังขอบคุณพระยะโฮวา
เธอขอบคุณจริงๆ
เธอดีใจและรู้สึกขอบคุณ
นี่แหละกระตุ้นให้เธอเต็มใจ
ทำตามคำปฏิญาณของพ่อ
ไม่ว่าจะต้องเสียสละมากแค่ไหนก็ตาม
ความรู้สึกขอบคุณ
เป็นเหตุผลสำคัญของการเสียสละของเธอ
เราเองก็เหมือนกัน
ความรักและความรู้สึกขอบคุณพระยะโฮวา
เป็นเหตุผลหลักที่เรายอมเสียสละ
เราถามตัวเองได้ว่า
‘ถ้าไม่มีพระยะโฮวาเราจะเป็นยังไง?’
พระยะโฮวาให้ชีวิตกับเรา
พระยะโฮวาชักนำเรา
ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
ในครอบครัวของพระองค์
ให้เราลองคิดถึงสิ่งดีๆ และพรต่างๆ
ที่พระยะโฮวาให้กับเราเป็นส่วนตัว
รวมถึงตอนที่พระองค์
ตอบคำอธิษฐานของเราด้วย
ถ้าเราปลูกฝังความรู้สึกขอบคุณแบบนี้ต่อไป
เราก็จะเสียสละเพื่อพระยะโฮวาได้ง่ายขึ้น
และยังทำให้เรามีความสุขตอนที่เสียสละด้วย
คุณเห็นด้วยไหมครับ?
บางครั้งตอนที่เราเสียสละ
เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังทำแบบนั้นอยู่
แต่พระยะโฮวาเห็นครับ
บางครั้งเราอาจไม่ได้สังเกตว่า
เรากำลังเสียสละอะไรบางอย่าง
แต่พระยะโฮวาเห็นความเสียสละของเรา
เรารู้เรื่องนี้ได้ยังไง?
ถ้าเราดูในข้อ 39
“พอครบ 2 เดือนเธอก็กลับมาหาพ่อ
หลังจากนั้น เยฟธาห์ก็ทำตามที่ปฏิญาณไว้
เกี่ยวกับเธอ
เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย”
คำพูดนี้ทำให้เรารู้เรื่องสำคัญ
นั่นก็คือเธอซื่อสัตย์ต่อคำปฏิญาณ
และพระยะโฮวาก็อยากให้เรารู้ว่า
เธอซื่อสัตย์ด้วย
พระยะโฮวาคงต้องภูมิใจในตัวเธอมาก
พระองค์เห็นความเสียสละ
และความอดทนของเธอตั้งแต่ต้นจนจบ
สุดยอดเลยใช่ไหม?
และข้อนี้ยังบอกให้เรารู้อีกอย่างหนึ่งด้วย
ใครเขียนคำพูดนี้ครับ
ใครอีกที่เห็นความเสียสละของเธอ?
ดูเหมือนว่าซามูเอลน่าจะเป็นคนเขียนผู้วินิจฉัย
หลายครั้งหนังสือของเรามักจะบอกว่า
ซามูเอลกับลูกสาวเยฟธาห์
รับใช้ในช่วงเวลาเดียวกันในเมืองชิโลห์
ถ้าเป็นแบบนั้น
ซามูเอลก็ไม่ใช่แค่รู้ว่า
ลูกสาวเยฟธาห์ซื่อสัตย์ต่อคำปฏิญาณ
แต่ทุกๆวันเขาเห็นตัวอย่างที่ดีของเธอ
แม้แต่ช่วงเวลาที่เกิดปัญหาที่เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์
เขาอาจรู้สึกว่าเธอเข้าใจเขา
เพราะที่ 2 คนมาอยู่ที่นี่
ก็เพราะทำตามที่พ่อแม่ปฏิญาณ
ตัวอย่างของเธออาจกระตุ้นให้เขา
ทำตามคำปฏิญาณไหม?
ไม่ว่าจะยังไง
เธอก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขา
นี่ทำให้ผมคิดถึงวัยรุ่นของเราครับ
บางคนนี่เริ่มเป็นไพโอเนียร์หลังจากเรียนจบ
หรือคุณที่มารับใช้ที่เบเธล
คุณอาจมาตอนอายุ 18 หรือ 19
คุณมีพี่น้องไหม?
หรืออาจจะเป็นเพื่อนๆก็ได้
พวกเขาอาจไม่ได้บอกอะไรคุณ
แต่พวกเขากำลังชื่นชมคุณอยู่
พวกเขาเห็นความเสียสละของคุณ
และที่สำคัญกว่านั้นพวกเขาเห็นความสุข
เห็นรอยยิ้มและความกระตือรือร้น
ตอนที่คุณเล่าเกี่ยวกับงานมอบหมาย
ให้พวกเขาฟัง
พวกเขาอาจเห็นว่า
คุณเป็นผู้ใหญ่ทางความเชื่อมากขึ้น
คุณกำลังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเขา
พวกเขาสังเกตเห็นตัวอย่างของคุณ
และนี่จะช่วยพวกเขาให้ตัดสินใจได้อย่างฉลาด
ให้เรามาสรุปกันครับว่า
เราได้คุยอะไรกันไปบ้าง
อะไรเป็นเหตุผลที่เราเสียสละเพื่อพระยะโฮวา?
ไม่ใช่เพราะหน้าที่
หรืออยากให้คนอื่นชื่นชม
แต่เป็นเพราะเรารักและรู้สึกขอบคุณ
สำหรับทุกสิ่งที่พระยะโฮวาทำเพื่อเรา
สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่ยกย่องพระยะโฮวา
แต่ยังให้กำลังใจคนอื่นได้ด้วย
ดังนั้น ขอให้เรารับใช้พระยะโฮวาสุดหัวใจต่อไป
จำไว้ว่าพระองค์สังเกตและเห็นค่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเสียสละเพื่อพระองค์
-