มาร์ก แซนเดอร์สัน: การช่วยให้รอดมาใกล้แล้ว (ลูกา 21:28)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
“การช่วยให้รอด”00:00:03
00:00:03
เราทุกคนต้องการใช่ไหมครับ 00:00:05
00:00:06
พจนานุกรมเล่มหนึ่งแปลคำนี้ไว้ว่า 00:00:09
00:00:09
การถูกปลดปล่อยจากการถูกคุมขัง 00:00:12
00:00:12
ปลดปล่อยจากการเป็นทาส 00:00:14
00:00:14
การกดขี่หรือการควบคุม 00:00:17
00:00:18
ถ้าเราอยากให้ความหวังชัดเจนอยู่เสมอ00:00:22
00:00:22
และเป็นเหมือนสมอเรือของชีวิต 00:00:24
00:00:24
ที่มั่นคงแน่นอน 00:00:26
00:00:27
เราก็ต้องเชื่อเต็มร้อย
ว่าเราจะได้รับการช่วยให้รอดแน่นอน00:00:35
00:00:35
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่มองโลกในแง่บวก 00:00:38
00:00:38
และหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น00:00:40
00:00:40
แต่มันคือ00:00:42
00:00:42
การที่เราเห็นเรื่องนี้
ชัดเจนในความคิดของเรา00:00:45
00:00:45
ว่าเราจะได้รับการช่วยให้รอดจริงๆ00:00:49
00:00:50
แต่ช่วยให้รอดจากอะไร
และเป็นอิสระจากอะไร 00:00:54
00:00:55
คุณรอคอยที่จะรอดจากอะไรครับ 00:00:58
00:00:59
ให้เรามาดูด้วยกัน 3 เรื่อง00:01:02
00:01:02
เรื่องแรกก็คือ 00:01:04
00:01:04
ความเจ็บป่วย00:01:06
00:01:06
เช่น ข้ออักเสบ เบาหวาน
หอบหืด มะเร็ง ซึมเศร้า 00:01:13
00:01:13
ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง 00:01:15
00:01:15
พาร์กินสัน 00:01:16
00:01:17
แล้วก็ยังมีอีกหลายโรคที่ผมไม่ได้พูดถึง00:01:20
00:01:20
โรคที่พูดมานี้ทำให้เรา
รู้สึกเหมือนเป็นนักโทษ00:01:24
00:01:24
ที่ถูกกักขังทางร่างกาย 00:01:26
00:01:27
เราจะรับมือกับการเจ็บป่วยเรื้อรังได้ยังไง00:01:31
00:01:31
แน่นอน 00:01:32
00:01:32
เราพยายามอย่างดีที่สุดที่จะรับการรักษา 00:01:35
00:01:35
และดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่เท่าที่เราทำได้ 00:01:38
00:01:39
แต่การจะรักษาความหวังให้ชัดเจน00:01:42
00:01:42
และมีความเชื่อที่เข้มแข็ง00:01:44
00:01:44
เราต้องเห็นภาพตัวเองชัดเจน 00:01:47
00:01:47
ว่าพระยะโฮวาพระเจ้าช่วยเราให้รอด 00:01:51
00:01:51
และรักษาเราให้หาย 00:01:53
00:01:53
จากโรคเรื้อรัง 00:01:55
00:01:55
ที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้ 00:01:57
00:01:58
มีเรื่องหนึ่งในคัมภีร์ไบเบิล 00:02:00
00:02:00
ที่ทำให้เราคิดถึงภาพนี้ได้ชัดเจน00:02:03
00:02:03
ในมาระโกบท 500:02:05
00:02:06
เราจะดูด้วยกันในข้อ 25 ครับ00:02:09
00:02:09
ผมคิดว่าเราทุกคนคงจำเรื่องนี้ได้00:02:12
00:02:12
“ตอนนั้น 00:02:13
00:02:13
มีผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอาการตกเลือด
มา 12 ปีแล้ว” 00:02:17
00:02:17
เธอเป็นโรคเรื้อรังครับ00:02:19
00:02:19
“เธอทนทุกข์มาก
เพราะไปรักษากับหมอหลายคน 00:02:23
00:02:23
และเสียเงินทองมากมายจนหมดตัว
แต่ก็ไม่หาย 00:02:28
00:02:28
แถมยังเป็นหนักกว่าเดิมอีก 00:02:30
00:02:32
เมื่อเธอได้ยินข่าวเรื่องพระเยซู00:02:34
00:02:34
เธอจึงเดินแทรกฝูงชนเข้ามาข้างหลังท่าน00:02:37
00:02:37
แล้วแต่เสื้อชั้นนอกของท่าน00:02:40
00:02:40
เพราะเธอคิดว่า 00:02:42
00:02:42
‘ขอแค่ฉันได้แตะเสื้อชั้นนอกของท่าน
เท่านั้นแหละ 00:02:46
00:02:46
ฉันก็จะหายแน่ๆ’”00:02:48
00:02:49
พวกเราหลายคน 00:02:51
00:02:51
อาจจะรู้สึกเหมือนกับผู้หญิงคนนี้ 00:02:53
00:02:53
ที่ป่วยมานานหลายปี 00:02:55
00:02:55
เราอาจไปหาหมอทุกคนที่เรารู้จัก00:02:58
00:02:58
พยายามหาวิธีรักษา00:03:00
00:03:00
กินยาทุกอย่าง 00:03:02
00:03:02
แต่ก็ไม่ดีขึ้น 00:03:03
00:03:03
กลับแย่ลงกว่าตอนแรกที่เป็นด้วยซ้ำ 00:03:06
00:03:07
ถึงแม้ผู้หญิงคนนี้00:03:08
00:03:08
จะเจอเรื่องแบบเดียวกัน00:03:10
00:03:10
แต่เธอก็เชื่อเต็มร้อย00:03:12
00:03:12
ว่าเธอจะได้รับการช่วยให้รอด 00:03:14
00:03:14
หรือได้รับการรักษาให้หาย 00:03:16
00:03:16
และในข้อ 29 มีข้อมูลที่น่าสนใจครับ00:03:19
00:03:19
ให้เราอ่านด้วยกัน00:03:20
00:03:22
“ทันใดนั้นเลือดก็หยุดไหล 00:03:25
00:03:26
และเธอรู้สึกได้ว่าตัวเองหาย
จากโรคที่ทำให้เป็นทุกข์แล้ว” 00:03:32
00:03:33
จากข้อนี้เธอได้รับการรักษาแล้วครับ00:03:36
00:03:37
ไบเบิลบอกว่า00:03:39
00:03:39
เธอรู้สึกได้ 00:03:40
00:03:41
เธอรู้สึกได้ว่า 00:03:43
00:03:43
ตัวเองหาย
จากโรคที่ทำให้เป็นทุกข์แล้ว 00:03:47
00:03:48
เธอไม่ป่วยอีกแล้วครับ00:03:49
00:03:50
แล้วพวกเราหล่ะ00:03:51
00:03:52
คุณเห็นภาพตัวเองไหม00:03:54
00:03:54
ตอนที่เราจะรู้สึกได้ว่า 00:03:57
00:03:57
พระยะโฮวารักษาเราให้หายจากโรคแล้ว00:04:00
00:04:02
ดังนั้น เราต้องคิดถึงภาพนี้อยู่เสมอ 00:04:05
00:04:06
ใคร่ครวญเรื่องนี้00:04:07
00:04:08
และจินตนาการภาพตัวเอง 00:04:10
00:04:10
ตอนที่เรารู้สึกได้ว่า00:04:13
00:04:13
เราหายจากโรคแล้ว 00:04:15
00:04:16
พี่น้องครับมันจะเกิดขึ้นจริง00:04:18
00:04:19
การช่วยให้รอดใกล้เข้ามาแล้วครับ 00:04:21
00:04:23
ตอนนี้เรามาถึงเรื่องที่ 2 00:04:25
00:04:25
ความทรงจำที่เจ็บปวด 00:04:28
00:04:29
ก็จริงครับ 00:04:30
00:04:30
ที่ความทรงจำส่วนใหญ่ของเรา00:04:32
00:04:32
เป็นเรื่องดีๆที่ทำให้เรามีความสุข 00:04:35
00:04:35
และช่วยให้เราอดทน 00:04:37
00:04:37
เมื่อชีวิตเราเจอปัญหา 00:04:39
00:04:40
แต่ก็ต้องยอมรับว่า 00:04:42
00:04:42
พวกเราหลายคนต้องรับมือ
กับความทรงจำที่เจ็บปวดด้วย 00:04:46
00:04:46
ให้เราคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกตอนนี้00:04:49
00:04:49
เราเจอกับภัยธรรมชาติ
สงคราม อาชญากรรม ความรุนแรง 00:04:54
00:04:54
และความไม่สงบทางการเมือง 00:04:56
00:04:57
เราเห็นเรื่องเหล่านี้เต็มไปหมด00:04:59
00:05:00
เรื่องแย่ๆเหล่านี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น 00:05:03
00:05:03
ก็ทำให้เรามีความทรงจำที่เจ็บปวด 00:05:07
00:05:07
ส่วนใหญ่เราก็มีวิธีรับมือ 00:05:10
00:05:10
โดยพยายามไม่คิดถึงเรื่องแย่ๆเหล่านี้00:05:13
00:05:14
แต่บางครั้ง 00:05:16
00:05:15
สิ่งเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นในชีวิต00:05:19
00:05:19
ก็อาจทำให้เราหวนคิดขึ้นมาอีกเช่น00:05:21
00:05:21
ภาพหรือกลิ่นบางอย่าง00:05:24
00:05:24
หรืออาจจะเป็นเหตุการณ์บางอย่าง00:05:26
00:05:26
มันทำให้เราหยุดคิดไม่ได้เลย 00:05:29
00:05:29
จนสุดท้ายเราก็ไม่มีความสุข00:05:31
00:05:31
สิ่งที่เราต้องการก็คือ00:05:34
00:05:34
เราอยากให้พระเจ้าช่วยให้เรา
หลุดพ้นจากความทรงจำที่เจ็บปวดเหล่านี้ 00:05:39
00:05:39
ไม่ใช่แค่ช่วงสั้นๆ00:05:41
00:05:41
แต่เราอยากให้ความทรงจำ
ที่เจ็บปวดทั้งหมด00:05:45
00:05:45
หายไปและไม่กลับมาอีกเลย 00:05:47
00:05:48
เรามาดูคำสัญญาในไบเบิลด้วยกันครับ00:05:50
00:05:51
เราจะอ่านด้วยกันที่อิสยาห์ 65:17 00:05:56
00:05:57
อิสยาห์ 65:17 00:06:02
00:06:02
ที่นั่นอ่านว่า00:06:03
00:06:03
“ดูเถอะ เรากำลังสร้างฟ้าสวรรค์ใหม่00:06:07
00:06:07
และโลกใหม่ 00:06:09
00:06:09
จะไม่มีใครจดจำ
หรือนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาอีกเลย”00:06:13
00:06:14
คำสัญญานี้ดีมากเลยใช่ไหมครับ00:06:16
00:06:17
เห็นไหมครับ 00:06:18
00:06:18
เราจะไม่จดจำหรือนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาอีกเลย 00:06:22
00:06:22
พระยะโฮวาจะรักษาเราให้หาย 00:06:25
00:06:27
คุณนึกภาพตัวเอง
ตอนที่ได้รับการช่วยให้รอดออกไหมครับ00:06:31
00:06:31
ตอนที่คุณจะไม่นึกถึงความทรงจำ
ที่ไม่ดีอีกต่อไป 00:06:35
00:06:36
เรารอคอยช่วงเวลาดีๆแบบนั้น00:06:39
00:06:40
ตอนนี้มาถึงเรื่องที่ 3 00:06:42
00:06:42
ความไม่สมบูรณ์แบบของเรา 00:06:45
00:06:45
ที่สดุดี 51:5 ดาวิดบอกว่า00:06:48
00:06:48
“ผมมีความผิดติดตัวมาตั้งแต่เกิด 00:06:50
00:06:51
และมีบาปตั้งแต่อยู่ในท้องแม่” 00:06:54
00:06:54
นี่เป็นความจริง00:06:56
00:06:56
ของมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ
อย่างพวกเราครับ 00:06:58
00:06:59
เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความบาป
และมีแนวโน้มที่จะทำผิด00:07:04
00:07:05
อัครสาวกเปาโลอธิบายว่า 00:07:08
00:07:08
เรื่องนี้ยากมากแค่ไหนสำหรับเขา00:07:12
00:07:12
เราจะอ่านด้วยกันที่โรม 7:21-23 00:07:16
00:07:17
เปาโลบอกว่า 00:07:18
00:07:19
“ดังนั้นผมเห็นว่ามีกฎข้อหนึ่งอยู่ในตัวผม 00:07:24
00:07:24
คือเมื่อผมอยากทำสิ่งที่ถูกต้อง 00:07:27
00:07:27
สิ่งชั่วก็อยู่ในตัวผม 00:07:29
00:07:29
จริงๆแล้วใจผมชอบกฎหมายของพระเจ้า 00:07:32
00:07:32
แต่ผมเห็นกฎอีกอย่างหนึ่งในร่างกาย 00:07:35
00:07:35
ที่ต่อสู้กับกฎในใจผม 00:07:38
00:07:38
และทำให้ผม
ตกอยู่ใต้บังคับกฎของบาป00:07:42
00:07:42
ที่อยู่ในร่างกายผม”00:07:43
00:07:45
เปาโลบอกว่ามีการต่อสู้กันภายในตัวเรา00:07:49
00:07:49
ระหว่างความรักที่มีต่อพระเจ้า 00:07:52
00:07:52
และมาตรฐานที่ถูกต้องของพระองค์00:07:54
00:07:55
กับแนวโน้มที่จะทำบาปที่มีอยู่ในตัวเรา 00:07:59
00:08:00
แล้วเราจะได้รับการช่วยให้รอด
จากความบาป 00:08:04
00:08:04
และการต่อสู้นี้ที่อยู่ในตัวเราไหมครับ 00:08:07
00:08:07
แน่นอนพระเจ้าจะช่วยเรา 00:08:10
00:08:11
เมื่อมนุษย์ได้รับพรอย่างเต็มที่
จากค่าไถ่ของพระเยซู00:08:16
00:08:16
ตอนนั้นเราก็จะไม่มีแนวโน้ม
ที่อยากจะทำผิดอีกต่อไป00:08:23
00:08:24
คุณนึกภาพออกไหมครับ
ว่าจะมีความสุขแค่ไหน 00:08:28
00:08:28
ที่ได้เป็นอิสระแบบนั้นในโลกใหม่ 00:08:31
00:08:31
เรารอคอยช่วงเวลาดีๆแบบนั้น00:08:34
00:08:35
ดีจริงๆที่พระเจ้าจะช่วยเราให้รอด00:08:38
00:08:39
นี่ไม่ใช่แค่การคิดบวก 00:08:41
00:08:42
แต่นี่เป็นเรื่องจริง 00:08:44
00:08:44
ที่อีกไม่นานจะเกิดขึ้นกับพวกเราทุกๆคน 00:08:48
00:08:48
เราอยากจะนึกภาพตัวเองอยู่เสมอ 00:08:51
00:08:51
ตอนที่พระเจ้าช่วยเราให้รอด 00:08:53
00:08:53
จากความเจ็บป่วยเรื้อรัง 00:08:55
00:08:55
ความทรงจำที่เจ็บปวด 00:08:57
00:08:57
แนวโน้มที่ผิดบาปของเรา 00:09:00
00:09:00
และสิ่งที่ไม่ดีอื่นๆทั้งหมด 00:09:04
00:09:04
คุณอยากให้พระองค์
ช่วยคุณเรื่องไหนมากที่สุดครับ 00:09:07
00:09:07
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรขอจำไว้ว่า 00:09:10
00:09:10
การช่วยให้รอดจะมาแน่นอน00:09:13
00:09:13
ใกล้จะถึงแล้วครับอีกนิดเดียว00:09:16
มาร์ก แซนเดอร์สัน: การช่วยให้รอดมาใกล้แล้ว (ลูกา 21:28)
-
มาร์ก แซนเดอร์สัน: การช่วยให้รอดมาใกล้แล้ว (ลูกา 21:28)
“การช่วยให้รอด”
เราทุกคนต้องการใช่ไหมครับ
พจนานุกรมเล่มหนึ่งแปลคำนี้ไว้ว่า
การถูกปลดปล่อยจากการถูกคุมขัง
ปลดปล่อยจากการเป็นทาส
การกดขี่หรือการควบคุม
ถ้าเราอยากให้ความหวังชัดเจนอยู่เสมอ
และเป็นเหมือนสมอเรือของชีวิต
ที่มั่นคงแน่นอน
เราก็ต้องเชื่อเต็มร้อย
ว่าเราจะได้รับการช่วยให้รอดแน่นอน
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่มองโลกในแง่บวก
และหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น
แต่มันคือ
การที่เราเห็นเรื่องนี้
ชัดเจนในความคิดของเรา
ว่าเราจะได้รับการช่วยให้รอดจริงๆ
แต่ช่วยให้รอดจากอะไร
และเป็นอิสระจากอะไร
คุณรอคอยที่จะรอดจากอะไรครับ
ให้เรามาดูด้วยกัน 3 เรื่อง
เรื่องแรกก็คือ
ความเจ็บป่วย
เช่น ข้ออักเสบ เบาหวาน
หอบหืด มะเร็ง ซึมเศร้า
ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
พาร์กินสัน
แล้วก็ยังมีอีกหลายโรคที่ผมไม่ได้พูดถึง
โรคที่พูดมานี้ทำให้เรา
รู้สึกเหมือนเป็นนักโทษ
ที่ถูกกักขังทางร่างกาย
เราจะรับมือกับการเจ็บป่วยเรื้อรังได้ยังไง
แน่นอน
เราพยายามอย่างดีที่สุดที่จะรับการรักษา
และดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่เท่าที่เราทำได้
แต่การจะรักษาความหวังให้ชัดเจน
และมีความเชื่อที่เข้มแข็ง
เราต้องเห็นภาพตัวเองชัดเจน
ว่าพระยะโฮวาพระเจ้าช่วยเราให้รอด
และรักษาเราให้หาย
จากโรคเรื้อรัง
ที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้
มีเรื่องหนึ่งในคัมภีร์ไบเบิล
ที่ทำให้เราคิดถึงภาพนี้ได้ชัดเจน
ในมาระโกบท 5
เราจะดูด้วยกันในข้อ 25 ครับ
ผมคิดว่าเราทุกคนคงจำเรื่องนี้ได้
“ตอนนั้น
มีผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอาการตกเลือด
มา 12 ปีแล้ว”
เธอเป็นโรคเรื้อรังครับ
“เธอทนทุกข์มาก
เพราะไปรักษากับหมอหลายคน
และเสียเงินทองมากมายจนหมดตัว
แต่ก็ไม่หาย
แถมยังเป็นหนักกว่าเดิมอีก
เมื่อเธอได้ยินข่าวเรื่องพระเยซู
เธอจึงเดินแทรกฝูงชนเข้ามาข้างหลังท่าน
แล้วแต่เสื้อชั้นนอกของท่าน
เพราะเธอคิดว่า
‘ขอแค่ฉันได้แตะเสื้อชั้นนอกของท่าน
เท่านั้นแหละ
ฉันก็จะหายแน่ๆ’”
พวกเราหลายคน
อาจจะรู้สึกเหมือนกับผู้หญิงคนนี้
ที่ป่วยมานานหลายปี
เราอาจไปหาหมอทุกคนที่เรารู้จัก
พยายามหาวิธีรักษา
กินยาทุกอย่าง
แต่ก็ไม่ดีขึ้น
กลับแย่ลงกว่าตอนแรกที่เป็นด้วยซ้ำ
ถึงแม้ผู้หญิงคนนี้
จะเจอเรื่องแบบเดียวกัน
แต่เธอก็เชื่อเต็มร้อย
ว่าเธอจะได้รับการช่วยให้รอด
หรือได้รับการรักษาให้หาย
และในข้อ 29 มีข้อมูลที่น่าสนใจครับ
ให้เราอ่านด้วยกัน
“ทันใดนั้นเลือดก็หยุดไหล
และเธอรู้สึกได้ว่าตัวเองหาย
จากโรคที่ทำให้เป็นทุกข์แล้ว”
จากข้อนี้เธอได้รับการรักษาแล้วครับ
ไบเบิลบอกว่า
เธอรู้สึกได้
เธอรู้สึกได้ว่า
ตัวเองหาย
จากโรคที่ทำให้เป็นทุกข์แล้ว
เธอไม่ป่วยอีกแล้วครับ
แล้วพวกเราหล่ะ
คุณเห็นภาพตัวเองไหม
ตอนที่เราจะรู้สึกได้ว่า
พระยะโฮวารักษาเราให้หายจากโรคแล้ว
ดังนั้น เราต้องคิดถึงภาพนี้อยู่เสมอ
ใคร่ครวญเรื่องนี้
และจินตนาการภาพตัวเอง
ตอนที่เรารู้สึกได้ว่า
เราหายจากโรคแล้ว
พี่น้องครับมันจะเกิดขึ้นจริง
การช่วยให้รอดใกล้เข้ามาแล้วครับ
ตอนนี้เรามาถึงเรื่องที่ 2
ความทรงจำที่เจ็บปวด
ก็จริงครับ
ที่ความทรงจำส่วนใหญ่ของเรา
เป็นเรื่องดีๆที่ทำให้เรามีความสุข
และช่วยให้เราอดทน
เมื่อชีวิตเราเจอปัญหา
แต่ก็ต้องยอมรับว่า
พวกเราหลายคนต้องรับมือ
กับความทรงจำที่เจ็บปวดด้วย
ให้เราคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกตอนนี้
เราเจอกับภัยธรรมชาติ
สงคราม อาชญากรรม ความรุนแรง
และความไม่สงบทางการเมือง
เราเห็นเรื่องเหล่านี้เต็มไปหมด
เรื่องแย่ๆเหล่านี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ก็ทำให้เรามีความทรงจำที่เจ็บปวด
ส่วนใหญ่เราก็มีวิธีรับมือ
โดยพยายามไม่คิดถึงเรื่องแย่ๆเหล่านี้
แต่บางครั้ง
สิ่งเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นในชีวิต
ก็อาจทำให้เราหวนคิดขึ้นมาอีกเช่น
ภาพหรือกลิ่นบางอย่าง
หรืออาจจะเป็นเหตุการณ์บางอย่าง
มันทำให้เราหยุดคิดไม่ได้เลย
จนสุดท้ายเราก็ไม่มีความสุข
สิ่งที่เราต้องการก็คือ
เราอยากให้พระเจ้าช่วยให้เรา
หลุดพ้นจากความทรงจำที่เจ็บปวดเหล่านี้
ไม่ใช่แค่ช่วงสั้นๆ
แต่เราอยากให้ความทรงจำ
ที่เจ็บปวดทั้งหมด
หายไปและไม่กลับมาอีกเลย
เรามาดูคำสัญญาในไบเบิลด้วยกันครับ
เราจะอ่านด้วยกันที่อิสยาห์ 65:17
อิสยาห์ 65:17
ที่นั่นอ่านว่า
“ดูเถอะ เรากำลังสร้างฟ้าสวรรค์ใหม่
และโลกใหม่
จะไม่มีใครจดจำ
หรือนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาอีกเลย”
คำสัญญานี้ดีมากเลยใช่ไหมครับ
เห็นไหมครับ
เราจะไม่จดจำหรือนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาอีกเลย
พระยะโฮวาจะรักษาเราให้หาย
คุณนึกภาพตัวเอง
ตอนที่ได้รับการช่วยให้รอดออกไหมครับ
ตอนที่คุณจะไม่นึกถึงความทรงจำ
ที่ไม่ดีอีกต่อไป
เรารอคอยช่วงเวลาดีๆแบบนั้น
ตอนนี้มาถึงเรื่องที่ 3
ความไม่สมบูรณ์แบบของเรา
ที่สดุดี 51:5 ดาวิดบอกว่า
“ผมมีความผิดติดตัวมาตั้งแต่เกิด
และมีบาปตั้งแต่อยู่ในท้องแม่”
นี่เป็นความจริง
ของมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ
อย่างพวกเราครับ
เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความบาป
และมีแนวโน้มที่จะทำผิด
อัครสาวกเปาโลอธิบายว่า
เรื่องนี้ยากมากแค่ไหนสำหรับเขา
เราจะอ่านด้วยกันที่โรม 7:21-23
เปาโลบอกว่า
“ดังนั้นผมเห็นว่ามีกฎข้อหนึ่งอยู่ในตัวผม
คือเมื่อผมอยากทำสิ่งที่ถูกต้อง
สิ่งชั่วก็อยู่ในตัวผม
จริงๆแล้วใจผมชอบกฎหมายของพระเจ้า
แต่ผมเห็นกฎอีกอย่างหนึ่งในร่างกาย
ที่ต่อสู้กับกฎในใจผม
และทำให้ผม
ตกอยู่ใต้บังคับกฎของบาป
ที่อยู่ในร่างกายผม”
เปาโลบอกว่ามีการต่อสู้กันภายในตัวเรา
ระหว่างความรักที่มีต่อพระเจ้า
และมาตรฐานที่ถูกต้องของพระองค์
กับแนวโน้มที่จะทำบาปที่มีอยู่ในตัวเรา
แล้วเราจะได้รับการช่วยให้รอด
จากความบาป
และการต่อสู้นี้ที่อยู่ในตัวเราไหมครับ
แน่นอนพระเจ้าจะช่วยเรา
เมื่อมนุษย์ได้รับพรอย่างเต็มที่
จากค่าไถ่ของพระเยซู
ตอนนั้นเราก็จะไม่มีแนวโน้ม
ที่อยากจะทำผิดอีกต่อไป
คุณนึกภาพออกไหมครับ
ว่าจะมีความสุขแค่ไหน
ที่ได้เป็นอิสระแบบนั้นในโลกใหม่
เรารอคอยช่วงเวลาดีๆแบบนั้น
ดีจริงๆที่พระเจ้าจะช่วยเราให้รอด
นี่ไม่ใช่แค่การคิดบวก
แต่นี่เป็นเรื่องจริง
ที่อีกไม่นานจะเกิดขึ้นกับพวกเราทุกๆคน
เราอยากจะนึกภาพตัวเองอยู่เสมอ
ตอนที่พระเจ้าช่วยเราให้รอด
จากความเจ็บป่วยเรื้อรัง
ความทรงจำที่เจ็บปวด
แนวโน้มที่ผิดบาปของเรา
และสิ่งที่ไม่ดีอื่นๆทั้งหมด
คุณอยากให้พระองค์
ช่วยคุณเรื่องไหนมากที่สุดครับ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรขอจำไว้ว่า
การช่วยให้รอดจะมาแน่นอน
ใกล้จะถึงแล้วครับอีกนิดเดียว
-