JW subtitle extractor

รักและมีความสุขกับงานรับใช้—ทำงานรับใช้ให้มากขึ้น

Video Other languages Share text Share link Show times

เราคุยกันบ่อยๆว่าอยากไปช่วย
ในเขตที่มีความต้องการมากกว่า
แต่เราอยู่ที่เมืองลิมาที่นั่นหางานทำได้ง่าย
เราเลยกังวลว่าถ้าย้ายไปอยู่ที่อื่น
เราจะหาเลี้ยงตัวเองยังไง
ตอนที่เจเรมีชวนให้เรา
กลับไปเป็นไพโอเนียร์อีกครั้ง
อืม ตอนแรกฉันก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่หรอก
ก็จริงที่เราเคยเป็นไพโอเนียร์กันมาก่อน
แต่มันก็หลาย 10 ปีแล้ว
และตอนนี้เราก็มีลูก 5 คน
และพ่อของเรา 2 คนก็มีปัญหาสุขภาพด้วย
ฉันเริ่มเป็นไพโอเนียร์หลังจากเรียนจบ ม.ปลาย
แต่ประมาณหนึ่งปีต่อมา
ฉันก็รู้ตัวว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับหลัง
ซึ่งนี่มีผลต่อการใช้ชีวิตของฉันมาก
ฉันตั้งใจที่จะทำงานรับใช้มากขึ้น
แต่เพราะแบบนี้ฉันเลยต้องหยุดเป็น
ไพโอเนียร์ไปก่อน
นี่เลยทำให้รู้สึก
เหมือนกำลังติดอยู่ในอุโมงค์มืดที่ไม่เห็นทางออก
ผมจะนึกถึงตัวอย่างของยาโคบที่อยู่ใน
ปฐมกาลบท 32 อยู่บ่อยๆ
ตอนที่เขาปล้ำสู้กับทูตสวรรค์
และไม่หยุดจนกว่าจะได้รับพร
เรื่องนี้สอนผมว่าถ้าเราออกความพยายาม
เสียสละ และอธิษฐานอย่างจริงจัง
เราก็จะได้รับพรจากพระยะโฮวา
สดุดี 34:8 ที่บอกว่าลองชิมดูแล้วจะรู้ว่า
พระยะโฮวาดีขนาดไหน
ช่วยเรามาก เพราะมันทำให้เรารู้ว่า
พระยะโฮวาจะอวยพรคนที่ทำเพื่อพระองค์
สิ่งที่ช่วยฉันได้มาก
คือตอนที่ใช้เวลาศึกษาส่วนตัวเกี่ยวกับ
เรื่องของแม่ม่ายยากจน
เรื่องนี้ทำให้ฉันรู้ว่าพระยะโฮวารู้ว่า
ฉันทำอะไรบ้างเพื่อพระองค์
และพระองค์ก็เห็นค่าและพอใจมาก
ตอนที่เราไปบอกหัวหน้าว่าจะลาออก
เขาก็เสนอขึ้นเงินเดือนให้เราทั้งคู่เป็น 2 เท่า
แต่เราตัดสินใจแล้วว่า
จะย้ายไปอยู่ในเขตที่มีความต้องการมากกว่า
และเราก็เต็มใจทำงานอะไรก็ได้
ไม่ว่าจะเป็นกวาดถนนหรือขายของตามตลาด
เพื่อให้เรามีเวลารับใช้มากขึ้น
ในที่ๆเราย้ายไป
คนที่นั่นชอบฟังเรื่องพระเจ้ามาก
เราเริ่มการศึกษาได้ง่าย
เราเลยมีนักศึกษาหลายคน
แต่เพื่อจะทำอย่างนั้นได้
ทุกวันเราต้องออกไปรับใช้ตั้งแต่เช้ามืด
และรับใช้ทุกวันจนดึก
เรามีปฏิทินของครอบครัว
และทุกคนก็จะจดสิ่งที่ต้องทำไว้
เราพยายามจัดทุกอย่างให้เป็นระเบียบ
เพื่อจะช่วยเหลือกันได้
เช่น ถ้ารู้ว่าวันนี้ใครจะกลับบ้านดึก อีกคนก็จะเตรียมอาหารเย็นหรือทำงานอื่นแทน
ฉันรู้ว่าถึงจะมีข้อจำกัด
แต่ฉันมีน้ำใจมิชชันนารีได้
ทุกเดือนฉันจะดูตารางของตัวเอง
ดูว่ามีช่วงไหนบ้างที่จะประกาศทางซูมกับพี่น้องได้
บางครั้งฉันก็ส่งข้อความที่มาจากข้อคัมภีร์
ให้กับลูกพี่ลูกน้อง
หรือถ้าเมื่อไหร่ที่ฉันไหวก็จะ
ไปประกาศตามบ้านกับพี่น้อง
ฉันมีความสุขมาก
หลังจากย้ายมาได้ 1 ปีเงินเราก็หมด
ผมจำได้ว่ามีเช้าวันนึง
เราอธิษฐานขอพระยะโฮวาช่วยให้เรา
ยังให้งานรับใช้มาเป็นอันดับแรกได้
แล้วเราก็ออกไปประกาศ
พอไปถึงบ้านหลังสุดท้ายในเขตประกาศ
ผู้หญิงคนหนึ่งก็ให้ผักกับเรามาถุงใหญ่เลย
แล้วพอเราออกมาจากบ้านหลังนั้น
อีกบ้านหนึ่งก็ให้อาหารมาเต็มตะกร้า
แล้วคุณพูดอะไรกับฉันจำได้ไหม?
พระยะโฮวาไปจ่ายตลาดให้เราแล้วขาดแค่เนื้อเอง
แล้วพอเรากลับถึงบ้านลูกสาวของ
พี่น้องคนหนึ่งก็เอาเนื้อมาให้เราเต็มเลย
เราดีใจจนน้ำตาไหล
แล้วพอมองย้อนกลับไปเราเห็นเลยว่า
สดุดี 34:8 เป็นจริงกับเรา
เราได้ลองชิมและรู้ว่าพระยะโฮวาดีจริงๆ
ตอนนี้เราเป็นไพโอเนียร์พร้อมกับลูก 3 คน
ส่วนลูกสาวอีก 2 คนก็ตั้งเป้าว่าถ้าจบ
ม.ปลายแล้วเขาจะเป็นไพโอเนียร์
การที่ครอบครัวได้รับใช้พระยะโฮวา
เป็นหนึ่งเดียวกันแบบนี้สำหรับเราแล้ว
นี่เป็นพรที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆค่ะ
เมื่อทำงานรับใช้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ช่วยให้ฉันไม่เอาแต่คิดถึงตัวเอง
ตอนนี้ฉันดีใจที่ได้
สอนคัมภีร์ไบเบิลกับนักศึกษา
ปกติเราจะเรียนกันทางออนไลน์
แต่จะมีเดือนละครั้งที่เธอมาหาฉันที่บ้าน
แล้วเราก็ศึกษาด้วยกัน
เธอเริ่มออกความคิดเห็นที่การประชุม
การได้เห็นว่าเธอก้าวหน้ามากขนาดไหน
ซึ่งบางครั้งฉันเองก็ไม่ทันสังเกต
ฉันประทับใจและมีความสุขมากค่ะ
บางครั้งเราอาจรู้สึกว่าการที่จะทำ
เพื่อพระยะโฮวามากขึ้นเป็นเรื่องยาก
แต่หลายครั้งเราก็คิดไปเอง
ถ้าเราแค่ลงมือทำพระยะโฮวา
ก็จะให้กำลังเราช่วยให้เราทำได้