แอนโทนี กริฟฟิน: คุณทำเพื่อพระยะโฮวาจริงๆไหม? (เศคาริยาห์ 7:5 )
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:00
ข้อคัมภีร์วันนี้ 00:00:02
00:00:02
เน้นไปที่เรื่องของการประพฤติที่ดี00:00:05
00:00:05
และผู้ฟังส่วนใหญ่ของเรา 00:00:07
00:00:07
ก็เป็นพี่น้องชายหญิงที่มีความประพฤติดี00:00:10
00:00:10
และเราขอชมเชยพวกคุณ 00:00:13
00:00:14
แต่เช้านี้ 00:00:15
00:00:15
ผมอยากใช้เวลาคุยสักนิด 00:00:17
00:00:17
เกี่ยวกับแรงกระตุ้น00:00:19
00:00:19
ที่อยู่เบื้องหลังความประพฤติที่ดี00:00:22
00:00:22
เพราะอะไร00:00:23
00:00:23
เราถึงทำอย่างนั้น?00:00:24
00:00:25
ผมอยากใช้คำถามที่พระยะโฮวาถามคนของพระองค์00:00:29
00:00:29
หลังจากที่ถูกปล่อยจากการเป็นเชลย 00:00:31
00:00:31
เป็นหัวเรื่องคำบรรยาย 00:00:32
00:00:33
คำถามนี้00:00:34
00:00:34
อยู่ในเศคาริยาห์ 7:5 00:00:38
00:00:38
พระยะโฮวาพูดผ่านทางผู้พยากรณ์เศคาริยาห์ว่า00:00:43
00:00:43
“ไปบอกประชาชน 00:00:46
00:00:46
และปุโรหิตว่า00:00:47
00:00:47
‘ที่พวกเจ้าถือศีลอดอาหารและร้องไห้ในเดือน 5 00:00:51
00:00:51
กับเดือน 7 มา 70 ปีนั้น00:00:54
00:00:54
[นี่คือคำถามครับ]00:00:56
00:00:56
พวกเจ้าทำเพื่อเราอย่างนั้นหรือ?” 00:00:59
00:01:00
พระยะโฮวาไม่ยอมรับการถือศีลอดของชาวยิว00:01:04
00:01:04
เพราะพวกเขาถือศีลอดอาหารและไว้ทุกข์ 00:01:06
00:01:06
เพราะพระยะโฮวาพิพากษาพวกเขา00:01:09
00:01:09
พวกเขาควรถือศีลอดอาหาร00:01:12
00:01:12
เพราะมีความสุขที่ได้กลับบ้านเกิด 00:01:14
00:01:15
แต่แทนที่จะทำอย่างนั้น00:01:16
00:01:16
พวกเขากลับอดอาหาร00:01:18
00:01:18
เพราะหายนะที่เกิดจากบาปที่พวกเขาทำ 00:01:22
00:01:22
พวกเขาอดอาหารด้วยเหตุผลผิดๆ 00:01:25
00:01:25
ดังนั้นพระยะโฮวาเลยถามว่า 00:01:28
00:01:28
“พวกเจ้าทำเพื่อเราอย่างนั้นหรือ?”00:01:30
00:01:31
เหมือนที่พระยะโฮวา 00:01:33
00:01:33
เคยถามเรื่องนี้กับชาวอิสราเอล00:01:35
00:01:35
ทุกวันนี้พระองค์ก็ถามเราแบบนี้เหมือนกัน00:01:39
00:01:39
คุณและผม00:01:41
00:01:41
เราทำเพื่อพระยะโฮวาจริงๆไหม?00:01:44
00:01:44
เพราะอะไร00:01:46
00:01:46
ผมถึงทำอย่างนั้น?00:01:47
00:01:47
อะไรคือแรงกระตุ้นของผม00:01:49
00:01:49
ที่ทำงานมอบหมายในแต่ละวัน?00:01:52
00:01:52
หลายคนที่ฟังอยู่ในวันนี้ 00:01:55
00:01:55
ก็มีส่วนร่วมในงานรับใช้เต็มเวลา00:01:57
00:01:57
นี่เป็นเรื่องดีมากๆเลยครับ00:01:59
00:01:59
น่าชมเชย00:02:00
00:02:00
นี่แหละครับความประพฤติที่ดี00:02:02
00:02:03
แต่บางครั้งในงานรับใช้เราอาจยุ่งมากเพราะมีงานหลายอย่าง00:02:07
00:02:07
และต้องจดจ่ออยู่กับงานหรือกิจกรรม00:02:10
00:02:10
ที่พอทำงานหนึ่งเสร็จแล้ว00:02:12
00:02:12
ก็ต้องไปทำอีกงานหนึ่งต่อจริงไหมครับ00:02:14
00:02:14
นี่อาจทำให้เราไม่ได้หยุดคิด00:02:16
00:02:16
และถามตัวเองว่า00:02:18
00:02:18
‘ทำไม?00:02:19
00:02:19
ทำไมผมทำงานนี้?00:02:21
00:02:22
ทำไมผมถึงรับใช้พระยะโฮวา?’00:02:24
00:02:24
‘ทำไมผมทำงานรับใช้ที่เบเธล?’00:02:27
00:02:27
‘ทำไมผมถึงไปประกาศ?’00:02:29
00:02:29
‘ทำไมผมไปเยี่ยมประชาคมต่างๆทุกสัปดาห์?’00:02:32
00:02:32
‘ทำไมผมบำรุงรักษา
และสร้างอาคารต่างๆขององค์การ?’00:02:37
00:02:37
‘ทำไมผมสอนโรงเรียน SKE00:02:39
00:02:39
โรงเรียนสำหรับผู้ดูแลหมวด00:02:41
00:02:41
หรือโรงเรียนสำหรับผู้ดูแล?’00:02:43
00:02:43
คุณค่าของงานรับใช้ของเรา00:02:46
00:02:46
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราทำอะไร00:02:48
00:02:48
หรือทำมากแค่ไหน 00:02:50
00:02:50
แต่พระยะโฮวาสนใจ00:02:52
00:02:52
เหตุผลที่เราทำมากกว่า00:02:54
00:02:54
พระองค์ดูที่หัวใจของเรา00:02:57
00:02:57
เราเห็นเรื่องนี้ได้จากสิ่งที่พระยะโฮวาบอกซามูเอล00:03:01
00:03:01
ตอนที่ซามูเอลกำลังหา00:03:04
00:03:04
กษัตริย์อิสราเอลคนต่อไป 00:03:06
00:03:06
ดูด้วยกันครับ00:03:08
00:03:08
ที่1 ซามูเอล 16:7 00:03:10
00:03:10
ข้อนี้เราคุ้นเคยกันดี00:03:12
00:03:12
ข้อนี้บอกว่า00:03:13
00:03:13
“พระยะโฮวาบอกซามูเอลว่า 00:03:15
00:03:16
‘อย่าสนใจที่หน้าตา00:03:18
00:03:18
และรูปร่างสูงสง่าของเขา00:03:20
00:03:20
เราไม่ได้เลือกคนนี้’” 00:03:22
00:03:22
ข้อนี้กำลังพูดถึงเอลีอับ00:03:25
00:03:25
ทำไมพระยะโฮวาไม่เลือกเอลีอับ?00:03:28
00:03:28
เป็นเพราะเขาสูงเกินไปไหม?00:03:30
00:03:30
ไม่00:03:31
00:03:31
พระยะโฮวาไม่ได้มองที่ความสูง00:03:33
00:03:33
พระองค์มองที่หัวใจของเขา00:03:36
00:03:36
และเห็นว่าเขามีความเป็นนักรบ00:03:38
00:03:38
แต่ไม่เหมาะที่จะเป็นกษัตริย์00:03:40
00:03:40
ในหัวใจของเอลีอับ00:03:42
00:03:42
เขาขาด 2 สิ่งสำคัญที่กษัตริย์ควรมี00:03:45
00:03:45
นั่นคือ ความกล้าหาญ 00:03:47
00:03:47
และวิจารณญาณที่ดี 00:03:49
00:03:49
ทำไมเราบอกแบบนั้นครับ?00:03:51
00:03:51
ถ้าเราดูในบท 17 ข้อ 1100:03:53
00:03:53
เราจะเห็นว่า00:03:54
00:03:54
เอลีอับเป็นหนึ่งในคนที่กลัวโกลิอัท
คนร่างยักษ์ชาวฟีลิสเตีย00:03:58
00:03:58
เขาจึงขาดความกล้าหาญ00:04:00
00:04:00
แล้วต่อมา ดาวิดแสดงให้เห็นว่า
เป็นห่วงชื่อของพระยะโฮวา00:04:05
00:04:05
โดยถามอย่างกล้าหาญว่า 00:04:07
00:04:07
“ทหารฟีลิสเตียคนนี้เป็นใคร00:04:09
00:04:09
ถึงได้มาท้าทายกองทัพของพระเจ้าผู้มีชีวิตอยู่”00:04:12
00:04:12
แล้วในข้อ 28 00:04:14
00:04:14
เอลีอับตัดสินดาวิดผิดๆ00:04:16
00:04:16
เขาบอกว่าดาวิดอวดดีและมีเจตนาไม่ดี00:04:19
00:04:19
เอลีอับขาดวิจารณญาณที่ดี00:04:22
00:04:22
เขาไม่เหมาะจะเป็นกษัตริย์00:04:24
00:04:24
ถึงจะอยู่ในสนามรบ00:04:26
00:04:26
แต่เขาก็ลืมว่ากำลังสู้เพื่อใคร00:04:29
00:04:29
ดังนั้น พระยะโฮวา00:04:31
00:04:31
เลยบอกซามูเอล00:04:33
00:04:33
ในบท 16 ข้อ 7 ว่า00:04:36
00:04:36
“เพราะพระเจ้าไม่ได้มองเหมือนที่มนุษย์มอง00:04:39
00:04:39
มนุษย์มองที่รูปร่างหน้าตาภายนอก 00:04:42
00:04:42
แต่พระยะโฮวามองที่หัวใจ”00:04:46
00:04:46
ดังนั้น นี่ช่วยให้เราเข้าใจว่า00:04:48
00:04:48
พระยะโฮวากำลังมองหาอะไรตอนที่เรารับใช้พระองค์00:04:51
00:04:51
พระองค์เห็นค่าทุกสิ่งที่เราทำเพื่อพระองค์00:04:54
00:04:54
เหมือนกับที่เราอยู่ในสนามรบ00:04:56
00:04:56
แต่พระยะโฮวาสนใจมากกว่า
ว่าเราทำแบบนั้นทำไม00:05:00
00:05:00
และสู้เพื่อใคร00:05:02
00:05:03
ที่เยเรมีย์ 17:10 บอกว่า00:05:06
00:05:08
“เรายะโฮวาตรวจดูหัวใจ00:05:11
00:05:11
และตรวจสอบส่วนลึกที่สุดของความคิดจิตใจ00:05:14
00:05:14
เพื่อจะตอบแทนแต่ละคนตามการกระทำของเขา
และตามผลงานของเขา”00:05:19
00:05:19
ส่วนฉบับแปลอื่นบอกแบบนี้ครับ00:05:22
00:05:22
“เราเข้าไปในหัวใจมนุษย์ 00:05:25
00:05:26
เราเข้าไปถึงต้นตอ00:05:28
00:05:28
เราปฏิบัติกับพวกเขาอย่างที่เขาเป็นจริงๆ00:05:31
00:05:31
ไม่ใช่ตามที่พวกเขาแสร้งทำ”00:05:33
00:05:34
เพื่อช่วยเราเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น00:05:36
00:05:36
หอสังเกตการณ์ 15 มิถุนายน 199500:05:40
00:05:40
มีบทความที่ชื่อว่า 00:05:41
00:05:41
“อะไรกระตุ้นคุณให้รับใช้พระเจ้า”00:05:43
00:05:43
ที่นี่บอกอย่างนี้ครับ 00:05:45
00:05:45
“มนุษย์ไม่สมบูรณ์มีแนวโน้ม
จะตัดสินผู้อื่นจากสิ่งที่เขาทำ00:05:50
00:05:50
แทนที่จะตัดสินตามที่เขาเป็นอยู่00:05:52
00:05:53
หลายครั้ง00:05:54
00:05:54
เราอาจตัดสินตัวเราเองในวิธีนั้นด้วยซ้ำ 00:05:58
00:05:58
เราอาจกลายเป็นคนมุ่งแต่การกระทำ 00:06:01
00:06:01
[ซึ่งก็คือการที่เราอยู่ในสนามรบ] 00:06:04
00:06:04
เหมือนกับว่า00:06:05
00:06:05
เราเอาสิ่งนี้มาเป็นเครื่องชี้วัด
ความสัมพันธ์ที่เรามีกับพระเจ้า 00:06:09
00:06:09
เราอาจลืมความสำคัญ00:06:10
00:06:10
ของการตรวจเจตนาของเราเองก็ได้”00:06:13
00:06:13
ว่าเราสู้เพื่อใคร00:06:15
00:06:16
พออ่านแล้วเราอาจบอกตัวเองว่า00:06:18
00:06:18
‘โห บางครั้งผมก็รู้สึกแบบนี้เลย’00:06:21
00:06:21
รู้สึกว่ายุ่งอยู่กับงานที่ทำ00:06:23
00:06:23
ยุ่งอยู่กับงานมอบหมายจนลืมถามตัวเองว่า00:06:26
00:06:27
ลึกๆแล้วในใจผมเป็นยังไง?00:06:29
00:06:29
ทำไมผมถึงทำงานนี้?00:06:31
00:06:31
เหตุผลและแรงกระตุ้นของผมคืออะไร?00:06:34
00:06:34
ผมกำลังสู้เพื่อใคร?00:06:35
00:06:36
พี่น้องหญิงคนหนึ่งบอกว่า00:06:38
00:06:39
“ฉันไปประกาศ ไปประชุม ศึกษา อธิษฐาน00:06:43
00:06:43
แต่ฉันกลับทำทุกอย่างไปแบบอัตโนมัติ00:06:46
00:06:46
จนลืมไปว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้”00:06:49
00:06:51
อะไรควรเป็นแรงกระตุ้น
ที่ทำให้เรารับใช้พระยะโฮวาครับ?00:06:54
00:06:54
เราทำเพื่อสิทธิพิเศษ?00:06:56
00:06:56
เพื่อผู้ดูแลแผนก?00:06:58
00:06:58
หรือเพื่อชีวิตตลอดไปไหม?00:07:00
00:07:00
เมื่อเราหยุดและคิดดีๆเกี่ยวกับเหตุผลที่เราทำ00:07:04
00:07:04
เราจะเห็นว่าแรงกระตุ้นต้องมาจากความรัก00:07:07
00:07:07
ที่เรามีต่อพระยะโฮวา00:07:09
00:07:10
และคำพูดของพระเยซูที่มาระโก 12:30 00:07:13
00:07:13
ทำให้เห็นว่าความรักมีพลังมากแค่ไหน00:07:16
00:07:16
ดูด้วยกันครับที่ มาระโก 12:3000:07:19
00:07:20
ข้อนี้อ่านว่า00:07:21
00:07:21
“คุณต้องรักพระยะโฮวาพระเจ้าของคุณสุดหัวใจ00:07:25
00:07:26
สุดชีวิต00:07:28
00:07:29
สุดความคิด00:07:30
00:07:31
และสุดกำลัง”00:07:32
00:07:34
ในข้อมูลสำหรับศึกษาของข้อ 3000:07:37
00:07:37
อธิบายการรักพระยะโฮวาสุดหัวใจไว้แบบนี้ครับ00:07:41
00:07:41
ที่นี่อ่านว่า00:07:42
00:07:43
“คำ 4 คำที่ใช้ในข้อนี้00:07:46
00:07:46
(หัวใจ 00:07:48
00:07:49
ชีวิต 00:07:50
00:07:51
ความคิด 00:07:53
00:07:54
และกำลัง)00:07:55
00:07:56
ไม่ได้มีความหมายแยกจากกันอย่างเด็ดขาด00:08:00
00:08:01
แต่มีความหมายคาบเกี่ยวกัน00:08:04
00:08:05
การใช้ 4 คำนี้ด้วยกัน00:08:08
00:08:08
เป็นการเน้นอย่างหนักแน่นที่สุดว่า00:08:11
00:08:11
คนเราต้องรักพระเจ้า
อย่างเต็มที่และครบถ้วน”00:08:15
00:08:15
เห็นไหมครับ00:08:17
00:08:17
การรักพระยะโฮวาสุดหัวใจ00:08:20
00:08:20
ควรเป็นแรงกระตุ้นของเรา00:08:22
00:08:22
ในการรับใช้พระยะโฮวา00:08:24
00:08:24
มันต้องครบถ้วน00:08:25
00:08:26
ดังนั้น พระยะโฮวาคาดหมายให้เรารักพระองค์สุดหัวใจ00:08:29
00:08:29
สุดชีวิต สุดความคิดและสุดกำลัง00:08:32
00:08:32
และเรามีความสุขมากที่รู้ว่าพระยะโฮวาเข้าใจ00:08:37
00:08:37
และไม่ลืมว่าเราเป็นแค่ดิน00:08:40
00:08:41
พระองค์เลยขอให้เรา00:08:42
00:08:42
ทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้00:08:45
00:08:45
เมื่อเวลาผ่านไป00:08:47
00:08:47
ความสามารถ00:08:48
00:08:48
กำลัง00:08:49
00:08:49
และสภาพการณ์ของเรา00:08:50
00:08:50
อาจเปลี่ยนไปเรื่อยๆ00:08:52
00:08:53
แต่ขอจำที่สุภาษิต 21:2 00:08:56
00:08:56
“พระยะโฮวาดูที่หัวใจ” 00:08:58
00:08:58
ไม่ได้สนใจว่าเราทำได้มากแค่ไหน00:09:01
00:09:01
พระองค์เข้าใจว่า00:09:02
00:09:02
เราควบคุมทุกอย่างในชีวิตไม่ได้00:09:05
00:09:05
เช่น00:09:06
00:09:06
ปัญหาทางการเงิน00:09:07
00:09:07
สุขภาพร่างกาย00:09:09
00:09:09
อารมณ์00:09:10
00:09:10
หรืออย่างอื่น00:09:11
00:09:11
พระยะโฮวาสมบูรณ์แบบ00:09:13
00:09:13
แต่ก็ไม่ได้คาดหมายความสมบูรณ์แบบจากเรา00:09:16
00:09:16
พระองค์มีเหตุผล00:09:17
00:09:17
พระองค์เข้าใจสภาพการณ์ของเรา00:09:20
00:09:20
และคาดหมายให้เราทำสิ่งที่เราทำได้เท่านั้น 00:09:23
00:09:23
ถ้าแรงกระตุ้นของเรามาจากความรัก00:09:25
00:09:25
ความรักนี่แหละครับ00:09:27
00:09:27
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะให้ได้00:09:29
00:09:29
แล้วเราจะทำสุดความสามารถ00:09:32
00:09:32
ตามสภาพการณ์ของเรา00:09:34
00:09:34
ในการรับใช้พระยะโฮวา00:09:36
00:09:36
ดังนั้น00:09:37
00:09:37
ขอให้หยุด00:09:38
00:09:39
และ00:09:40
00:09:40
ถามตัวเองด้วยว่า 00:09:41
00:09:41
‘ทำไม?00:09:42
00:09:42
เพราะอะไรผมถึงทำอย่างนั้น?00:09:45
00:09:45
อะไรเป็นแรงกระตุ้นของผม00:09:47
00:09:47
ในการรับใช้พระยะโฮวา’00:09:48
00:09:48
และเมื่อพระยะโฮวาถามเราว่า00:09:51
00:09:51
“พวกเจ้าทำเพื่อเราอย่างนั้นหรือ?”00:09:53
00:09:53
เราจะตอบได้อย่างมั่นใจว่า00:09:56
00:09:56
“ใช่!”00:09:57
00:09:57
เพราะเราทำอย่างนั้นจากหัวใจ 00:09:59
00:09:59
แรงกระตุ้นคือ00:10:00
00:10:00
ความรักที่เรามีต่อพระยะโฮวา00:10:03
00:10:03
และเห็นค่า00:10:04
00:10:04
งานมอบหมายที่พระองค์ให้เรา00:10:06
แอนโทนี กริฟฟิน: คุณทำเพื่อพระยะโฮวาจริงๆไหม? (เศคาริยาห์ 7:5 )
-
แอนโทนี กริฟฟิน: คุณทำเพื่อพระยะโฮวาจริงๆไหม? (เศคาริยาห์ 7:5 )
ข้อคัมภีร์วันนี้
เน้นไปที่เรื่องของการประพฤติที่ดี
และผู้ฟังส่วนใหญ่ของเรา
ก็เป็นพี่น้องชายหญิงที่มีความประพฤติดี
และเราขอชมเชยพวกคุณ
แต่เช้านี้
ผมอยากใช้เวลาคุยสักนิด
เกี่ยวกับแรงกระตุ้น
ที่อยู่เบื้องหลังความประพฤติที่ดี
เพราะอะไร
เราถึงทำอย่างนั้น?
ผมอยากใช้คำถามที่พระยะโฮวาถามคนของพระองค์
หลังจากที่ถูกปล่อยจากการเป็นเชลย
เป็นหัวเรื่องคำบรรยาย
คำถามนี้
อยู่ในเศคาริยาห์ 7:5
พระยะโฮวาพูดผ่านทางผู้พยากรณ์เศคาริยาห์ว่า
“ไปบอกประชาชน
และปุโรหิตว่า
‘ที่พวกเจ้าถือศีลอดอาหารและร้องไห้ในเดือน 5
กับเดือน 7 มา 70 ปีนั้น
[นี่คือคำถามครับ]
พวกเจ้าทำเพื่อเราอย่างนั้นหรือ?”
พระยะโฮวาไม่ยอมรับการถือศีลอดของชาวยิว
เพราะพวกเขาถือศีลอดอาหารและไว้ทุกข์
เพราะพระยะโฮวาพิพากษาพวกเขา
พวกเขาควรถือศีลอดอาหาร
เพราะมีความสุขที่ได้กลับบ้านเกิด
แต่แทนที่จะทำอย่างนั้น
พวกเขากลับอดอาหาร
เพราะหายนะที่เกิดจากบาปที่พวกเขาทำ
พวกเขาอดอาหารด้วยเหตุผลผิดๆ
ดังนั้นพระยะโฮวาเลยถามว่า
“พวกเจ้าทำเพื่อเราอย่างนั้นหรือ?”
เหมือนที่พระยะโฮวา
เคยถามเรื่องนี้กับชาวอิสราเอล
ทุกวันนี้พระองค์ก็ถามเราแบบนี้เหมือนกัน
คุณและผม
เราทำเพื่อพระยะโฮวาจริงๆไหม?
เพราะอะไร
ผมถึงทำอย่างนั้น?
อะไรคือแรงกระตุ้นของผม
ที่ทำงานมอบหมายในแต่ละวัน?
หลายคนที่ฟังอยู่ในวันนี้
ก็มีส่วนร่วมในงานรับใช้เต็มเวลา
นี่เป็นเรื่องดีมากๆเลยครับ
น่าชมเชย
นี่แหละครับความประพฤติที่ดี
แต่บางครั้งในงานรับใช้เราอาจยุ่งมากเพราะมีงานหลายอย่าง
และต้องจดจ่ออยู่กับงานหรือกิจกรรม
ที่พอทำงานหนึ่งเสร็จแล้ว
ก็ต้องไปทำอีกงานหนึ่งต่อจริงไหมครับ
นี่อาจทำให้เราไม่ได้หยุดคิด
และถามตัวเองว่า
‘ทำไม?
ทำไมผมทำงานนี้?
ทำไมผมถึงรับใช้พระยะโฮวา?’
‘ทำไมผมทำงานรับใช้ที่เบเธล?’
‘ทำไมผมถึงไปประกาศ?’
‘ทำไมผมไปเยี่ยมประชาคมต่างๆทุกสัปดาห์?’
‘ทำไมผมบำรุงรักษา
และสร้างอาคารต่างๆขององค์การ?’
‘ทำไมผมสอนโรงเรียน SKE
โรงเรียนสำหรับผู้ดูแลหมวด
หรือโรงเรียนสำหรับผู้ดูแล?’
คุณค่าของงานรับใช้ของเรา
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราทำอะไร
หรือทำมากแค่ไหน
แต่พระยะโฮวาสนใจ
เหตุผลที่เราทำมากกว่า
พระองค์ดูที่หัวใจของเรา
เราเห็นเรื่องนี้ได้จากสิ่งที่พระยะโฮวาบอกซามูเอล
ตอนที่ซามูเอลกำลังหา
กษัตริย์อิสราเอลคนต่อไป
ดูด้วยกันครับ
ที่1 ซามูเอล 16:7
ข้อนี้เราคุ้นเคยกันดี
ข้อนี้บอกว่า
“พระยะโฮวาบอกซามูเอลว่า
‘อย่าสนใจที่หน้าตา
และรูปร่างสูงสง่าของเขา
เราไม่ได้เลือกคนนี้’”
ข้อนี้กำลังพูดถึงเอลีอับ
ทำไมพระยะโฮวาไม่เลือกเอลีอับ?
เป็นเพราะเขาสูงเกินไปไหม?
ไม่
พระยะโฮวาไม่ได้มองที่ความสูง
พระองค์มองที่หัวใจของเขา
และเห็นว่าเขามีความเป็นนักรบ
แต่ไม่เหมาะที่จะเป็นกษัตริย์
ในหัวใจของเอลีอับ
เขาขาด 2 สิ่งสำคัญที่กษัตริย์ควรมี
นั่นคือ ความกล้าหาญ
และวิจารณญาณที่ดี
ทำไมเราบอกแบบนั้นครับ?
ถ้าเราดูในบท 17 ข้อ 11
เราจะเห็นว่า
เอลีอับเป็นหนึ่งในคนที่กลัวโกลิอัท
คนร่างยักษ์ชาวฟีลิสเตีย
เขาจึงขาดความกล้าหาญ
แล้วต่อมา ดาวิดแสดงให้เห็นว่า
เป็นห่วงชื่อของพระยะโฮวา
โดยถามอย่างกล้าหาญว่า
“ทหารฟีลิสเตียคนนี้เป็นใคร
ถึงได้มาท้าทายกองทัพของพระเจ้าผู้มีชีวิตอยู่”
แล้วในข้อ 28
เอลีอับตัดสินดาวิดผิดๆ
เขาบอกว่าดาวิดอวดดีและมีเจตนาไม่ดี
เอลีอับขาดวิจารณญาณที่ดี
เขาไม่เหมาะจะเป็นกษัตริย์
ถึงจะอยู่ในสนามรบ
แต่เขาก็ลืมว่ากำลังสู้เพื่อใคร
ดังนั้น พระยะโฮวา
เลยบอกซามูเอล
ในบท 16 ข้อ 7 ว่า
“เพราะพระเจ้าไม่ได้มองเหมือนที่มนุษย์มอง
มนุษย์มองที่รูปร่างหน้าตาภายนอก
แต่พระยะโฮวามองที่หัวใจ”
ดังนั้น นี่ช่วยให้เราเข้าใจว่า
พระยะโฮวากำลังมองหาอะไรตอนที่เรารับใช้พระองค์
พระองค์เห็นค่าทุกสิ่งที่เราทำเพื่อพระองค์
เหมือนกับที่เราอยู่ในสนามรบ
แต่พระยะโฮวาสนใจมากกว่า
ว่าเราทำแบบนั้นทำไม
และสู้เพื่อใคร
ที่เยเรมีย์ 17:10 บอกว่า
“เรายะโฮวาตรวจดูหัวใจ
และตรวจสอบส่วนลึกที่สุดของความคิดจิตใจ
เพื่อจะตอบแทนแต่ละคนตามการกระทำของเขา
และตามผลงานของเขา”
ส่วนฉบับแปลอื่นบอกแบบนี้ครับ
“เราเข้าไปในหัวใจมนุษย์
เราเข้าไปถึงต้นตอ
เราปฏิบัติกับพวกเขาอย่างที่เขาเป็นจริงๆ
ไม่ใช่ตามที่พวกเขาแสร้งทำ”
เพื่อช่วยเราเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น
หอสังเกตการณ์ 15 มิถุนายน 1995
มีบทความที่ชื่อว่า
“อะไรกระตุ้นคุณให้รับใช้พระเจ้า”
ที่นี่บอกอย่างนี้ครับ
“มนุษย์ไม่สมบูรณ์มีแนวโน้ม
จะตัดสินผู้อื่นจากสิ่งที่เขาทำ
แทนที่จะตัดสินตามที่เขาเป็นอยู่
หลายครั้ง
เราอาจตัดสินตัวเราเองในวิธีนั้นด้วยซ้ำ
เราอาจกลายเป็นคนมุ่งแต่การกระทำ
[ซึ่งก็คือการที่เราอยู่ในสนามรบ]
เหมือนกับว่า
เราเอาสิ่งนี้มาเป็นเครื่องชี้วัด
ความสัมพันธ์ที่เรามีกับพระเจ้า
เราอาจลืมความสำคัญ
ของการตรวจเจตนาของเราเองก็ได้”
ว่าเราสู้เพื่อใคร
พออ่านแล้วเราอาจบอกตัวเองว่า
‘โห บางครั้งผมก็รู้สึกแบบนี้เลย’
รู้สึกว่ายุ่งอยู่กับงานที่ทำ
ยุ่งอยู่กับงานมอบหมายจนลืมถามตัวเองว่า
ลึกๆแล้วในใจผมเป็นยังไง?
ทำไมผมถึงทำงานนี้?
เหตุผลและแรงกระตุ้นของผมคืออะไร?
ผมกำลังสู้เพื่อใคร?
พี่น้องหญิงคนหนึ่งบอกว่า
“ฉันไปประกาศ ไปประชุม ศึกษา อธิษฐาน
แต่ฉันกลับทำทุกอย่างไปแบบอัตโนมัติ
จนลืมไปว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้”
อะไรควรเป็นแรงกระตุ้น
ที่ทำให้เรารับใช้พระยะโฮวาครับ?
เราทำเพื่อสิทธิพิเศษ?
เพื่อผู้ดูแลแผนก?
หรือเพื่อชีวิตตลอดไปไหม?
เมื่อเราหยุดและคิดดีๆเกี่ยวกับเหตุผลที่เราทำ
เราจะเห็นว่าแรงกระตุ้นต้องมาจากความรัก
ที่เรามีต่อพระยะโฮวา
และคำพูดของพระเยซูที่มาระโก 12:30
ทำให้เห็นว่าความรักมีพลังมากแค่ไหน
ดูด้วยกันครับที่ มาระโก 12:30
ข้อนี้อ่านว่า
“คุณต้องรักพระยะโฮวาพระเจ้าของคุณสุดหัวใจ
สุดชีวิต
สุดความคิด
และสุดกำลัง”
ในข้อมูลสำหรับศึกษาของข้อ 30
อธิบายการรักพระยะโฮวาสุดหัวใจไว้แบบนี้ครับ
ที่นี่อ่านว่า
“คำ 4 คำที่ใช้ในข้อนี้
(หัวใจ
ชีวิต
ความคิด
และกำลัง)
ไม่ได้มีความหมายแยกจากกันอย่างเด็ดขาด
แต่มีความหมายคาบเกี่ยวกัน
การใช้ 4 คำนี้ด้วยกัน
เป็นการเน้นอย่างหนักแน่นที่สุดว่า
คนเราต้องรักพระเจ้า
อย่างเต็มที่และครบถ้วน”
เห็นไหมครับ
การรักพระยะโฮวาสุดหัวใจ
ควรเป็นแรงกระตุ้นของเรา
ในการรับใช้พระยะโฮวา
มันต้องครบถ้วน
ดังนั้น พระยะโฮวาคาดหมายให้เรารักพระองค์สุดหัวใจ
สุดชีวิต สุดความคิดและสุดกำลัง
และเรามีความสุขมากที่รู้ว่าพระยะโฮวาเข้าใจ
และไม่ลืมว่าเราเป็นแค่ดิน
พระองค์เลยขอให้เรา
ทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้
เมื่อเวลาผ่านไป
ความสามารถ
กำลัง
และสภาพการณ์ของเรา
อาจเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
แต่ขอจำที่สุภาษิต 21:2
“พระยะโฮวาดูที่หัวใจ”
ไม่ได้สนใจว่าเราทำได้มากแค่ไหน
พระองค์เข้าใจว่า
เราควบคุมทุกอย่างในชีวิตไม่ได้
เช่น
ปัญหาทางการเงิน
สุขภาพร่างกาย
อารมณ์
หรืออย่างอื่น
พระยะโฮวาสมบูรณ์แบบ
แต่ก็ไม่ได้คาดหมายความสมบูรณ์แบบจากเรา
พระองค์มีเหตุผล
พระองค์เข้าใจสภาพการณ์ของเรา
และคาดหมายให้เราทำสิ่งที่เราทำได้เท่านั้น
ถ้าแรงกระตุ้นของเรามาจากความรัก
ความรักนี่แหละครับ
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะให้ได้
แล้วเราจะทำสุดความสามารถ
ตามสภาพการณ์ของเรา
ในการรับใช้พระยะโฮวา
ดังนั้น
ขอให้หยุด
และ
ถามตัวเองด้วยว่า
‘ทำไม?
เพราะอะไรผมถึงทำอย่างนั้น?
อะไรเป็นแรงกระตุ้นของผม
ในการรับใช้พระยะโฮวา’
และเมื่อพระยะโฮวาถามเราว่า
“พวกเจ้าทำเพื่อเราอย่างนั้นหรือ?”
เราจะตอบได้อย่างมั่นใจว่า
“ใช่!”
เพราะเราทำอย่างนั้นจากหัวใจ
แรงกระตุ้นคือ
ความรักที่เรามีต่อพระยะโฮวา
และเห็นค่า
งานมอบหมายที่พระองค์ให้เรา
-