เจฟฟรีย์ ดับเบิลยู. แจ็กสัน: “ผมกับพ่อเป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยอห์น 10:30)
Video
Other languages
Share text
Share link
Show times
Hide times
00:00:01
“ผมกับพ่อเป็นหนึ่งเดียวกัน” 00:00:04
00:00:05
เราคงเคยได้ยินเจ้าของบ้าน00:00:07
00:00:07
ยกข้อคัมภีร์นี้มาคุยกับเรา00:00:09
00:00:09
ตอนที่เราทำงานรับใช้หรือคุยกับคนที่เคร่งศาสนา 00:00:13
00:00:13
ทำไมพวกเขาถึงยกข้อนี้ครับ? 00:00:15
00:00:16
หลายครั้งนั่นเป็นเพราะพวกเขาเห็นว่าพยานพระยะโฮวา00:00:20
00:00:20
ไม่ใช่คริสเตียน เพราะพยานฯไม่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า00:00:24
00:00:25
นี่เป็นข้อคัมภีร์ที่คนที่เชื่อเรื่องตรีเอกานุภาพใช้บ่อยๆ 00:00:29
00:00:29
เพื่อชักจูงเราให้เชื่อว่า00:00:31
00:00:31
พระยะโฮวากับพระเยซูเป็นองค์เดียวกัน 00:00:36
00:00:36
แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อตอบคำถามนี้ 00:00:39
00:00:39
ให้เรามาทบทวนเรื่องนี้ด้วยกันดีไหมครับ?00:00:42
00:00:43
สิ่งหนึ่งที่เราทำได้คือใช้คัมภีร์ไบเบิลฉบับศึกษา 00:00:46
00:00:46
ถ้าคุณมีคัมภีร์ไบเบิลฉบับศึกษา00:00:49
00:00:49
ขอเปิดดูที่ยอห์น 10:30 00:00:51
00:00:51
แต่ถ้าคุณไม่มีค่อยกลับไปดูทีหลังก็ได้ 00:00:55
00:00:55
ที่ยอห์น 10:30 00:00:57
00:00:57
มีข้อมูลสำหรับศึกษาที่ช่วยเราได้เยอะเลยครับ00:01:00
00:01:01
ถ้าคุณดูที่ช่วงกลางๆของเนื้อหา 00:01:03
00:01:03
ที่นี่บอกว่า 00:01:05
00:01:06
“คำกรีกในข้อนี้ที่แปลว่า ‘หนึ่งเดียวกัน’ 00:01:10
00:01:10
ไม่ใช่คำเพศชายที่ใช้กับบุคคล 00:01:13
00:01:13
แต่เป็นคำที่ไม่มีเพศ 00:01:15
00:01:15
ซึ่งสนับสนุนความคิดที่ว่า00:01:17
00:01:17
พระเยซูและพ่อของท่าน00:01:19
00:01:19
เป็น ‘หนึ่งเดียวกัน’ ในการกระทำและความร่วมมือกัน 00:01:23
00:01:24
แต่ไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกัน”00:01:26
00:01:26
เราดีใจมากใช่ไหมครับที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ 00:01:31
00:01:31
น่าสนใจมากที่จุดนี้ช่วยเสริม00:01:34
00:01:34
และอธิบายว่า เป็นหนึ่งเดียวกันหมายถึง00:01:37
00:01:37
การทำงานร่วมกัน 00:01:38
00:01:38
และถ้าเราอ่านข้อมูลสำหรับศึกษาต่อก็จะเห็นว่า00:01:41
00:01:41
มีการหาเหตุผลโดยใช้ข้อคัมภีร์00:01:44
00:01:44
ที่เราอธิบายกับคนอื่นได้ โดยไม่ต้องสนใจหลักภาษากรีก00:01:48
00:01:48
ที่นี่บอกว่า 00:01:50
00:01:50
“สิ่งที่พระเยซูพูดไม่ได้หมายความว่า00:01:52
00:01:52
ทั้งท่านกับพ่อมีตำแหน่งเท่าเทียมกัน 00:01:55
00:01:55
เมื่อเราเปรียบเทียบคำพูดของพระเยซูในข้อนี้00:01:58
00:01:58
กับคำอธิษฐานของท่านในยอห์น 17 00:02:01
00:02:01
เราก็จะเห็นเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน 00:02:03
00:02:03
โดยเฉพาะตอนที่ท่านอธิษฐาน 00:02:05
00:02:05
ขอให้พวกสาวกเป็นหนึ่งเดียวกัน00:02:07
00:02:07
เหมือนที่ผมกับพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน”00:02:10
00:02:10
ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องใช้หลักภาษากรีกเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ 00:02:15
00:02:15
แต่ใช้ยอห์น 17 พิสูจน์ได้ 00:02:17
00:02:17
ข้อนี้ พระเยซูอธิษฐานให้สาวกเป็นหนึ่งเดียวกัน00:02:21
00:02:21
เหมือนที่ท่านเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้า 00:02:23
00:02:23
ถ้าคำว่า “เป็นหนึ่งเดียวกัน” แปลว่าเป็นองค์เดียวกับพระเจ้า 00:02:27
00:02:27
งั้นสาวกก็เป็นพระเจ้าด้วยน่ะสิ? 00:02:30
00:02:30
ไม่ใช่ใช่ไหมครับ 00:02:31
00:02:31
แต่หมายถึงเป็นการทำงานร่วมกันต่างหาก00:02:35
00:02:35
และข้อมูลสำหรับศึกษาภาษาอังกฤษ00:02:37
00:02:37
ก็โยงไปที่ 1 โครินธ์ 3:8 ด้วย 00:02:40
00:02:40
ซึ่งอธิบายความหมายของคำว่า “เป็นหนึ่งเดียวกัน” 00:02:43
00:02:43
ดูด้วยกันครับ 1 โครินธ์ 3:8 อ่านว่า 00:02:47
00:02:47
“คนที่ปลูกกับคนที่รดน้ำก็มีเป้าหมายเดียวกัน” 00:02:53
00:02:54
หรือในภาษาเดิมคือ “เป็นหนึ่งเดียวกัน” 00:02:59
00:02:59
ดังนั้นเราอาจใช้ 1 โครินธ์ 3:8 00:03:03
00:03:03
เพื่อช่วยเขาให้เข้าใจว่า “เป็นหนึ่งเดียวกัน” หมายถึงอะไร00:03:07
00:03:08
แต่หลายครั้ง 00:03:09
00:03:09
นอกจากคนที่เชื่อว่าพระเยซูกับพระเจ้าเป็นองค์เดียวกัน 00:03:12
00:03:12
จะใช้ยอห์น 10:30 แล้ว 00:03:14
00:03:15
พี่น้องคิดว่ามีข้อคัมภีร์ไหนอีกครับที่พวกเขาชอบยกขึ้นมา? 00:03:19
00:03:20
ใช่แล้วครับ ยอห์น 1:1 00:03:23
00:03:23
และถ้าเขาเปิดพระคัมภีร์และอ่านให้เราฟังที่บอกว่า 00:03:26
00:03:26
“พระวาทะเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง” และเขาก็ถามว่า 00:03:29
00:03:29
“พระวาทะคือพระเยซูใช่ไหม?” เราตอบว่า “ใช่” 00:03:32
00:03:32
เขาก็จะบอกว่า “งั้นพระเยซูก็คือพระเจ้า”00:03:35
00:03:35
ถ้าเจอแบบนี้เราจะตอบเขายังไงดีครับ? 00:03:39
00:03:39
ถ้าเราดูด้วยกันอีกครั้ง00:03:41
00:03:41
ที่ข้อมูลสำหรับศึกษาของ ยอห์น 1:1 00:03:43
00:03:44
เราจะไม่อ่านทั้งหมดนะครับเพราะมันยาวมาก00:03:47
00:03:47
เช้านี้เรามีเวลาไม่พอ 00:03:48
00:03:49
ที่นี่พูดถึงเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้เรารู้ว่า00:03:52
00:03:52
ยอห์นไม่ได้บอกว่าโฆษกผู้นี้หรือพระวาทะ00:03:55
00:03:55
เป็นองค์เดียวกันกับพระเจ้าผู้มีพลังอำนาจสูงสุด00:03:58
00:03:58
และในนี้ยังบอกอีกว่า 00:04:00
00:04:00
“คัมภีร์เบิลหลายฉบับในภาษาอังกฤษ 00:04:03
00:04:03
ฝรั่งเศส และเยอรมัน00:04:05
00:04:05
จึงแปลข้อนี้คล้ายๆกับฉบับแปลโลกใหม่00:04:08
00:04:08
โดยถ่ายทอดแนวคิดที่ว่าโฆษก (พระวาทะ) 00:04:12
00:04:12
เป็นพระเจ้าองค์หนึ่งหรือมีลักษณะแบบพระเจ้า”00:04:18
00:04:19
ข้อมูลนี้ช่วยเราได้มากใช่ไหมครับ 00:04:22
00:04:22
และถ้าเราดูต่อเราจะเห็นวิธีหาเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง00:04:26
00:04:26
ที่ช่วยเราได้ด้วย เพราะบางคนอาจบอกว่า 00:04:29
00:04:29
“มีลักษณะแบบพระเจ้าก็หมายถึงเป็นพระเจ้านั่นแหละ”00:04:33
00:04:35
ข้อมูลสำหรับศึกษาโยงไปที่โคโลสี 2:9 00:04:39
00:04:39
ดูด้วยกันครับ โคโลสี 2:9 00:04:44
00:04:45
ข้อสังเกตว่าที่นี่พูดถึงพระเยซูยังไง 00:04:49
00:04:49
ข้อนี้อ่านว่า “พระคริสต์00:04:51
00:04:51
แสดงคุณลักษณะของพระเจ้าได้อย่างครบถ้วน”00:04:55
00:04:56
ข้อนี้บอกว่าพระเยซู “แสดงคุณลักษณะของพระเจ้า” 00:05:01
00:05:01
นี่หมายความว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าไหม? 00:05:04
00:05:05
ถ้าเราดูต่อไปเราจะเห็นว่า00:05:07
00:05:07
ข้อมูลสำหรับศึกษายกข้อคัมภีร์อีกข้อหนึ่งมาด้วยคือ 00:05:10
00:05:11
2 เปโตร 1:400:05:13
00:05:13
ซึ่งข้อนี้พูดถึงคนที่จะได้ร่วมปกครองกับพระเยซูในสวรรค์ 00:05:17
00:05:17
2 เปโตร 1:4 บอกว่า 00:05:20
00:05:20
“และด้วยสองสิ่งนี้00:05:22
00:05:22
พระองค์ให้คำสัญญาต่างๆที่มีค่ามากและยิ่งใหญ่กับเรา 00:05:26
00:05:26
คำสัญญาเหล่านั้นจะทำให้พวกคุณ00:05:28
00:05:28
ได้รับสภาพอย่างพระเจ้า” 00:05:31
00:05:31
เราใช้ข้อนี้หาเหตุผลได้ใช่ไหมครับ 00:05:34
00:05:34
ถ้ามีคนบอกว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า 00:05:37
00:05:37
เพราะท่านมีลักษณะอย่างพระเจ้า00:05:39
00:05:39
และท่านเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง 00:05:41
00:05:41
แล้วพวกสาวกล่ะ 00:05:43
00:05:43
เพราะข้อนี้บอกว่าพวกเขา00:05:45
00:05:45
ก็จะ “ได้รับสภาพอย่างพระเจ้า” เหมือนกัน?00:05:48
00:05:48
นี่ช่วยเราตอนที่อธิบายว่าพระเยซูไม่ใช่พระเจ้า 00:05:52
00:05:52
แต่บางคนก็ยังแย้ง 00:05:53
00:05:53
เขาอาจดูที่คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่00:05:57
00:05:57
และบอกว่า “แต่โฆษกเป็นพระเจ้าองค์หนึ่งไม่ใช่เหรอ? 00:05:59
00:05:59
มันหมายความว่ายังไง?” ถ้าเป็นอย่างนั้น 00:06:03
00:06:03
เราอาจใช้ตัวอย่างง่ายๆแบบนี้ก็ได้ครับ00:06:06
00:06:07
ถ้าคนหนึ่งพูดถึงอีกคนหนึ่งว่า“เขาเป็นปีศาจ” 00:06:12
00:06:12
หรืออาจถึงกับบอกว่า 00:06:14
00:06:14
“เขาเป็นปีศาจชัดๆ” 00:06:16
00:06:16
นี่หมายความว่าคนนั้นเป็นปีศาจเป็นซาตานจริงๆไหม 00:06:21
00:06:21
ไม่ครับ 00:06:22
00:06:23
นี่ช่วยเราให้เห็นว่า00:06:25
00:06:25
เมื่อมีการแปลคำว่า “โฆษกเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง” 00:06:29
00:06:29
และถ้าเราดูที่เชิงอรรถก็บอกว่า 00:06:31
00:06:31
“มีลักษณะอย่างพระเจ้า” 00:06:33
00:06:33
ดังนั้น 00:06:34
00:06:34
ข้อนี้กำลังพูดถึง “คุณลักษณะ” 00:06:36
00:06:36
ไม่ได้หมายความว่าโฆษกเป็นพระเจ้าจริงๆ00:06:40
00:06:41
อย่างที่คุณรู้ ในต้นฉบับภาษากรีก00:06:44
00:06:44
มีการใช้คำว่า "พระเจ้า" สองแบบในข้อนี้00:06:47
00:06:47
ซึ่งเกี่ยวกับการใช้คำนำหน้านามชี้เฉพาะ 00:06:50
00:06:50
แต่พยานพระยะโฮวาเป็นกลุ่มเดียวที่เข้าใจแบบนี้ไหม? 00:06:54
00:06:54
ไม่ครับ 00:06:55
00:06:55
อย่างที่บอกไว้ในข้อมูลสำหรับศึกษา 00:06:58
00:06:58
มีคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลอื่นในหลายภาษา00:07:01
00:07:01
ที่เข้าใจเหมือนกับพวกเรา 00:07:03
00:07:03
ซึ่งเช้านี้ผมอยากให้เราทุกคนมาดูฉบับแปลงหนึ่งด้วยกัน00:07:07
00:07:07
ที่ตีพิมพ์มาหลายปีแล้ว00:07:09
00:07:09
นั่นคือ00:07:10
00:07:10
พันธสัญญาใหม่ฉบับผู้แปล00:07:12
00:07:12
คัมภีร์ไบเบิลฉบับพิเศษนี้ตีพิมพ์โดย00:07:16
00:07:16
สมาคมบริติชแอนด์ฟอร์เร็นจ์ไบเบิล 00:07:19
00:07:19
สมาคมนี้เทียบได้กับสมาคมอเมริกันไบเบิล 00:07:24
00:07:24
ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการส่งเสริมการแปลพระคัมภีร์ 00:07:28
00:07:28
และแจกจ่ายพระคัมภีร์ไปทั่วโลก 00:07:30
00:07:31
คัมภีร์ไบเบิลฉบับนี้00:07:33
00:07:33
ถูกออกแบบมาเพื่อผู้แปล00:07:35
00:07:35
ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก 00:07:38
00:07:38
และต้องแปลคัมภีร์ไบเบิลเป็นภาษาของตัวเอง 00:07:42
00:07:42
ซึ่งคัมภีร์ไบเบิลฉบับนี้ถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย 00:07:46
00:07:46
และมีคำอธิบายต่าง ๆ 00:07:48
00:07:48
เพื่อช่วยผู้แปลให้เข้าใจว่าจะแปลคำยากๆจากข้อนั้นได้ยังไง00:07:53
00:07:53
หนึ่งในนั้นคือยอห์น 1:1 00:07:57
00:07:57
ขอสังเกตว่าผู้แปลควรแปลยอห์น 1:1 ยังไง 00:08:02
00:08:02
ที่นี่บอกว่า 00:08:03
00:08:03
“โฆษกผู้นี้อยู่กับพระเจ้าและท่านมีลักษณะอย่างพระเจ้า” 00:08:07
00:08:08
ฮืม น่าสนใจ 00:08:09
00:08:09
และที่นี่ยังบอกต่อไปว่า 00:08:11
00:08:11
“ในภาษากรีกมีความแตกต่างระหว่างคำว่า 00:08:15
00:08:15
‘อยู่กับพระเจ้า’ 00:08:16
00:08:16
และ ‘พระเจ้า’ 00:08:18
00:08:18
คำว่า ‘พระเจ้า’ ครั้งแรกที่พูดถึง00:08:21
00:08:21
มีการใช้คำนำหน้านามที่เฉพาะเจาะจง 00:08:24
00:08:24
ทำให้คำนี้หมายถึงพระเจ้าองค์สูงสุด 00:08:27
00:08:27
แต่คำว่า ‘พระเจ้า’ ที่พูดถึงครั้งที่ 2 00:08:31
00:08:31
ไม่มีการใช้คำนำหน้านามทำให้คำว่า ‘พระเจ้า’ 00:08:35
00:08:35
กลายเป็นคำที่อธิบายลักษณะของโฆษก 00:08:39
00:08:39
หรือก็คือโฆษกมีลักษณะอย่างพระเจ้า00:08:45
00:08:46
น่าสนใจใช่ไหมครับ? 00:08:47
00:08:47
ขนาดคนที่ตีพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลสำหรับผู้แปล00:08:50
00:08:50
ที่เชื่อเรื่องตรีเอกานุภาพยังเห็นด้วย00:08:53
00:08:53
และยอมรับว่าคำนี้หมายถึง00:08:57
00:08:57
ลักษณะของพระเจ้าแทนที่จะบอกว่าพระเยซูคือพระเจ้า00:09:01
00:09:02
ดังนั้นถ้าเราเจอคนที่แย้งโดยใช้ยอห์น 1:1 00:09:05
00:09:05
และถ้าเขารู้ภาษากรีกนิดหน่อย 00:09:07
00:09:07
เราอาจถามพวกเขาแบบนี้ก็ได้ครับว่า 00:09:10
00:09:10
“คุณเห็นด้วยไหมว่า00:09:12
00:09:12
คำนี้อาจจะแปลว่า ‘คุณลักษณะของพระเจ้า’ ?”00:09:16
00:09:17
ซึ่งถ้าเขาเป็นคนมีเหตุผล เขาคงจะเห็นด้วย00:09:20
00:09:20
และเราอาจถามแบบนี้ก็ได้ครับว่า 00:09:22
00:09:22
“ถ้าคำนี้สามารถแปลได้แบบนี้หรืออีกแบบหนึ่ง 00:09:25
00:09:25
งั้นมีเหตุผลพอไหมที่จะใช้ข้อนี้00:09:29
00:09:29
เพื่อพิสูจน์ว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า? 00:09:31
00:09:31
หรือเราควรดูข้ออื่นในคัมภีร์ไบเบิลด้วย” 00:09:36
00:09:36
นี่อาจเปิดโอกาสให้เราช่วยเขาให้เข้าใจมากขึ้น 00:09:40
00:09:40
ดังนั้นถ้าเราดูที่ไบเบิลฉบับศึกษา00:09:43
00:09:43
เราก็จะเห็นว่า00:09:44
00:09:44
คัมภีร์ไบเบิลฉบับนี้มีประโยชน์หลายอย่าง00:09:47
00:09:47
ต่อเรามากจริงๆ00:09:49
เจฟฟรีย์ ดับเบิลยู. แจ็กสัน: “ผมกับพ่อเป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยอห์น 10:30)
-
เจฟฟรีย์ ดับเบิลยู. แจ็กสัน: “ผมกับพ่อเป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยอห์น 10:30)
“ผมกับพ่อเป็นหนึ่งเดียวกัน”
เราคงเคยได้ยินเจ้าของบ้าน
ยกข้อคัมภีร์นี้มาคุยกับเรา
ตอนที่เราทำงานรับใช้หรือคุยกับคนที่เคร่งศาสนา
ทำไมพวกเขาถึงยกข้อนี้ครับ?
หลายครั้งนั่นเป็นเพราะพวกเขาเห็นว่าพยานพระยะโฮวา
ไม่ใช่คริสเตียน เพราะพยานฯไม่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า
นี่เป็นข้อคัมภีร์ที่คนที่เชื่อเรื่องตรีเอกานุภาพใช้บ่อยๆ
เพื่อชักจูงเราให้เชื่อว่า
พระยะโฮวากับพระเยซูเป็นองค์เดียวกัน
แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อตอบคำถามนี้
ให้เรามาทบทวนเรื่องนี้ด้วยกันดีไหมครับ?
สิ่งหนึ่งที่เราทำได้คือใช้<i>คัมภีร์ไบเบิลฉบับศึกษา</i>
ถ้าคุณมี<i>คัมภีร์ไบเบิลฉบับศึกษา</i>
ขอเปิดดูที่ยอห์น 10:30
แต่ถ้าคุณไม่มีค่อยกลับไปดูทีหลังก็ได้
ที่ยอห์น 10:30
มีข้อมูลสำหรับศึกษาที่ช่วยเราได้เยอะเลยครับ
ถ้าคุณดูที่ช่วงกลางๆของเนื้อหา
ที่นี่บอกว่า
“คำกรีกในข้อนี้ที่แปลว่า ‘หนึ่งเดียวกัน’
ไม่ใช่คำเพศชายที่ใช้กับบุคคล
แต่เป็นคำที่ไม่มีเพศ
ซึ่งสนับสนุนความคิดที่ว่า
พระเยซูและพ่อของท่าน
เป็น ‘หนึ่งเดียวกัน’ ในการกระทำและความร่วมมือกัน
แต่ไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกัน”
เราดีใจมากใช่ไหมครับที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้
น่าสนใจมากที่จุดนี้ช่วยเสริม
และอธิบายว่า เป็นหนึ่งเดียวกันหมายถึง
การทำงานร่วมกัน
และถ้าเราอ่านข้อมูลสำหรับศึกษาต่อก็จะเห็นว่า
มีการหาเหตุผลโดยใช้ข้อคัมภีร์
ที่เราอธิบายกับคนอื่นได้ โดยไม่ต้องสนใจหลักภาษากรีก
ที่นี่บอกว่า
“สิ่งที่พระเยซูพูดไม่ได้หมายความว่า
ทั้งท่านกับพ่อมีตำแหน่งเท่าเทียมกัน
เมื่อเราเปรียบเทียบคำพูดของพระเยซูในข้อนี้
กับคำอธิษฐานของท่านในยอห์น 17
เราก็จะเห็นเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะตอนที่ท่านอธิษฐาน
ขอให้พวกสาวกเป็นหนึ่งเดียวกัน
เหมือนที่ผมกับพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน”
ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องใช้หลักภาษากรีกเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้
แต่ใช้ยอห์น 17 พิสูจน์ได้
ข้อนี้ พระเยซูอธิษฐานให้สาวกเป็นหนึ่งเดียวกัน
เหมือนที่ท่านเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้า
ถ้าคำว่า “เป็นหนึ่งเดียวกัน” แปลว่าเป็นองค์เดียวกับพระเจ้า
งั้นสาวกก็เป็นพระเจ้าด้วยน่ะสิ?
ไม่ใช่ใช่ไหมครับ
แต่หมายถึงเป็นการทำงานร่วมกันต่างหาก
และข้อมูลสำหรับศึกษาภาษาอังกฤษ
ก็โยงไปที่ 1 โครินธ์ 3:8 ด้วย
ซึ่งอธิบายความหมายของคำว่า “เป็นหนึ่งเดียวกัน”
ดูด้วยกันครับ 1 โครินธ์ 3:8 อ่านว่า
“คนที่ปลูกกับคนที่รดน้ำก็มีเป้าหมายเดียวกัน”
หรือในภาษาเดิมคือ “เป็นหนึ่งเดียวกัน”
ดังนั้นเราอาจใช้ 1 โครินธ์ 3:8
เพื่อช่วยเขาให้เข้าใจว่า “เป็นหนึ่งเดียวกัน” หมายถึงอะไร
แต่หลายครั้ง
นอกจากคนที่เชื่อว่าพระเยซูกับพระเจ้าเป็นองค์เดียวกัน
จะใช้ยอห์น 10:30 แล้ว
พี่น้องคิดว่ามีข้อคัมภีร์ไหนอีกครับที่พวกเขาชอบยกขึ้นมา?
ใช่แล้วครับ ยอห์น 1:1
และถ้าเขาเปิดพระคัมภีร์และอ่านให้เราฟังที่บอกว่า
“พระวาทะเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง” และเขาก็ถามว่า
“พระวาทะคือพระเยซูใช่ไหม?” เราตอบว่า “ใช่”
เขาก็จะบอกว่า “งั้นพระเยซูก็คือพระเจ้า”
ถ้าเจอแบบนี้เราจะตอบเขายังไงดีครับ?
ถ้าเราดูด้วยกันอีกครั้ง
ที่ข้อมูลสำหรับศึกษาของ ยอห์น 1:1
เราจะไม่อ่านทั้งหมดนะครับเพราะมันยาวมาก
เช้านี้เรามีเวลาไม่พอ
ที่นี่พูดถึงเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้เรารู้ว่า
ยอห์นไม่ได้บอกว่าโฆษกผู้นี้หรือพระวาทะ
เป็นองค์เดียวกันกับพระเจ้าผู้มีพลังอำนาจสูงสุด
และในนี้ยังบอกอีกว่า
“คัมภีร์เบิลหลายฉบับในภาษาอังกฤษ
ฝรั่งเศส และเยอรมัน
จึงแปลข้อนี้คล้ายๆกับฉบับแปลโลกใหม่
โดยถ่ายทอดแนวคิดที่ว่าโฆษก (พระวาทะ)
เป็นพระเจ้าองค์หนึ่งหรือมีลักษณะแบบพระเจ้า”
ข้อมูลนี้ช่วยเราได้มากใช่ไหมครับ
และถ้าเราดูต่อเราจะเห็นวิธีหาเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง
ที่ช่วยเราได้ด้วย เพราะบางคนอาจบอกว่า
“มีลักษณะแบบพระเจ้าก็หมายถึงเป็นพระเจ้านั่นแหละ”
ข้อมูลสำหรับศึกษาโยงไปที่โคโลสี 2:9
ดูด้วยกันครับ โคโลสี 2:9
ข้อสังเกตว่าที่นี่พูดถึงพระเยซูยังไง
ข้อนี้อ่านว่า “พระคริสต์
แสดงคุณลักษณะของพระเจ้าได้อย่างครบถ้วน”
ข้อนี้บอกว่าพระเยซู “แสดงคุณลักษณะของพระเจ้า”
นี่หมายความว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าไหม?
ถ้าเราดูต่อไปเราจะเห็นว่า
ข้อมูลสำหรับศึกษายกข้อคัมภีร์อีกข้อหนึ่งมาด้วยคือ
2 เปโตร 1:4
ซึ่งข้อนี้พูดถึงคนที่จะได้ร่วมปกครองกับพระเยซูในสวรรค์
2 เปโตร 1:4 บอกว่า
“และด้วยสองสิ่งนี้
พระองค์ให้คำสัญญาต่างๆที่มีค่ามากและยิ่งใหญ่กับเรา
คำสัญญาเหล่านั้นจะทำให้พวกคุณ
ได้รับสภาพอย่างพระเจ้า”
เราใช้ข้อนี้หาเหตุผลได้ใช่ไหมครับ
ถ้ามีคนบอกว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า
เพราะท่านมีลักษณะอย่างพระเจ้า
และท่านเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง
แล้วพวกสาวกล่ะ
เพราะข้อนี้บอกว่าพวกเขา
ก็จะ “ได้รับสภาพอย่างพระเจ้า” เหมือนกัน?
นี่ช่วยเราตอนที่อธิบายว่าพระเยซูไม่ใช่พระเจ้า
แต่บางคนก็ยังแย้ง
เขาอาจดูที่<i>คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่</i>
และบอกว่า “แต่โฆษกเป็นพระเจ้าองค์หนึ่งไม่ใช่เหรอ?
มันหมายความว่ายังไง?” ถ้าเป็นอย่างนั้น
เราอาจใช้ตัวอย่างง่ายๆแบบนี้ก็ได้ครับ
ถ้าคนหนึ่งพูดถึงอีกคนหนึ่งว่า“เขาเป็นปีศาจ”
หรืออาจถึงกับบอกว่า
“เขาเป็นปีศาจชัดๆ”
นี่หมายความว่าคนนั้นเป็นปีศาจเป็นซาตานจริงๆไหม
ไม่ครับ
นี่ช่วยเราให้เห็นว่า
เมื่อมีการแปลคำว่า “โฆษกเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง”
และถ้าเราดูที่เชิงอรรถก็บอกว่า
“มีลักษณะอย่างพระเจ้า”
ดังนั้น
ข้อนี้กำลังพูดถึง “คุณลักษณะ”
ไม่ได้หมายความว่าโฆษกเป็นพระเจ้าจริงๆ
อย่างที่คุณรู้ ในต้นฉบับภาษากรีก
มีการใช้คำว่า "พระเจ้า" สองแบบในข้อนี้
ซึ่งเกี่ยวกับการใช้คำนำหน้านามชี้เฉพาะ
แต่พยานพระยะโฮวาเป็นกลุ่มเดียวที่เข้าใจแบบนี้ไหม?
ไม่ครับ
อย่างที่บอกไว้ในข้อมูลสำหรับศึกษา
มีคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลอื่นในหลายภาษา
ที่เข้าใจเหมือนกับพวกเรา
ซึ่งเช้านี้ผมอยากให้เราทุกคนมาดูฉบับแปลงหนึ่งด้วยกัน
ที่ตีพิมพ์มาหลายปีแล้ว
นั่นคือ
<i>พันธสัญญาใหม่ฉบับผู้แปล</i>
<i>คัมภีร์ไบเบิล</i>ฉบับพิเศษนี้ตีพิมพ์โดย
สมาคมบริติชแอนด์ฟอร์เร็นจ์ไบเบิล
สมาคมนี้เทียบได้กับสมาคมอเมริกันไบเบิล
ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการส่งเสริมการแปลพระคัมภีร์
และแจกจ่ายพระคัมภีร์ไปทั่วโลก
คัมภีร์ไบเบิลฉบับนี้
ถูกออกแบบมาเพื่อผู้แปล
ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก
และต้องแปลคัมภีร์ไบเบิลเป็นภาษาของตัวเอง
ซึ่งคัมภีร์ไบเบิลฉบับนี้ถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย
และมีคำอธิบายต่าง ๆ
เพื่อช่วยผู้แปลให้เข้าใจว่าจะแปลคำยากๆจากข้อนั้นได้ยังไง
หนึ่งในนั้นคือยอห์น 1:1
ขอสังเกตว่าผู้แปลควรแปลยอห์น 1:1 ยังไง
ที่นี่บอกว่า
“โฆษกผู้นี้อยู่กับพระเจ้าและท่านมีลักษณะอย่างพระเจ้า”
ฮืม น่าสนใจ
และที่นี่ยังบอกต่อไปว่า
“ในภาษากรีกมีความแตกต่างระหว่างคำว่า
‘อยู่กับพระเจ้า’
และ ‘พระเจ้า’
คำว่า ‘พระเจ้า’ ครั้งแรกที่พูดถึง
มีการใช้คำนำหน้านามที่เฉพาะเจาะจง
ทำให้คำนี้หมายถึงพระเจ้าองค์สูงสุด
แต่คำว่า ‘พระเจ้า’ ที่พูดถึงครั้งที่ 2
ไม่มีการใช้คำนำหน้านามทำให้คำว่า ‘พระเจ้า’
กลายเป็นคำที่อธิบายลักษณะของโฆษก
หรือก็คือโฆษกมีลักษณะอย่างพระเจ้า
น่าสนใจใช่ไหมครับ?
ขนาดคนที่ตีพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลสำหรับผู้แปล
ที่เชื่อเรื่องตรีเอกานุภาพยังเห็นด้วย
และยอมรับว่าคำนี้หมายถึง
ลักษณะของพระเจ้าแทนที่จะบอกว่าพระเยซูคือพระเจ้า
ดังนั้นถ้าเราเจอคนที่แย้งโดยใช้ยอห์น 1:1
และถ้าเขารู้ภาษากรีกนิดหน่อย
เราอาจถามพวกเขาแบบนี้ก็ได้ครับว่า
“คุณเห็นด้วยไหมว่า
คำนี้อาจจะแปลว่า ‘คุณลักษณะของพระเจ้า’ ?”
ซึ่งถ้าเขาเป็นคนมีเหตุผล เขาคงจะเห็นด้วย
และเราอาจถามแบบนี้ก็ได้ครับว่า
“ถ้าคำนี้สามารถแปลได้แบบนี้หรืออีกแบบหนึ่ง
งั้นมีเหตุผลพอไหมที่จะใช้ข้อนี้
เพื่อพิสูจน์ว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า?
หรือเราควรดูข้ออื่นในคัมภีร์ไบเบิลด้วย”
นี่อาจเปิดโอกาสให้เราช่วยเขาให้เข้าใจมากขึ้น
ดังนั้นถ้าเราดูที่ไบเบิลฉบับศึกษา
เราก็จะเห็นว่า
คัมภีร์ไบเบิลฉบับนี้มีประโยชน์หลายอย่าง
ต่อเรามากจริงๆ
-